
ร้านสัก300แห่งไม่สักพระพุทธรูป ร่างจรรยาบรรณไม่สักต่ำกว่า18ปี
ร้านสักกว่า 300 แห่งในภูเก็ตร่วมมือ วธ. ไม่สักภาพพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยว ร่างจรรยาบรรณช่างไม่สักให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ด้านปลัดวธ. หารือกระทรวงสาธารณสุข ขอใบรับรองประกอบกิจการร้านตามกฎหมายจากการที่กระทรวงวัฒนธรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ (วธ.) จัดประชุมเสริมสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการสัก (TATOO) และบุคลากรผู้เกี่ยวข้องในการนำสัญลักษณ์ทางศาสนาไปใช้อย่างเหมาะสม ที่โรงแรมถาวรปาล์มบีชรีสอร์ท ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมรับฟังประมาณ 100 คนพร้อมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบกิจการร้านสักชายหาดป่าตองและหาดกะรนพบว่ามีการเปิดร้านสักแฟชั่นเป็นจำนวนมากเพื่อบริการแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ผู้ประกอบการไม่สักภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาสนาให้แก่ลูกค้า
นายเอกชัย วันเพ็ญ ผู้ประกอบการร้าน AKE Tatoo ย่านหาดกะรน ประกอบกิจการร้านสักมากว่า 18 ปี ยอมรับว่า มีชาวต่างชาติมาขอให้สักพระพุทธรูป แต่ไม่สักให้ โดยอธิบายให้เข้าใจว่าภาพพระพุทธรูปเป็นสิ่งที่คนไทยเคารพ จะไม่สักให้หรือจะไม่สักต่ำกว่าไหล่ลงไป รวมถึงจะไม่สักให้เด็กที่ต่ำกว่า 15 ปี หากจะสักต้องมีผู้ปกครองรับรอง
ทั้งนี้ในพื้นที่จ.ภูเก็ตมีร้านสักมากกว่า 300 แห่ง ส่วนใหญ่จะไม่มีใบประกอบวิชาชีพ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาวิธีการควบคุม เพราะต่อไปก็จะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ความสะอาด ความปลอดภัย ราคา คุณภาพของร้าน แต่ส่วนใหญ่จะเสียภาษีป้ายและเสียภาษีรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาอยากให้ช่างสักมีการรวมตัวกันร่างหลักจรรยาบรรณต่างๆ มาควบคุมกันเอง เช่น กรณีมีผู้เสนอหลักจรรยาบรรณในที่ประชุมว่า ไม่ควรสักให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นต้น ซึ่งน่าจะมีความเป็นไปได้โดยใช้สิทธิตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ฉบับที่ 4) ข้อ 15 ที่ระบุถึงการให้สักหนัง การเจาะหูหรือเจาะอวัยวะอื่น ข้อ ใน ข้อ 2 ให้ "กิจการสปาเพื่อสุขภาพ" หมายความว่า การประกอบกิจการที่ให้การดูแลและสร้างสุขภาพ โดยบริการหลักที่จัดไว้ประกอบด้วย การนวดเพื่อสุขภาพ และการใช้น้ำเพื่อสุขภาพโดยอาจมีบริการเสริมประกอบด้วยเช่น การอบเพื่อสุขภาพการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ตลอดการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ หรือไม่ก็ได้
ทั้งนี้ บริการที่จัดไว้จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะและกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทางการแพทย์และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เพิ่มความในกิจการอื่นๆ แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 5/2538 เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้ ซึ่งจะประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการออกใบรับรองประกอบกิจการร้านสักต่อไป



