
เลือกตั้งต้องปราศจากอคติ
ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีหน่อย สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ซึ่งจะเกิดมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคมนี้ เป็นวัน "พิสูจน์ใจและความรู้สึกนึกคิดของชาวประชา และเป็นวันกำหนดชะตาบ้านเมือง
อย่าลืมหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายการเมืองและผู้สมัคร และฝ่ายประชาชนผู้รักประเทศชาติ อย่าลืมคำพูดที่ต้องเตือนใจไว้เสมอว่า
พรรคการเมืองและผู้สมัครต้องมีปณิธาน
ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องกล้าหาญและชาญฉลาด ต้องมีสำนึกว่ามีใจรักถิ่นฐาน มีจิตวิญญาณรักชาติ ปราศจากอคติ มีวิจารณญาณ
ข้อที่ว่าผู้เลือกต้องปราศจากอคติ เพราะอคติ และว่าไปไม่ได้ ไปไม่รอด คือ ถิ่นฐานก็ไม่รุ่งเรือง บ้านเมืองก็ไปไม่รอด ดังนั้นต้องกำจัด อคติ คือ
๑.ปราศจาก … ฉันทาคติ…ลำเอียงเพราะเอาความชอบเป็นที่ตั้ง ต้องไม่เลือกเพราะว่าพรรคการเมืองและผู้สมัครเป็นสายของเรา คือ สายรก สายเลือด สายรัก สายพวก สายพรรค สายสำนัก สายน้ำ
๒.ปราศจาก …โทสาคติ … ไม่ต้องลำเอียงเพราะไม่ชอบ โกรธ พยาบาท คือ ไม่โกรธเพราะเคยทะเลาะกับตน ไม่โกรธเพราะคนที่เรารักฝากมาโกรธ ไม่โกรธเพราะเคยขัดประโยชน์ของตน
๓.ปราศจากภยาคติ คือขี้ขลาดตาขาว พกเอาแต่ความขี้ขลาดขี้กลัว ขี้อยู่บนสมอง เหมือนกุ้งกลัวจนสะดุ้งจะเปลาะจนขี้อยู่บนหัวสมอง ต้องไม่กลัวดังต่อไปนี้ คือไม่กลัวขอ ไม่กลัวขู่ ไม่กลัวผู้มีอิทธิพล ไม่กลัวธุรกิจของตนหายนะ
๔.ปราศจาก… โมหาคติ… อย่าพกเอาความลุ่มหลงที่พรรคหรือนักการเมืองเสนอให้ คือต้องไม่หลงยศ ไม่หลงคำเยินยอ ไม่หลงของที่เขาล่อใจ
ขอให้ยึดหลักคำสอนที่ว่า …จงยกย่องคนดีคนเก่งให้ปรากฏ…จงข่มคนคิดทรยศให้ปราชัย
สำหรับผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง พึงตระหนัก ดังนี้
มีใจรักถิ่นฐาน
มีจิตวิญญาณรักชาติ
ปราศจากอคติ
มีวิจารณญาณ
ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง มองมือของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเอาใจอันประกอบด้วยมโนธรรมสำนึกถามมือตนเองว่า "จะเลือกโจรเข้ามาปล้นชาติ หรือจะเลือกนักปราชญ์เข้ามาบริหารบ้านเมือง"
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



