ไลฟ์สไตล์

รู้ทันกฎหมาย - ปรองดอง

รู้ทันกฎหมาย - ปรองดอง

23 เม.ย. 2552

คนรู้จักกันก็อาจมีอันผิดใจกันได้บ้าง หรือยังไม่ถึงขั้นแตกหักก็อาจผิดใจ หรือไม่ถูกใจ การให้อภัยจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา อย่าได้อาฆาตพยาบาทผูกใจเจ็บไม่ยอมเลิกรา ประมาณว่าเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีไม่ได้ จะเสียเวลาเสียเงินทองหรือเสียคนก็ยอมเพื่อแลกกับอารมณ์ไม่ย

  คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้อภัยกันทุกกรณี  ถ้าเป็นอย่างนี้ทั้งสองฝ่ายก็กลายเป็นทะเลาะบานปลายไม่อาจยุติเรื่องราวได้  การปรองดองจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณารองลงมาจากการให้อภัย

 ทำใจยกโทษให้ไม่ได้ แต่ก็อาจประนีประนอมรอมชอมได้เพื่อให้เรื่องที่จะบานปลายจบลง
 การประนีประนอมยอมความเป็นการตกลงผ่อนปรนกันคนละก้าว แล้วให้เจ๊ากันไป ทั้งในเรื่องพิพาทบาดหมาง บนพื้นฐานของเงื่อนไขที่จะได้ตกลงกันไว้เพื่อให้เรื่องจบลง
เหมือนจะไม่มีอะไรยุ่งยาก  แต่หากทำไปแบบไม่รู้กฎหมายก็เป็นอันว่าใช้บังคับกันไม่ได้ เสียดายอารมณ์เปล่าๆ

 การประนีประนอมยอมความที่จะผูกพันตามกฎหมายจะต้องทำให้เป็นหลักเป็นฐานโดยทำเป็นหนังสือ เขียนกันเอาไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไร และต้องมีข้อความที่บ่งบอกให้ได้ว่าต่างฝ่ายหรือฝ่ายใดยอมผ่อนปรนอะไรให้ไป  หรือต้องทำอะไร หรือจัดการอย่างไร ควรจะมีกำหนดเวลาเอาไว้ว่าจะทำหรือจัดการเมื่อไหร่ แล้วก็ให้คนที่เกี่ยวข้องลงชื่อไว้เป็นสำคัญ  โดยเฉพาะคนที่ต้องผูกพันปฏิบัติตามเงื่อนไขในการปรองดองนั้นด้วย

 แค่ลมปากอย่างเดียวไม่อาจใช้ได้ เพราะไม่มีหลักฐานมายัน เวลาผิดคำพูดกันก็ไม่สามารถบังคับได้ แต่ถ้าทำเป็นหนังสือแล้วผิดข้อตกลงเมื่อไหร่ก็ฟ้องร้องให้ศาลบังคับตามข้อตกลงนั้นได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาพิสูจน์ว่า หนี้หรือข้อพิพาทก่อนการเกิดสัญญาฉบับนี้มีอย่างไร

 เป็นการตัดข้อโต้เถียงทั้งหลายที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ให้หมดไป แล้วล้างไพ่ถือใหม่ตามสัญญานี้  หนี้ทั้งหลาย หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ที่มีต่อกันก็เป็นระงับสิ้นไป ไม่อาจย้อนศรขุดขึ้นมาแฉมาอ้างได้อีกต่อไป

 เรื่องเก่าจบสิ้น เปลี่ยนเป็นเรื่องใหม่  ถ้าทะเลาะกันยกสองก็ต้องถือตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ เท่านั้น

 แต่การเขียนถ้อยคำในสัญญาก็อย่างที่ว่าไว้ ต้องเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นให้จบลง  ไม่เหมือนการรับสภาพหนี้หรือรับสภาพความผิดซึ่งเป็นการทำเอกสารเพื่อยอมรับว่ามีความผูกพันที่ต้องชำระหนี้ ไม่ได้มีการผ่อนปรนอะไรให้กัน

 ไม่เหมือนกับการเขียนสัญญากู้ ที่ผู้เป็นคนยืมเป็นฝ่ายผูกพันตนโดยไม่ได้รอมชอมอะไรให้กัน

 ที่ต้องย้ำเอาไว้ เพราะหากเป็นสัญญาทั่วไป เช่นสัญญากู้ยืมเงินก็ดี หรือบันทึกรับสภาพหนี้ที่กล่าวไว้ ถ้าจะฟ้องร้องเรียกร้องบังคับตามที่ตกลงกันก็ต้องนับอายุความตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีระยะเวลาน้อยกว่าสัญญาประนีประนอมที่ฟ้องร้องบังคับได้ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ทำสัญญายอม

 การปรองดองเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กได้เพราะใจถึง ซึ่งกฎหมายไม่คำนึงว่าฝ่ายใดจะได้ให้อภัยหรือไม่  ก็ต้องบังคับให้ได้ตามสัญญายอม

"ศรัณยา ไชยสุต"