
ผู้บริหารร.ร.200คนให้กำลังใจเลขาฯสพฐ.สู้ภตช.
ผู้บริหารเขตพื้นที่ และผู้บริหาร ร.ร.กว่า 200 คน ตบเท้าให้กำลังใจเลขา สพฐ. ฮึดสู้ ภตช. ที่เรียกร้องให้ ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ศธ. รวมทั้งเสนอให้ป.ป.ช.ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ผอ.โรงเรียนร.ร.เตรียมอุดมน้อมเกล้าการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ชี้ละเมิดสิทธิ เสรีภาพผู้
กลุ่มผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อาทิ สพท.ประถมศึกษาชลบุรี กาญจนบุรี ผู้อำนวยการโรงเรียนดัง อาทิ โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ครูอาจารย์ ประมาณ 200 คน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจต่อนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) บริเวณศาลากลางน้ำ หน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 4 กรณีที่นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์สินของผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีอัตราการแข่งขันสูง 366 โรง และเรียกร้องให้ นายชินภัทร เว้นวรรคตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ.ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้ตรวจราชการ ศธ. ขณะเดียวกันก็ขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าย้ายตัวเองไปทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายธวัชชัย พิกุลแก้ว ผู้อำนวยการ สพท.ประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 4 ใน ฐานะนายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการมาให้กำลังใจแก่เลขาธิการ กพฐ. ซึ่งได้ปฏิบัติงานและเดินหน้าตามนโยบายอย่างเต็มที่ ช่วยให้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะที่เคยมีมาลดลง และทางโรงเรียน หรือเขตพื้นที่ก็ปฏิบัติตามนโยบายครบถ้วน
ดังนั้น การที่ทาง ภตช.ออกมาเรียกร้องให้ นายชินภัทร ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ศธ. หรือแม้แต่การขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ผอ.โรงเรียนนั้นไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และยังละเมิดสิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่นด้วย อีกทั้งการทำงานในส่วนการรับนักเรียนนั้น โรงเรียนก็มีคณะกรรมการสถานศึกษา และยิ่งเป็นโรงเรียนดังใหญ่ ๆ ผู้มาเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาก็ไม่ใช่คนทั่วไปทุกคนมีหน้ามีตา มีความรู้ เพราะฉะนั้นที่คิดว่าผอ.โรงเรียนจะมาโกงการรับเด็กก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
“ผม เห็นด้วยกับการมีชมรมเครือข่ายที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น แต่ถ้ามีมูลก็ให้สอบสวนเป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่ดึงผู้บริหารที่อยู่ส่วนกลาง และผอ.โรงเรียนอื่น ๆ ไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะมันทำให้เกิดความเสียหายทั้งหมด หรือแม้แต่การอายัดทรัพย์สินผอ.ก็เช่นกันมันไปริดรอนสิทธิส่วนบุคคล จริงอยู่แม้ผู้บริหารสูงสุดจะต้องมีส่วนรับผิดชอบหากคนที่อยู่ข้างล่างทำผิด แต่นั่นต่อเมื่อเคลียร์ทุกอย่างชัดเจนว่าทำผิดจริงและมีหลักฐานมาแสดงเพื่อ ที่จะได้เป็นกรณีตัวอย่างแก่สังคม ที่สำคัญในระเบียบการลงโทษในทางราชการต้องเป็นขั้นตอนไม่ใช่มาข้ามกระโดดแบบ นี้”นายธวัชชัย กล่าว
ด้าน นายชินภัทร กล่าวขอบคุณผู้บริหารที่มาให้กำลังใจและยืนยันว่า ไม่สะทกสะท้านกับแรงกดดัน เพราะมีเป้าหมายในการทำงานเน้นหลักเหตุผล และเป็นธรรม เมื่อมีเรื่องร้องเรียนขึ้นมานั้น สพฐ.มีกระบวนตรวจสอบอย่างเป็นระบบ เช่นกรณีของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ได้ให้ สพม.กทม.เขต 2 ไป ตรวจสอบ ดังนั้น สิ่งที่ ภตช.เรียกร้องนั้น เป็นการร้องเรียนพร้อมตัดสินโทษผู้ที่ถูกกล่าวหาทันที ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา สพฐ.ยึดหลักการให้โอกาส และคุณประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้การรับนักเรียนในปีนี้นั้นถือว่าสำเร็จตามนโยบายที่ให้ไว้มากถึง 95% จุดนี้เป็นความดีความชอบของผู้บริหาร ส่วนที่เหลือ 5% ก็ เป็นจุดอ่อนเล็กน้อยที่เรามีบทเรียนจากครั้งนี้ไปแก้ไขในการรับนักเรียน ครั้งต่อไป เอย่างไรก็ตาม
