ไลฟ์สไตล์

6พรรคสะท้อนถึงนโยบายเกษตรความจริงใจหรือสร้างกระแสนิยม

6พรรคสะท้อนถึงนโยบายเกษตรความจริงใจหรือสร้างกระแสนิยม

20 มิ.ย. 2554

กำลังจะย่างเข้าสู่โค้งสุดท้ายในการหาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองทั้ง 40 พรรค ที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขต ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงทั่วประเทศในวันที่ 3 กรกฎาคม จึงทำให้แต่ละพรรคการเมืองเริ่มทวีควา

 การเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศในวันที่ 3 กรกฎาคม ถือเป็นนัยสำคัญต่อประเทศไทยในอนาคต ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และที่ผ่านมาภาคเกษตรช่วยชาติได้ในยามที่ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับคนไทยกว่า 80% เป็นเกษตรกร ฉะนั้นการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศที่กำลังจะมาถึงอีก 13 วันข้างหน้านี้ ต้องดูว่าแต่ละพรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับภาคเกษตรเพียงใด เพราะเกษตรกรเองยังมีฐานะที่ยากจนอยู่

 เพื่อเป็นข้อมูลในการที่จะนำไปประกอบในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองเข้าบริหารในสมัยหน้า "คม ชัด ลึก-เนชั่นแชนแนล และสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย" ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเวทีประชันนโยบายด้านการเกษตรของพรรคการเมืองขึ้นมาที่ห้องประชุมสุธรรมอารีกุลย์ อาคารสารนิเทศน์ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีพรรคการเมืองส่งตัวแทน 6 พรรค ได้แก่ นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จากพรรคประชาธิปัตย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติ ฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคชาติพัฒนา นายพีระพงศ์ สาคริก ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ และนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หัวหน้าพรรคเพื่อนเกษตรไทย

 นายนิพนธ์ วงศ์ตระหง่าน ตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะนำประสบการณ์จากที่เป็นรัฐบาลและเคยเป็นฝ่ายมากำหนดเป็นนโยบายด้านการเกษตร มีทั้งหมด 3 เรื่อง คือ 1.จะมีการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรว่าจะทำอย่างไร 2.หาแนวทางลดรายจ่าย และ 3.เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ซึ่งในส่วนของการเพิ่มรายได้นั้น จะต้องรู้พื้นฐานของปัญหาก่อน เพื่อจะนำไปสู่วิธีการแก้อย่างถูกต้อง

 "ปัญหาของเกษตรกรไทยคือผลผลิตทางการเกษตรส่วนใหญ่ จะออกพร้อมๆ กันทั่วประเทศและทั่วโลก อย่างข้าวจะปลูกในหน้าฝน เกี่ยวในหน้าหนาว เป็นเวลาเดียวกันกับเวียดนามและพม่า และประเทศอื่นๆ เพราะข้าวเป็นพืชที่ปลูกในเส้นศูนย์สูตรเดียวกัน ผลผลิตจึงออกพร้อมกันราคาก็ตก แต่เกษตรกรต้องรีบขายเพราะต้องจ่ายหนี้ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา เช่นเดียวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ฉะนั้นทางออกที่ดีคือต้องใช้วิธีประกันรายได้ โดยคิดจากต้นทุนการผลิตของแต่ละชนิดพืช แล้วมาบวกกำไร ซึ่งปีหน้าเราจะบวกเพิ่ม 50 % เป็นราคาประกัน นอกจากนี้ จะมีการหาตลาดเพิ่มอีก 25% และจะมีการประกันพืชผลจากภัยธรรมชาติด้วย" นายนินธ์กล่าว

 ในส่วนของรายจ่ายนั้น จะมีการควบคุมราคาปุ๋ย และพัฒนาสายพันธุ์พืชที่มีผลผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่การเพิ่มอำนาจในการต่อรองนั้นจะมีการสนับสนุนให้มีการตั้งสถาบันองค์กรเกษตรกร เพื่อรวมตัวเป็นกลุ่มขึ้นมา ในลักษณะของสถาบันเกษตรกร นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีนโยบายลดหนี้ของเกษตรกร 50% ส่วนที่เหลือให้ผ่อนในระยะยาว ในส่วนของที่ทำกิน ต้องให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างแท้จริง ในขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ศึกษาพื้นที่ประมาณ 1 ล้านไร่ เพื่อจัดสรรเป็นที่ทำกินของเกษตรกร

