ไลฟ์สไตล์

ถิ่นไทยงาม-จับผีที่ปางสีดา

ถิ่นไทยงาม-จับผีที่ปางสีดา

19 มิ.ย. 2554

เทศกาลการดูผีเสื้อเวียนมาถึงอีกแล้วหลังฤดูร้อน ต้นฤดูฝน เมื่อเจ้าหนอนน้อยกลายร่างเป็นแมลงสีสันสวยงาม พื้นที่ไหน ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ย่อมจะเห็นสีสันสวยๆ บินว่อนไปมา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สวนสาธารณะ ทางธรรมชาติ แต่สำหรับนักดูผีเสื้อแล้ว อดไม่ได้ ที่

 วันนี้ ฉันจะพาไปดูผีเสื้อที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งเปิดเทศกาลดูผีเสื้ออย่างเป็นทางการกันแล้วเมื่อ วันที่ 30 พฤษภาคม มีนายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว มาเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือการดึงอบต. และโรงเรียนต่างๆ ใกล้เคียงมีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งจะทำให้คนในพื้นที่รู้จัก และเกิดความรักเจ้าผีเสื้อกันมากขึ้น โดยไม่ต้องคอยให้คนต่างถิ่นเท่านั้นที่ไปรัก ไปรู้จัก
 
 ฉันเคยคุยกับเจ้าหน้าที่ที่โป่งดูผีเสื้อ แถมคอยถามนั่นนี่ถึงชนิดพันธุ์ "เจ้าหน้าที่ที่นี่ ต้องรู้จักผีเสื้ออย่างน้อย 10 ชนิดขึ้นไป ต้องท่องกันเลยล่ะ" คำตอบที่ได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงรู้จักผีเสื้อเยอะ ก็การดูผีเสื้อเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักๆ ของที่นี่เลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงนี้ไปถึงเดือนกรกฎาคม เพราะจะมีผีเสื้อเยอะและหลากหลายชนิดกว่าช่วงอื่น ซึ่งจากรายงานการบักทึก พบว่า ที่ อช.ปางสีดา พบผีเสื้อกลางวัน (Butterfly) มากกว่า 400 ชนิด แบ่งเป็น 5 วงศ์ คือ วงศ์หางติ่ง, วงศ์หนอนกระหล่ำ, วงศ์ขาหน้าพู่, วงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน และวงศ์ผีเสื้อบินเร็ว

 ผีเสื้อดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า เพราะวงจรชีวิตอันเปราะบางของผีเสื้อ ขึ้นอยู่กับพืชอาหาร อากาศบริสุทธิ์ ไร้การรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ และแหล่งน้ำที่สร้างความชุ่มชื้น ด้วยวงจรที่ค่อนข้างเปราะบาง เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังในกิจกรรมดูผีเสื้อ เพื่อไม่ให้ผีเสื้อหนีหายไปจากบริเวณนั้น แต่ฉันยังห่วงอีกอย่างคือการทำเส้นทาง ขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน ที่มีการเกลี่ยทาง ต้นไม้ริมทางที่เป็นอาหารอร่อยของเจ้าผีเสื้อพลอยหายไปด้วย จนเซียนผีเสื้อบางคนบ่นว่า "มันหายไปหลายชนิดเหมือนกันนะ" 

 Butterfly Effect  ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก  "แม้ผีเสื้อขยับปีกซีกโลกหนึ่ง ก็อาจส่งผลสั่นสะเทือนไปถึงระบบนิเวศวิทยาของอีกซีกโลกหนึ่ง"

 Butterfly Effect ถูกหยิบยกมาอธิบายถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ รวมถึงในทฤษฎีความโกลาหล  หรือ Chaos Theory และแม้แต่ทฤษฎีของอุตุนิยมวิทยา ที่พูดถึงเสมอว่า "เพียงแค่เจ้าผีเสื้อขยับปีกบางเบา ก็อาจจะเป็นสาเหตุของทอร์นาโดลูกใหญ่ได้"  อ้อ... ไม่ใช่ทันทีทันใดนะ หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งมีคำนวนออกมาเป็นตัวเลขกันเลยทีเดียว หนังสือหลายเล่มเขียนถึงทฤษฎีที่ว่านี้ ...หาอ่านกันได้ไม่ยาก

 "ผีเสื้อ" มีส่วนสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ มากมาย นับตั้งแต่ทำหน้าที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้ ให้พืชพันธุ์ต่างๆ ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ และในช่วงชีวิตที่เป็นหนอน หรือตอนที่เป็นผีเสื้อแล้วก็ตาม ก็ยังเป็นอาหารแก่สัตว์กินแมลงนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น นก กบ กิ้งก่า  กระทั่งปลาในน้ำ  และผีเสื้อยังเป็นอาหารตาให้กับเราได้เห็นความสวยงาม ยามที่กระพือปีกบางเบา

 รู้มั้ยว่า ผีเสื้อคู่หนึ่งๆ สามารถผลิตไข่หรือให้กำเนิดลูกหลานได้ถึง 3,000,000 ตัวในฤดูหนึ่งของปีก็ตาม แต่โอกาสที่จะมีชีวิตรอดเป็นผีเสื้อแสนสวยน้อยมากทีเดียว เฉลี่ยแล้วแค่ 2-3 ตัวเท่านั้น เพราะกว่าเจ้าผีเสื้อพวกนี้จะโต ก็ต้องอาศัยเวลา ถ้าเป็นชนิดโตเร็ว ก็อาจจะใช้เวลา ตั้งแต่ไข่ ไปจนเป็นผีเสื้ออยู่ที่ราวๆ  2 เดือน (ข้อมูลจาก savebutterfly.com) แถมช่วงชีวิตของผีเสื้อ ยังเป็นอาหารของสัตว์กินแมลงอีก

 แล้วรู้มั้ย ผีเสื้อสวยๆ บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว จากเมืองไทย "สมิงเชียงดาว" ไงล่ะ ว่ากันว่า ค่าตัวมันแพงราวๆ รถกระบะเลยทีเดียว น่าเสียดาย ที่มันไม่มีโอกาสบินโฉบไปมา ทำหน้าที่เชื่อมต่อในระบบนิเวศวิทยาอีกต่อไป  

 นี่กระมัง "ผีเสื้อ" แมลงเล็กๆ ที่มีอิทธิพลต่อโลก  ถ้ามันถูกตัดวงจร การเชื่อมต่อในระบบนิเวศวิทยาก็อาจจะผิดเพี้ยนไป และเพราะงั้น เพียงคุณเด็ดดอกไม้สักดอก ก็อาจจะสั่นสะเทือนไปถึงดวงดาวได้เช่นกัน และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากผลของ ... Butterfly Effect!!