ไลฟ์สไตล์

อย่าเชื่อ...เงินด่วนผ่านเว็บ

อย่าเชื่อ...เงินด่วนผ่านเว็บ

10 มิ.ย. 2554

ดิฉันต้องการใช้เงินด่วน 20,000 บาท จึงตัดสินใจติดต่อกู้เงินผ่านโฆษณาที่ให้บริการเงินด่วนตามเว็บไซต์ แจ้งว่า "บริการเงินด่วนสำหรับผู้ติดแบล็กลิสต์ ไม่เช็กเครดิตบูโร ดอกเบี้ยร้อยละ 3 กู้ได้ตั้งแต่ 10,000-50,000 บาท" ส่วนเบอร์ติดต่อจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 ดิฉันติดแบล็กลิสต์บัตรเครดิตร เขาแนะนำให้ดิฉันไปดาวน์มอเตอร์ไซค์เพื่อเป็นสิ่งค้ำประกัน ซึ่งดิฉันก็เชื่อไปดาวน์มอเตอร์ไซค์มา 1 คัน เมื่อถึงวันทำสัญญาเขาก็ให้เงินดิฉัน 10,000 บาท แล้วบอกว่าภายในสัปดาห์หน้าให้มารับเงินอีก 10,000 บาท เขาขอตรวจสอบก่อนว่า รถที่ดิฉันนำมาค้ำประกันนั้น ไม่มีปัญหา
 หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ดิฉันก็ไม่สามารถติดต่อเขาได้ ปิดมือถือตลอด และหายเงียบไปเลย ทิ้งหนี้ไว้ให้ดิฉันผ่อนค่างวดมอเตอร์ไซค์เกือบ 70,000 บาท แต่ไม่ได้ใช้รถ ซึ่งกรณีเช่นนี้มีผู้เสียหายในกลุ่มเดียวกันกับดิฉันรวม 7 ราย จึงรวมตัวกันติดตามคนร้ายจนสามารถล่อซื้อและแจ้งกองปราบไปให้จับคนร้ายได้ 1 คน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เขาได้ประกันตัวไปแล้ว 2 แสนบาท
 อยากทราบ กรณีนี้ดิฉันและกลุ่มผู้เสียหายคนอื่นๆ จะได้รับการชดใช้จากเขาหรือไม่
 ล่าสุดแก๊งนี้ก็ยังตามหลอกลวงคนอื่นๆ ผ่านทางเว็บไซต์อยู่เช่นเคย และที่จับได้นั้นก็จับได้เพียงคนเดียว แต่เขาทำงานกันเป็นแก๊ง เลยไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
 ฝากเตือนคนที่ต้องการใช้เงินด่วน และกำลังจะเสียรู้อย่างดิฉันระมัดระวังตัวด้วย หรือถ้ามีผู้เสียหายแล้ว ขอให้มารวมตัวกันจะได้เป็นแรงช่วยกันเอาผิดมิจฉาชีพกลุ่มนี้
อชิรญา
ตอบ
 พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.และโฆษกกองปราบปราม ชี้แจงว่า ได้รับร้องเรียนกรณีแบบนี้จำนวนมาก เห็นใจประชาชนผู้เสียหาย เดือดร้อนเรื่องเงินทำให้ไม่ทันได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของกลุ่มมิจฉาชีพ จึงเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากผู้เสียหาย
 ผู้เสียหายมีความเดือดร้อนเรื่องการเงิน อยากได้เงินด่วนไปกู้เงินจากมิจฉาชีพ โดยไม่รู้ว่าผู้ให้กู้เป็นใคร และยินยอมทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้เงินมา กลุ่มมิจฉาชีพจะทำเป็นกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ บางครั้งเปิดเป็นบริษัทบังหน้าให้ดูน่าเชื่อถือ แต่สุดท้ายหลอกให้ไปซื้อสินค้าที่มีราคา เพื่อนำมาค้ำประกัน และให้เงินกู้แค่บางส่วนไป ทำให้ผู้เสียหายต้องรับภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น ส่วนคนร้ายหนีลอยนวล เพราะผู้เสียหายไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายเลย นอกจากเบอร์มือถือ ซึ่งเมื่อก่อเหตุแล้วก็ปิดเครื่องหรือยกเลิกใช้เบอร์ 
 โฆษกกองปราบปราม ฝากเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงใช้บริการกู้เงินด่วน ผ่านทางเว็บไซต์หรือโฆษณาต่างๆ ที่ติดตามตู้โทรศัพท์สาธารณะ เสาไฟฟ้า หรือแม้แต่บนสะพานลอย ส่วนผู้ที่เกิดความเสียหายแล้ว ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่พนักงานสอบสวน สน.ในพื้นที่ หรือที่กองปราบ เพื่อเป็นตัวเชื่อมในการดูแลแก้ไขปัญหาต่อไป
ลุงแจ่ม