 ด้านพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี กล่าวว่า สามารถสร้างเกษตรให้เป็นเกษตรสร้างชาติได้ โดยมีโครงการอยู่ 2 ประเภท คือโครงการเชิงวาระ มี 9 นโยบาย คือ จะมุ่งไปสู่สินค้าใหม่ อาทิ เลี้ยงปลาสวยงาม หรือเรื่องของสมุนไพร เลือกผลิตสินค้าที่ให้ผลค่าตอบแทนสูง เช่น ระบบควบคุมคุณภาพการผลิตเพราะคนเริ่มห่วงด้านสุขภาพ, ต้องดำเนินให้มีประสิทธิภาพ, เน้นการใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับภูมิปัญหาท้องถิ่น,หันมาสนใจพืชพลังงาน ควบคู่กับพืชที่เป็นอาหาร, ต้องปฏิวัติสีฟ้า (บลูแอ็ดบลูชั่น) คือจะฟื้นฟูทะเลไทยที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ทั่งสามเท่า, จะส่งเสริมการทำธุรกิจในประเทศ, และเรามองเห็นความเป็นเลิศในทางวิชาการเกษตรทุกสาขาเราจะไม่ดักดานความรู้แบบดังเดิม

 อีกโครงการหนึ่งคือโครงการพัฒนาเชิงปัจจัยมี 7 นโยบาย คือ ประกันราคาข้าวเปลือกขาวตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิ 2 หมื่นบาท สร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขายข้าว, ส่งเสริมให้เกษตรกรมีเครดิดการ์ด นำไปซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร จะปรับเปลี่ยนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้เป็นของเกษตรกรไม่ใช่ธนาคารเพื่อการค้ากำไรเกษตรกรต้องไปถือหุ้นเอง, พักการชำระหนี้อีกครั้ง ตั้งแต่ 5 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท, ตั้งกองทุนเถ้าแก่น้อยเน้นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตทางการเกษตร อย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยให้เงินสนับสนุนมหาวิทยาลัยละ 2,000 ล้านบาท เพื่อสร้างอาชีพให้เด็กที่เรียนปีที่ 3-4 เพื่อให้เลือกวิชาชีพเองและเป็นกิจการของตนเอง, จะทำระบบชลประธานให้ทั่วถึงถึงไร่ถึงบ้านถึงนากันทุกคน โดยจะเชื่อมต่อระบบชลประทานทั้ง 25 ลุ่มน้ำ และจะจัดที่ดินที่ทำกินใหม่โดยจะยกเครื่อง ส.ป.ก.ใหม่ทั้งหมด รวมถึงที่ดินทหารมาให้ราษฎรทำกิน

 ส่วนนายธนชาติ แสงประดับธรรมโชติ จากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ปัญหาความยากจนของเกษตรกร เกิดจากถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้า เพราะนโยบายของรัฐบาลบางครั้ง ก็เหมือนสนับสนุนพ่อค้านายทุน จึงแก้ปัญหาไม่ได้ พรรคภูมิใจไทย จึงเน้นที่จะแก้ปัญหาให้ถูกจุด แก้ทั้งโครงสร้าง ทั้งระบบ เชื่อมไปถึงโครงสร้างของสังคม ที่จะต้องคำนึงถึงระบบภูมินิเวศในบางพื้นที่ที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้แนะนำว่า สภาพพื้นที่อย่างไร ควรจะเพาะปลูกอะไร ทำให้เกษตรกรแห่ปลูกพืชที่ไม่ตรงกับสภาพดิน ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจะมีนโยบายส่งเสริมการเกษตร โดยเน้นภาคการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยจัดเป็นโซน อาทิ ยางพารา หรือไม้ผล เป็นต้น นอกจากนี้พรรคจะมีนโยบายที่ไขลานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นพี่เลี้ยงที่จะต้องถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริง และมีการส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยสั่งตัด เป็นต้น
 
