ไลฟ์สไตล์

พอแล้วรวย - วัฒนธรรมพอเพียง

พอแล้วรวย - วัฒนธรรมพอเพียง

18 มิ.ย. 2554

พระเจ้าอยู่หัวเคยตรัสสอนข้าราชบริพารและชาวบ้านอยู่เสมอๆ ว่า “บรรพบุรุษท่านพึ่งตนเองได้ทุกเรื่อง หาอยู่ หากิน ทำข้าวของเครื่องใช้ สร้างบ้าน สร้างที่อยู่อาศัยได้เอง มีอากาศร่มเย็น ไม่เคยต้องพึ่งแอร์ มีทุกอย่างพอเพียง”

 เราเคยอยู่ในวัฒนธรรมพอเพียงมาหลายร้อยปี แต่ตั้งแต่ พ.ศ.2504 ที่ผู้ใหญ่ลีตีกองประชุม เรียกชาวบ้านมาชุมนุมเพื่อบอกว่าทางการต้องการให้เราต้องเลี้ยงเป็ดและสุกร

 ปี 2504 คือปีเริ่มต้นที่ทางการเริ่มเดินทางผิดโดยการส่งผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ลงสู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ให้ชาวบ้านเปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนวัฒนธรรมการกินการอยู่การแต่งกาย ให้เป็นแบบ “ฝรั่ง” วัฒนธรรมที่เคยพอเพียงของสังคมไทยก็เริ่มเปลี่ยนไป  

 วัฒนธรรมคือแบบแผนความคิด ความเชื่อ ค่านิยม แสดงออกเป็นพฤติกรรมที่คนในสังคมยอมรับและปฏิบัติร่วมกัน เมื่อถามว่า อะไรคือความคิดความเชื่อและค่านิยมของวัฒนธรรมไทย หลายคนจะตอบได้ตรงกันว่า “กตัญญู กตเวที” “อ่อนน้อมถ่อมตน” “เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” “กรุณาปรานี”

 คนในสังคมทุกคนคือเครือญาติที่เราแสดงออกโดยการเรียกคนนอกครอบครัวเสมือนคนในครอบครัว “พี่น้อง พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย” มีประเพณีลงแขก ที่ทุกคนในชุมชนจะมา “ร่วมด้วยช่วยกัน เอาแรงกัน”

 ท่ามกลางวัฒนธรรมไทยที่กำลังลบเลือนไปจากสังคม เราก็เริ่มได้เห็นพยายามของสื่อโฆษณาที่ “เรียกหา” วัฒนธรรมที่ดีงามของไทยให้กลับคืนมา

 ภาพของเด็กน้อยน่ารักท่าทางกำลังน้ำลายไหลอยากกินขนมที่อยู่ในหาบของยาย และยายก็หยิบของในหาบ “เอ้า ยายให้” ทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ตามประสาเด็กบ้านนอกที่จะมักจะได้กินของอร่อยๆ ที่เพื่อนบ้านเอามาแบ่งให้

 ทั้งหมดแสดงถึงวัฒนธรรมคนไทยที่เชื่อเรื่อง “บุญ” เรื่อง “ทาน” “การให้” ความเชื่อนี้ทำให้เรามีวัดที่สะสมความมั่งคั่งทั้งทรัพย์สินเงินทองและวัฒนธรรมมากถึง 4 หมื่นกว่าวัดทั่วประเทศ

 เพื่อนชาวอังกฤษท่านหนึ่งเคยปรารภกับอาจารย์ยักษ์เมื่อพูดถึงคนไทยว่า “Tell your people, don’t change" แปลง่ายๆ ว่าบอกคนไทยด้วยว่า อย่าเปลี่ยน (มาเป็นเหมือนพวกฝรั่งอย่างฉัน) เมื่อถามกลับไปว่าทำไม คำตอบคือ คนไทย วัฒนธรรมไทย คือวัฒนธรรมที่ดีที่สุดในโลก เราเป็นคนมีน้ำใจ เคารพครูบาอาจารย์ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เมื่อมีแขกมาเยือนเราจะให้ของที่ดีที่สุดสำหรับแขกเสมอ

 วัฒนธรรมดีงามทั้งหมดข้างต้นเริ่มมาจาก การมีเสาบ้าน 4 เสาที่พอเพียง มีอาหารพอ มีข้าวของเครื่องใช้พอ มีที่อยู่พอ มีอากาศร่มเย็นพอ เราจึงมีพื้นฐานจิตใจที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกัน และสามารถพัฒนาจิตใจฝ่ายสูงได้อย่างง่ายดายด้วยการทำบุญ ทำทาน แบ่งปัน และเมื่อมีมากจนเอามาค้าขาย ก็ค้าขายได้ด้วยความไม่ละโมบ

 พื้นฐานที่พอและไม่ละโมบ ทำให้เราไม่เคร่งเครียด จึงมีจิตใจที่อ่อนโยน ประณีต นี่คือสิ่งที่เราสะท้อนออกในงานศิลปวัฒนธรรมของเราจนยากที่ประเทศไหนจะเทียบได้

 ถึงตอนนี้เราจะยังต้องการ วัฒนธรรมไหน มาแทนวัฒนธรรมพอเพียงของเราอีก

"อาจารย์ยักษ์ มหา’ ลัยคอกหมู"