
เฟียสต้า1.6ขับตามใจอย่างไรก็หนึบ
ในตลาดรถการแข่งขันสูง รถรุ่นใหม่ๆ มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าแต่เป็นเฉพาะกับบรรดารถแบรนด์รองๆ ที่ต้องอัดเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาเพื่อชักจูงลูกค้าแน่นอนว่ารถยนต์แบรนด์รองๆ หรือพวกที่มีส่วนแบ่งตลาดไม่มากนักก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ได้รับความสนใจ
ค่ายที่ทำตลาดแมสหรือขายในวงกว้าง อย่าง ฟอร์ด เชฟโรเลต นิสสัน สามค่ายนี้เป็นตัวนำการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลังในด้านของวิศวกรรม ที่ทำให้รถยนต์มีคุณค่ามากขึ้น ขับขี่ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตามในบรรดาค่ายใหญ่คงรอจังหวะที่จะเพิ่มคุณค่าของรถในโมเดลใหม่ๆ ไม่เช่นนั้นตลาดจะถูกแบรนด์รองแบ่งส่วนแบ่งเพิ่ม ในรถซับคอมแพค แบบ 5 ประตูที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกว่าสปอร์ต คล่องตัวและก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ตัวถังแบบ 4 ประตู เดิมนั้นกินตลาดส่วนใหญ่ได้ แต่พอเวลาเปลี่ยน คนที่เคยกลัวเรื่องความปลอดภัย เวลาถูกชนด้านหลังหรือว่ากลัวว่าพื้นที่ใช้งานแคบไปก็น้อยลง
มีรถคันหนึ่งที่คิดว่า น่าสนใจ ด้วยความเด่นชัดในแง่ของการเปลี่ยนแปลง นำเทรนด์ในกลุ่มรถซับคอมแพค 5 ประตู นั่นคือ ฟอร์ด เฟียสต้า
เฟียสต้า 1.6 ลิตร (6.99 แสนบาท) ถือว่า เป็นผู้กำหนดแนวทางของคุณค่าในรถเล็กในเวลานี้ ด้วยเหตุที่ว่า เพิ่มคุณค่าของรถด้วยการนำทางด้านเทคโนโลยี และมาตรฐานใหม่ใส่ไว้ในรถระดับนี้ก่อนค่ายอื่นๆ ในราคาที่ไม่ได้สูงไปกว่าคู่แข่ง เทคโนโลยีคงต้องบอกว่า มีกันทุกค่ายแต่ใครจะกล้านำเสนอในราคาที่หาซื้อได้เท่านั้น
บ่อยครั้งในวงการรถยนต์ได้ยินคำกล่าวอ้างอันล้าหลังของผู้ผลิตรถที่มักบอกตลาดไม่รับหรือแปลง่ายๆ ว่าเอามาคนก็ไม่ซื้อ (ถ้าจะขายได้ต้องทิ้งของเก่าหรือลงทุนทำโฆษณาสูง)
ตัวอย่างของคุณค่าของเฟียสต้าเช่น การดูดี รูปทรงทันสมัย วัสดุอุปกรณ์ทำมาให้ไม่ดูว่า ราคาถูก เหมาะเจาะในเรื่องการจัดวางฟังก์ชั่นต่างๆ มีระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติในรถแมสขนาดเล็กเป็นครั้งแรก ระบบนี้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นมากกรณีหักเลี้ยวฉุกเฉิน หรือเมื่อคุณเผลอขับความเร็วเกินโค้ง
ระบบคลัชท์คู่ ช่วยประหยัดน้ำมันและขับสนุก ระบบสั่งงานด้วยเสียงในยุคของสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ต มีอิทธิพลสูงบางทีคุณจำเป็นต้องใช้มัน รวมถึงคุณภาพของระบบช่วงล่างที่หนึบและเหนียว
ผมได้ลองขับเฟียสต้าอีกครั้ง ในหลายรูปแบบ กรุ๊ปเทสต์เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ การขับรถที่ยาวไกลใน 1 วัน บนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทำให้ได้รู้จักรถมากขึ้น การขับในรูปแบบโรดเทสต์เช่นนี้ ระยะ 700 กิโลเมตรสำหรับการเดินทาง เป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดที่จะหาจุดเด่นจุดด้อยของรถ
โดยแบ่งการขับเป็น 3 ช่วง คือ กรุงเทพฯ-นครสวรรค์ แบบฟรีรัน คือ ใครอยากขับเท่าไรก็ขับไป ไม่จำกัดความเร็ว แต่ขอให้ถึงจุดจอดรถต่อไป ตรงเวลาซึ่งกำหนดไว้ที่ร้านปลาท่าน้ำอ้อย ระยะที่สองนครสวรรค์-กำแพงเพชร ราว 149 กิโลเมตร ขับเพื่อหาอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและระยะที่สาม หลังจากกำแพงเพชรไปถึงเชียงใหม่ก็ฟรีรันอีกครั้ง
