ไลฟ์สไตล์

แนะสอศ.ผนึกรง. 
ปั้นช่างขาดแคลน
ปรับผลิตบัณฑิต

แนะสอศ.ผนึกรง. ปั้นช่างขาดแคลน ปรับผลิตบัณฑิต

13 มิ.ย. 2554

ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ชี้ไทยขาดแคลนแรงงาน 2-3 แสนคน เผยคุณสมบัติไม่ตรง คุณภาพไม่ได้ตามความต้องการ

รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานว่า ปัจจุบันไทยขาดแคลนแรงงาน 2-3 แสนคน เพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับตำแหน่งงานและคุณภาพไม่ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ จึงควรนำผู้ที่จบต่ำกว่าระดับประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช.และปวส.มาเติมเต็มทักษะวิชาชีพและภาษาอังกฤษให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ ส่วนผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาขาดแคลน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็ส่งเสริมให้มาเรียนวิชาครูเพิ่มเติมและรับเข้าเป็นครูเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู และสนับสนุนให้ผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ เช่น บริหารธุรกิจ นิเทศศาสตร์ มาอบรมวิชาชีพและปล่อยกู้เงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่
 ทั้งนี้ ระยะยาวต้องปรับสัดส่วนผู้เรียน ม.ปลายกับอาชีวะจากปัจจุบันร้อยละ 60 ต่อ 40 มาเป็นร้อยละ 50 ต่อ   50 อีกทั้งอาชีวศึกษาก็ต้องแบ่งสัดส่วนนักศึกษาสายสังคม เช่น บริหารธุรกิจ บัญชี กับสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นร้อยละ 25 ต่อ 25 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ควรขยายความร่วมมือกับสถานประกอบผลิตแรงงานสาขาขาดแคลน เช่น อาหาร ยานยนต์ ไฟฟ้า สิ่งทอ รองเท้า   โดยผลิตสาขาละ 5,000 คนต่อปี เป็นเวลา 2-3 ปี รับประกันมีงานทำและได้เงินเดือนสูงกว่าปกติ ระดับปวช.ได้เพิ่มเป็นเดือนละ 1 หมื่นบาท ปวส.ได้เดือนละ 1.5 หมื่นบาท
 นอกจากนี้ ระดับอุดมศึกษาต้องปรับสัดส่วนจากปัจจุบันผลิตบัณฑิตสายสังคมศาสตร์กับสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร้อยละ 70 ต่อ 30 มาเป็นร้อยละ 50 ต่อ 50 และเน้นผลิตปริญญาตรีสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาขาดแคลน เช่น โยธา รถไฟฟ้าความเร็วสูง
 ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กพร.มีนโยบายแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานโดยกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่เรียนระดับ ม.ต้น ม.ปลาย ปวช. ปวส.และปริญญาตรีนั้น กพร.ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สถาบันอาชีวศึกษา สถานประกอบการ ปรับปรุงหลักสูตร หลังเรียนจบจัดอบรมเพิ่มเติม 1-2 เดือน เพื่อให้มีความรู้ทักษะวิชาชีพ การคำนวณ ภาษาและเทคโนโลยี และกลุ่มแรงงานที่มีอยู่เดิมกว่า 30 ล้านคน พัฒนาทักษะฝีมือให้ได้ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานและผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้น