 นายพีระพงศ์ สาคริก กล่าวว่า พรรครักษ์สันติ ได้กำหนดนโยบายที่จะแก้ปัญหาการเกษตร โดยจะเน้นการเกษตรที่มีคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันนี้พื้นที่มีจำกัด ฉะนั้นจำเป็นที่จะเน้นการเกษตรที่ให้ผลผลิตสูง ลดต้นทุน นโยบายแรกที่พรรคจะต้องดำเนินการคือ การจัดโซนนิ่งการเกษตร, สนับสนุนงานด้านการวิจัย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์พืชใหม่, ส่งเสริมในการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกล เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน, ลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร, การเปิดเสรีทางการค้า, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ปลูกพืชปลูกพลังงาน, การพัฒนาแหล่งน้ำ ด้วยการจัดทำผังประเทศเชื่อมโยงปกป้องต้นน้ำลำธาร ให้เชื่อมการขุดคลอง ให้เกิดความสมดุลของสิ่งแวดล้อม

 ทางพรรคชาติไทยพัฒนา นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ กล่าวว่า ได้กำหนดกรอบนโยบายด้านการเกษตร 5ประการ คือ 1.ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็งด้วยการเข้าถึงทุน โดยจะมีการร่างกฎหมายกองทุนเกษตรกร กองทุนส่งเสริมชาวนาได้เป็นรูปร่าง 2.เพิ่มผลผลิตด้วยปรับปรุงโครงสร้างเกษตร เพื่อสามารถให้ผลิตผลได้ดี 3.ลดต้นทุนการผลิต 4.ลดความเสี่ยงของเกษตรกร ซึ่งตอนนี้ได้ทดลองทำที่ จ.ขอนแก่น และอุตรดิตถ์ ด้วยการให้เกษตรกรชื้อประกันความเสี่ยง ตั้งแต่ที่เป็นต้นกล้า ข้าวกำลังตั้งท้อง และช่วงเก็บเกี่ยว ซึ่งแต่ละระดับที่จะต้องทำประกันที่แตกต่างกัน และ 5.ปราชญ์ชาวบ้านที่หลงเหลืออยู่ให้ถ่ายทอดความรู้สู่ลูกหลาน ตรงนี้ถือเป็นนโยบายที่เร่งด่วน ที่จะทำให้มีการปรับปรุงในรูปแบบของเกษตรเป็นแนวใหม่ สนับสนุนภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการผลิต และการตลาด เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตอาหารในอนาคต
 
 ขณะที่ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม บอกว่า พรรคเพื่อนเกษตรไทย เน้นนโยบายหลักคือปลดหนี้ให้ชาวนาชาวไร่ ให้คนชรามีเงินเดือนเดือนละ 2,000 บาท ประกันราคาพืชผล เช่น ข้าวตันละ 2.5 หมื่นบาท รักษาทุกโรคเกษตรกรที่มีอายุ 60 ปีฟรี นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเด่น คือ 1.นโยบายการผลิต ต้องให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง 2.ต้องนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสมในการลดต้นทุนในการผลิต 3.ส่งเสริมระบบชลประทานอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพท่อน้ำส่งให้เกษตรกรทุกพื้นที่ 4.ส่งเสริมการผลิตครบวงจรตั้งแต่ผลิตแปรรูปและการตลาด และ 5.กำหนดพื้นที่เศรษฐกิจของพืชให้ชัดเจน พร้อมจะส่งเสริมให้ทำการเกษตรแบบโซนนิ่ง ส่งเสริมให้มีการซื้อขายสินค้าขายลวงหน้าและสนับสนุนแปรรูปสินค้าเกษตร ตลอดจนสร้างโรงงานปุ๋ยเป็นของเกษตรกรเอง เป็นต้น

 นี่เป็นข้อมูลด้านนโยบายด้านการเกษตรของแต่ละพรรคการเมือง ที่ถ่ายทอดผ่านเวทีแห่งนี้ ซึ่งล้วนแต่เน้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร และเพิ่มรายให้แก่ประเทศชาติ แต่จะทำได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างกระแสนิยมก่อนจะมีการเลือกตั้ง ควรย้อนไปถึงพื้นฐานในอดีตว่า แต่ละพรรคมีผลงานอย่างไร เพราะ 1 เสียงของท่านมีความความหมายต่อประเทศชาติ

ดลมนัส  กาเจ