คู่บัดดี้ของผมงานนี้คือ บก.ข่าวจากโพสต์ ทูเดย์ นิธิ ท้วมประถม เราตกลงกันว่า ระยะแรกขับกันแบบเอ็นเตอร์เทน ไดร์วิ่ง คือ "ขับไปแวะไป" ช็อปปิ้งข้างทางแถวตลาดนวนคร เจออะไรแวะไปเรื่อย ไม่เว้นแม้แต่ร้านเอาท์เล็ต ในปั๊มน้ำมัน ผมเห็นคุณนิธิเนียนตาดูรองเท้าแตะฟิตฟลอบ (FitFlop) แพงหูฉี่ สงสัยอยากจะใช้ นวัตกรรมใหม่นี้ช่วยกระชับต้นขาให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น แถมด้วยการลดไขมันเซลลูไลท์ ให้เรียวขาเรียวงาม อย่างที่สาวๆ กำลังนิยมกัน
จากนั้นก็เข้าสู่จุดที่สอง ขับประหยัดน้ำมัน จริงๆ คือ ขับเพื่อหาอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ผมให้คุณนิธิเดี่ยวพวงมาลัยไปคนเดียว ได้ใช้ระยะทาง 149 กิโลเมตรใช้น้ำมัน 6.4 ลิตร ความเร็วเฉลี่ย 80-100กิโลเมตรต่อชั่วโมง การขับสายเอเชียเส้นนี้ โล่งตาสบายใจ เป็นอัตราของความสิ้นเปลืองนอกเมืองท่ามกลางสภาพเย็นใจของคนขับ
การฟรีรันอีกครั้งเริ่มขึ้นด้วยการเติมน้ำมันเต็มถังที่กำแพงฯ แล้วก็ขับรวดเดียวถึงเชียงใหม่ ผมใช้น้ำมันหมดถึงแป๊ป เมื่อเข้าสู่ที่พักถนนนิมมานเหมินท์ ด้วยภารกิจที่ทำให้เราต้องเร่งรีบ บ่อยครั้งที่เข็มไมล์ไปแตะที่ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และก็ลดหลั่นลงมาตามสภาพจราจร แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ความเร็วสูง เนวิเกเตอร์ ทำงานได้ตรงเพราะผมกำหนดให้ถึงเชียงใหม่ 18.11 น.ตามนั้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็นเกือบ 1 ชั่วโมง ในการขับของรถคันอื่นๆ ซึ่งเขาไม่ต้องรีบต้องเร่ง
ถ้าจะให้ตั้งข้อสังเกตสำหรับเฟียสต้า เกียร์อัตโนมัติ PowerShift 6 สปีด (ระบบเกียร์ 6 สปีดก็เป็นอีกหนึ่งที่เพิ่มคุณค่ารถ) คันนี้ คือ อัตราเร่งเครื่อง 1,600 ที่ทำให้หลังติดเบาะได้ การเกาะถนน การคุมรถ และการเก็บเสียงเด่นสุดในคลาส เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น คนขับไม่ต้องเพิ่มทักษะการคุมรถตามไปด้วย ความรู้สึกแบบนี้ มีในรถยุโรปดีๆ เช่น เบนซ์ บีเอ็ม แต่รถที่คุณภาพการขับไม่ดี เมื่อความเร็วรถเพิ่ม คนขับต้องเกร็งมากขึ้น ทำให้ล้า เหนื่อยเวลาเดินทาง วิธีการจับความรู้สึกแบบนี้ท่านลองเอาไปจับกับรถที่ทดลองขับเวลาไปออกรถใหม่ตามโชว์รูมก็ได้ คันไหนชัดคันนั้นล่ะ ช่วงล่างดี เมื่อรวมกับคุณภาพของการเก็บเสียง ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ เสียงถนน กับเสียงลมปะทะ ซึ่งส่วนใหญ่เล็กๆ รถมักจะเก็บเสียงถนน ที่เกิดจากยาง และการเสียดสีของอากาศ ที่ไหลผ่านรถ หรือไหลผ่านซุ้มล้อไม่ดีทำให้ห้องโดยสารไม่เงียบ นั่งแล้วเครียด โดยเฉพาะซุ้มล้อหลังคนนั่งหลังได้ยินเสียงถนนราวกับนั่งรถไถนา แต่สำหรับเฟียสต้าถือว่า ทำได้ดีมาก
แล้วอะไรคือข้อด้อยของเฟียสต้า 1.6 อย่างแรกคือ ด้านหลัง และฟังก์ชั่นด้านหลัง เพราะว่ามีคู่แข่งทำได้ดีกว่า พื้นที่รองขาของเบาะหลัง มีข้อจำกัดพอสมควร พอๆ กับการเข้าออกของประตูหลัง แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานแบบคนรุ่นใหม่ใช้กัน ที่ผมเห็น ใช้ขนของไปขายตามตลาดนัดบ้าง ย้ายหอพักบ้าง ก็ไม่ใช่ปัญหา หรือว่าจะขนของย้ายหอแบบนักศึกษาสมัยนี้ก็หลายเที่ยวหน่อยและก็เอาโต๊ะคอมพ์กับตู้เย็นใส่ไปไม่ได้ในเที่ยวเดียวกัน
ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่คนซื้อรถต้องถาม คือ การบริการหลังการขาย ราคารถมือสอง หรือว่าความเร็ว ความสะดวกในการเคลมต่างๆ ไม่ได้พูดว่าไม่ดีแต่ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาอวดกันเท่านั้น



