
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการอย่างชาญฉลาด
การเริ่มต้นลงทุนโครงการให้สำเร็จสักโครงการมิได้เกิดขึ้นจากอารมณ์ความรู้สึก หรือจากความอยากของผู้ลงทุนอย่างเดียว แต่จะต้องเริ่มต้นจาก การวิเคราะห์โครงการและการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
แนวคิดการค้นคว้าศึกษา และวิเคราะห์โครงการเกิดขึ้นมานานมากครับ โดยปรากฏหลักฐานตั้งแต่ยุคช่วงปี 1902 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงกิจการพาณิชย์นาวี ที่มีชื่อว่า THE RIVER AND HARBOR ACT เมื่อแก้ไขการบริหารงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ
ซึ่งกฎหมายได้ระบุให้โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการท่าเรือ และแม่น้ำจะต้องมีการจัดทำรายงานเกี่ยวกับจำนวนต้นทุนและผลตอบแทนทางการค้า (Commercial Benefit Cost) ซึ่งจากกฎหมายดังกล่าวได้นำมาสู่การพัฒนาเทคนิคการตีค่าต้นทุน และผลตอบแทนที่มีตัวตนหรือที่สามารถคิดคำนวณออกมาเป็นตัวเงินได้ก่อนดำเนินการ และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 มีการขยายองค์ความรู้และแนวคิดในการวิเคราะห์ต้นทุนทางสังคม และเศรษฐกิจในภาคเอกชนต่างๆ ทั่วโลก ประเทศต่างๆ ก็เริ่มให้ความสนใจกับประเด็นการนำหลักเศรษฐศาสตร์การวิเคราะห์ความเป็นไปได้โดยละเอียดก่อนดำเนินโครงการด้วยความมั่นใจ
ดร.บุญชนะ บุญเลิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนอย่างสัมฤทธิผลได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการว่า “ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในกิจการใด จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์โครงการให้ละเอียดรอบคอบก่อนเพื่อช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบถึงโอกาสที่โครงการจะประสบความสำเร็จมีมากน้อยเพียงใดและได้รู้ล่วงหน้าว่าควรลงทุนในโครงการดังกล่าวหรือไม่อย่างไร”
ในการวิเคราะห์โครงการมีส่วนประกอบต่างๆ ที่จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ พอสรุปได้ดังนี้
1. การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการตลาด
ศึกษาว่าตลาดที่จะทำโครงการมีมากน้อยแค่ไหนเพียงใด มีแนวโน้มในอนาคตที่จะเพิ่มขึ้นหรือ ลดลง โดยการสำรวจตัวเลขจากข้อมูลจริง จากกรณีศึกษา จากแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และโครงการเหล่านั้นสามารถตอบสนองความต้องการได้มากน้อยเพียงใด
2. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านเทคนิค
เริ่มต้นจากศึกษาว่าขนาดโครงการจะทำเล็กใหญ่แค่ไหน สถานที่ตั้งโครงการ ทำเล มีผลกระทบอย่างไร สภาพแวดล้อมรอบทิศทาง กรณีนี้อาจร่วมงานกับผู้ออกแบบและสถาปนิกทำงานร่วมกันจะเป็นผลดีมาก จำนวนคน (USER) ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ หรือมีผลกระทบต่อเขาทั้งทางตรง ทางอ้อม
ประสิทธิภาพและศักยภาพการใช้ และการดูแลเทคโนโลยี วัตถุดิบ และตลาดวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องในการลงทุนที่มีอยู่ว่าเป็นอย่างไร ปริมาณและคุณภาพแรงงานที่ต้องการ ตลอดจนต้นทุนต่างๆ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งระบบ ดร.บุญชนะ บุญเลิศ ยังกล่าวกับทีมงาน “อยู่สบาย” ได้อย่างน่าฟังว่า “การลงทุนโครงการที่ดีที่สุดควรต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้มากที่สุด แต่ไม่ใช่พฤติกรรมและความชอบของผู้ลงทุนเป็นหลัก” เพราะมีหลายคนไม่มองประเด็นนี้ เอาแต่ความชอบโดยไม่คำนึงถึงคนใช้งาน หรือลูกค้าตัวจริง ผู้ซื้อ ผู้บริโภคจึงเป็นคำตอบของการทำกรณีศึกษามากที่สุด
3. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านสิ่งแวดล้อม
ศึกษาผลกระทบของชุมชนหลังจากการลงทุน การยอมรับให้โครงการเหล่านั้น อยู่ร่วมกับชุมชนแบบยั่งยืน ผลกระทบต่อขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนว่ามีความขัดแย้ง หรือกลมกลืนหรือไม่ ผลกระทบต่อสุขภาพ ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ป่าไม้ และที่สำคัญโครงการที่เราจะลงทุนนั้นกระทบต่อคุณภาพและชีวิตของชุมชนมากน้อยเพียงใด สามารถเพิ่มโอกาสในการทำงาน การกระจายรายได้ของชุมชนอันเกิดจากการลงทุน การทำโครงการเรานั้นเป็นอย่างไร เพราะหลายโครงการมองข้ามประเด็นผลกระทบเหล่านี้ ซึ่งทำให้บางโครงการเมื่อเปิดกิจการ แต่กลับได้รับการต่อต้านจากชุมชนและมีผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ไม่ราบรื่น ความร่วมมือน้อยก็อยู่ลำบาก
4. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านเศรษฐกิจ
ศึกษามูลค่าโครงการในปัจจุบันว่าจะต้องลงทุนในงบประมาณสุทธิ เท่าไหร่ จนไปถึงมูลค่าโครงการในอนาคตเมื่อเสร็จ อัตราผลตอบแทนของโครงการว่าตัวเลขจะได้อย่างไรโดยศึกษาจากข้อมูลที่ต้องดำเนินการจากผู้เชี่ยวชาญจากข้อมูลทางการตลาด , กรณีศึกษา ผลสุทธิแจ้งเมื่อเปิดโครงการสุทธิเป็นอย่างไร ต้นทุนในการสร้างโครงการ ต้นทุนทรัพยากรในประเทศทั้งหมดที่เกิดขึ้น ยิ่งละเอียดคิดล่วงหน้าเอาไว้ได้จะเกิดผลดีมากๆ ตลอดจนผลตอบแทนทางอ้อม ผลตอบแทนขั้นรองที่จะต้องมองภาพรวมแล้วนำมาคิดคำนวณด้วย
5. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านการวางแผนการเงิน
การสรุปผลว่างบลงทุนจะเป็นเท่าใดแหล่งเงินทุนมาจากในทิศทางใด ดอกเบี้ยเป็นอย่างไร รายได้ที่จะกลับเข้ามาเท่าใด มีกำไรเท่าใด คำนวณจากแย่สุด และดีสุดเพื่อชั่งน้ำหนักและวิเคราะห์ผลตอบแทนและความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด
6. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านองค์กรกฎหมาย และสังคมการเมือง
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทยมากๆ เพราะเป็นทั้งอุปสรรค และเครื่องมือที่ดี อยู่ที่ว่าโครงการเหล่านั้นกระทบกับใครโดยตรง หน่วยงานรัฐหน่วยงานไหน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในนโยบายของภาครัฐ เสถียรภาพของรัฐบาล สถานการณ์ทางการเมืองจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ลงทุนต้องประเมินและดำเนินการด้วยความรอบคอบ
ดร.บุญชนะ บุญเลิศ ได้ร่วมดำเนินการหลายโครงการกับผมและทีมงาน “แต่งร้านให้ได้ล้าน” ในการให้ข้อมูลต่างๆทุกช่วงในการสัมมนา ในขณะเดียวกันได้ร่วมทำโครงการสร้างสรรค์กับแฟนๆรายการ “อยู่สบาย” โดยใช้แนวความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบควบคู่ไปกับการวิเคราะห์โครงการอย่างรอบคอบ ผมมีความมุ่งหวังให้การลงทุนเดินหน้าไปด้วยสติปัญญาด้วยแนวคิดใหม่ เมื่อสำรวจและวิเคราะห์อย่างละเอียดตั้งแต่บนกระดาษ ผมเชื่อว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมแน่นอนครับ
สามารถเข้าปรึกษาและร่วมพูดคุยกับ อ.เอก ได้ทาง www.facebook.com/akekapong> treetrong รักในหลวง แอดเข้ามาเป็นเพื่อนหรือโทรนัดผม และดร.บุญชนะได้ที่เบอร์ 0-2375-0047-9 / 08-1443-0248
อ. เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



