ไลฟ์สไตล์

ลุงแจ่มระวังภัย 
อนุญาตโรงคัดบรรจุรายแรก ส่งผักไปอียู (จบ)

ลุงแจ่มระวังภัย อนุญาตโรงคัดบรรจุรายแรก ส่งผักไปอียู (จบ)

17 มิ.ย. 2554

มาตรการการตรวจเข้มดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากการที่อียูมองว่า ปัญหาผักไทยเป็นปัญหาเรื้อรังและหยั่งรากลึก เพราะมีการตรวจพบศัตรูพืชในสินค้าผักที่ด่านอียูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 ดังนั้น อียูจึงมีความเข้มงวดและจริงจังกับการตรวจสอบสินค้าผักจากไทยที่นำเข้ามาในอียู โดยเน้น เรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารสำหรับผู้บริโภคยุโรป โดยเฉพาะเรื่องสารหรือยาฆ่าแมลงตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ในผัก และเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยของพืช คือโรคพืชและแมลงศัตรูพืชที่อาจติดมากับผักไทยและมาแพร่ขยายพันธุ์ในอียู                      
 ภาครัฐไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามออกมาตรการแก้ไขปัญหามาตลอด เริ่มจากกรมวิชาการเกษตรได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศพืชควบคุมเฉพาะที่ต้องตรวจสารตกค้าง ก่อนส่งออกไปยังอียู
 ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตร ได้ออกมาตรการควบคุมพิเศษ ให้โรงคัดบรรจุจดทะเบียนแจ้งฟาร์มที่เป็นเครือข่าย (contracted farm) ว่า รับผักมาจากฟาร์มใดบ้าง โดยฟาร์มเองก็ถูกกำหนดให้ต้องได้มาตรฐาน Good Agricultural Practice (GAP) และต้องจดทะเบียนว่า จะส่งผักให้แก่โรงคัดบรรจุใดบ้าง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถระบุได้ว่า ผักที่ส่งออก มาจากฟาร์มและโรงคัดบรรจุใด (traceability)                          
 ผัก 5 กลุ่ม/16 ชนิดที่ถูกอียูเพ่งเล็ง ได้แก่
 1 พืชกลุ่ม Ocimum spp. ได้แก่ กะเพรา โหระพา แมงลัก ยี่หร่า
 2 พืชกลุ่ม Capsicum spp. ได้แก่ พริกหยวก พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู
 3 พืชกลุ่ม Solanum melongena ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเหลือง มะเขือขาว มะเขือขื่น
 4 พืช Memordica charantia ได้แก่ มะระจีน มะระขี้นก
 5 พืชกลุ่ม Eryngium foetidum ได้แก่ ผักชีฝรั่ง                       
 การประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้มาตรฐานตาม “Establishment List” ครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “ผักไม่ผ่าน” ของสินค้า 5 กลุ่ม / 16 ชนิด
กรมวิชาการเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์