ไลฟ์สไตล์

โปรแกรมช่วยเยาวชนหลงผิดกลับเข้าสู่สังคมอย่างภาคภูมิ

โปรแกรมช่วยเยาวชนหลงผิดกลับเข้าสู่สังคมอย่างภาคภูมิ

17 มิ.ย. 2554

ขณะนี้ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่บังคับใช้ ต้องรายงานสถานการณ์เด็กต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทุกปี และการที่ประเทศไปลงนามไว้ กฎหมายต่างๆ ต้องอนุมัติตามอนุสัญญาดังกล่าว

เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนโดยเร่งด่วน รวมถึงมีการปรับกฎหมาย เปลี่ยนจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 เป็น พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553

 ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีเครื่องมือของตนเองในการจำแนก ค้นหาจุดเริ่มต้น และทำนายอนาคตของเยาวชนที่กระทำผิด ก้าวพลาดจนต้องมาอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมพินิจฯ ว่าปัจจัยใดที่ส่งผลให้พวกเขาถูกปิดขาดจากอิสรภาพ ดังนั้นกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรมโดยสถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ และกรมคุมประพฤติ ทำ โครงการพัฒนาระบบการพัฒนาระบบการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ออกแบบโปรแกรม สร้างเครื่องมือช่วยเด็ก เยาวชน หลุดพ้นจากเส้นทางที่พวกเขาหลงก้าวผิดเข้ามา และไม่กระทำผิดซ้ำ

 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ส.ส.ส.) 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 ในการสร้างเครื่องมือสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.เครื่องมือจำแนกเหตุปัจจัยว่าทำไมเด็กถึงได้กระทำผิด ซึ่งถ้าจำแนกถูกต้อง จะส่งผลไปต่อการบำบัด 2.เครื่องมือพัฒนาการบำบัด เพื่อให้ตรงกับเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก และ 3.เครื่องมือการดำเนินงานเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และติดตามหลังปล่อย เพื่อไม่ให้กระทำผิดซ้ำ

 ธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อธิบายว่า โปรแกรมที่ทีมนักวิจัยออกแบบไว้ จะช่วยทดสอบสภาพของเด็ก ค้นหาปัญหาในตัวเด็ก ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมพื้นฐาน สำหรับเด็กเยาวชนในสถานแรกรับ หรือโปรแกรมสื่อสารระหว่างพ่อแม่กับเด็ก เพราะส่วนใหญ่เด็กกับพ่อแม่มักสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง พ่อแม่ไทยมักด่าก่อน สอนทีหลัง ส่วนเด็กรุ่นใหม่ได้รับความรู้มากมาย ทำให้ดื้อไม่เชื่อฟัง หรือ กลุ่มที่ศาลสั่งรออาญาและคุมความประพฤติ จะขาดความภาคภูมิใจเชื่อมั่นในตัวเอง มองว่าตัวเองเป็นคนต้อยต่ำ อับอาย จะจัดเข้าโปรแกรมบำบัดในชั้นคุมประพฤติ สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งแต่ละโปรแกรม จะทำให้เด็กรู้สึก คิด วิเคราะห์ในการดำรงชีวิตได้ดีขึ้น

  เช่นให้ผู้หญิง ผู้ชาย เขียนผู้หญิง ผู้ชายในฝัน และเมื่อเขียนเสร็จ ถามกลับว่า ผู้ชายที่ทำให้ท้องอยู่ตอนนี้ หรือผู้หญิงที่ทำให้ติดคุกอยู่ตอนนี้เหมือนกับที่เขียนหรือไม่ และให้ผู้หญิงและผู้ชายเขียนถึงความรู้สึกว่าทำไมผู้หญิงต้องเสียตัวให้ผู้ชาย? และผู้ชายคิดอย่างไรที่ผู้หญิงเข้าหา ผู้หญิงตอบว่าเพราะชอบ รัก แต่ผู้ชายกลับตอบว่า เพราะความใคร่ ทำให้พวกเขารู้มุมมองของอีกฝ่าย รู้จักคิดวิเคราะห์มากขึ้น

 เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา กรมพินิจฯ ได้เลือกสถานพินิจฯ 3 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานคร จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องในการนำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงธันวาคม หลังจากนั้นจะขยายผลเชิงระบบในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั่วประเทศ

 อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เครื่องมือที่สร้างขึ้น จะเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกฎหมายใหม่ว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวให้สอดคล้องกับสภาพสังคม โดย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 ครอบคลุมและให้ความสำคัญต่อวิธีการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนตั้งแต่ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ให้มีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมทั้งสิทธิส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น เช่น การปฏิบัติต่อเด็กหรือเยาวชนในคดีอาญา กรณีจับ พนักงานสอบสวนกระทำได้เพียงถามปากคำเบื้องต้น แล้วนำตัวเด็กหรือเยาวชนไปศาลทันที หรือการลงทัณฑ์ต่อเด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในสถานที่ควบคุมเปลี่ยนแปลงไปไม่มีโทษเฆี่ยนหรือทำงานหนักอีกต่อไป มีเพียงการเข้าแผนฟื้นฟูพิเศษเพื่อปรับพฤติกรรม และการตัดสิทธิประโยชน์บางประการเท่านั้น เป็นต้น เครื่องมือดังกล่าวจะช่วย ฟื้นฟู บำบัดที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติ,กฎหมายใหม่ ที่คำนึงถึงอนาคตและสวัสดิภาพของเด็กมากกว่าโทษ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขากลับเข้ามาอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ

      0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0