“เหตุผล ที่ผู้บริหารเดินทางมาวันนี้ เพราะต้องการแสดงจุดยืนรักษาระบบราชการซึ่งมีแนวปฏิบัติอยู่ หากต้องการร้องเรียนผู้บริหารละเว้นไม่ปฏิบัติหน้า ก็มีช่องทางในการเสนอข้อร้องเรียนได้ แต่การเสนอทุกอย่างแบบม้วนเดียวจบตั้งแต่ส่งข้อร้องเรียน เสนอข้อมูลให้ฝ่ายบริหาร พร้อมเสนอแนะการแก้ไขการลงโทษเหมือนเป็นการเสนอข้อกล่าวหาและคำตัดสิน พิพากษาไปในตัว จุดนี้ไม่ใช้กติการะเบียบแบบแผนราชการ แต่การเสนอเพื่อความสะใจให้เกิดการลงโทษอยู่ในร่างแห เดียวกันหมด เช่น ให้ผู้บริหารโรงเรียนดังให้ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้อาจเป็นการเสนอโดยใช้อารมณ์ตัดสิน เป็นเรื่องที่ผู้บริหารคณะครูไม่เห็นด้วยเพราะเป็นการข้ามเส้นระบบผู้บริหาร หากทำแบบนี้บ่อยๆในอนาคตอาจจะทำให้ข้าราชการอยู่ภายใต้กฎกติกานอกระบบมาก ขึ้น อาจจะส่งผลต่อการบั่นทอนประสิทธิภาพและกำลังใจ”
นายสุรศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ ผอ.สพม.กทม. เขต 2 กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเย็นวันนี้ ส่วนตัวเคยได้พูดคุยกับผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า ก็ยืนยันว่าทางโรงเรียนปฏิบัติถูกต้องคณะกรรมการสถานศึกษาก็เห็นชอบ อย่างลำดับของนักเรียน ม.4 สัดส่วน 80% - 20% พอ บัญชีไหนขาด โรงเรียนก็เอาสำรองบัญชีนั้นมาทดแทน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดอะไรได้ต้องรอดูผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ ก่อน
อดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา รายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า เลขาธิการ ภตช.นั้น ทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าครูชาวต่างชาติมาเสนอให้โรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้ง ร.ร.ของ สพฐ. ก็เคยไปยื่นซองประมูลมาแล้วตามโรงเรียนดัง เช่น ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย โดยเลขาธิการ ภตช.จะชอบอ้างองค์กรมากดดันโรงเรียนเพื่อให้ตัวเองชนะการประมูล รวมถึง เลขาธิการ ภตช.เคยออกปากกับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาบางแห่ง ขอฝากเด็กด้วย เพราะฉะนั้น การที่เลขาธิการ ภตช.ออกมาเรียกร้องและฟ้องร้อง ป.ป.ช.ครั้งนี้ บรรดา ผอ.เขต และผอ.ร.ร.จึงมองด้วยความเคลือบแคลงในเจตนาของเจ้าตัว
อนึ่งก่อนหน้านี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีร.ร.เตรียมอุดมน้อมเกล้ารับนักเรียนม.4 ไม่เป็นธรรมว่า ได้ยื่นต่อป.ป.ช.ใน 3 ประเด็นได้แก่ 1.ให้ตรวจสอบการเงินของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง 366 โรงเรียนโดยขอให้อายัดบัญชีทรัพย์สินของผอ.โรงเรียน รวมทั้งญาติและคนสนิทเพื่อตรวจสอบว่ามีผอ.โรงเรียนรายใดร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ซึ่งภตช.มีรายชื่อผอ.โรงเรียนที่เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติจากการรับนักเรียนอยู่แล้วประมาณ 11 โรงเรียนพร้อมจะส่งมอบให้ปปช. แต่เบื้องต้นขอให้อายัดบัญชีทรัพย์สินไว้ก่อนเพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบ
2.ขอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)ว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีปล่อยให้เกิดการกระทำที่ลิดรอนสิทธิเด็ก และ3.ตรวจสอบนายสรายุทธ ฟูทรัพย์นิรันดร์ ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าตามมาตรา 157 เช่นกัน



