
เล่นหูเล่นตา - ถ้า ...
นอกจากจะเชื่อว่า ... โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่างแล้ว ฉันยังเชื่อว่า ความหวังคือพลังขับเคลื่อนชีวิตของผู้คน แม้บางคนจะคิดแค่ว่าอยู่ไปวันๆ นั่นก็ยังคงเป็นความหวังที่จะผ่านวันๆ นั้นไปให้ได้ ไม่ว่าถูกหรือผิด
ตอนเรียนจบมาใหม่ๆ ฉันบอกตัวเองว่าไม่อยากทำงานออฟฟิศเพราะไม่ค่อยถูกโรคกับการตอกบัตรหรือทำอะไรเป็นกิจวัตรประจำวันเท่าไหร่ (ยกเว้น อาบน้ำ แปรงฟัน แค่นั้นแหละ) ไม่อยากมีชีวิตที่ถูกจำกัดให้เดินบนพื้นที่ไม่เกินหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ ที่เริ่มตอกบัตรเข้าตอนเช้าและตอกออกอีกทีตอนเย็น
จากนั้น … จากที่ทำงานชีวิตก็จะไหลไปบนท้องถนนที่ที่ไฟแดงจะเข้ามากำหนดชีวิตแทนเข็มนาฬิกา การแก่งแย่งช่วงชิงและเอาเปรียบสำแดงเดชอีกครั้งบนท้องถนน ทั้งเลี้ยวซ้ายป่ายขวาปาดหน้าโดยมีเสียงแตรแทนคำด่า ไม่เว้นแม้แต่ไฟแดงที่มักจะเอาเปรียบไฟเขียวตามสี่แยกจนผู้เห็นเหตุการณ์ต้องแสดงความเห็นใจและเอาใจช่วยอยู่บ่อยๆ … “ทีไฟเขียวปล่อยเดี๋ยวเดียวทีไฟแดงงี้นานเชียว” กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นตามเสาไฟจราจร …
หากว่าวันนั้นวันที่ฉันยังไม่รู้จักโลกเท่าวันนี้ ฉันรับงานบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ไปสมัครเล่นๆ ไว้แล้วเขารับ ชีวิตฉันคงไม่เป็นอย่างทุกวันนี้ … ฉันคงต้องตื่นแต่เช้าออกไปยืนรอรถที่ป้ายแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปยืนเบียดกับใครต่อใครที่เป็นคล้ายๆ ฉัน เหมือนหนอนที่อยู่ในท่อรถด่วน ถ้าโชคดีก็คงได้อยู่ออฟฟิศใหญ่ที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่สิบก้าว อาหารเช้าคงต้องพึ่งพาข้าวปลาอาหารริมฟุตบาท แซนด์วิช ข้าวเหนียวหมูปิ้งไม้ละ 5 บาท 7 บาท สัก 3-4 ไม้ ซาลาเปาเซเว่นสัก 2 ลูก หรือน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋สักคู่ มือใหม่หัดเป็นพนักงานที่ยังไม่ผ่านโปรคงไม่มีเงินเดือนมากมายให้นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์จิบกาแฟยี่ห้อดังแก้วละเกือบร้อย การสร้างความพอดีระหว่างช่องว่างในใจกับช่องว่างในกระเป๋าสตางค์มันเริ่มขึ้นจากตรงนี้นี่เอง คำว่า “ไม่มีปัญญา” คงจะลอยมาแปะอยู่บนหน้าผากของคนที่กำลังหาความพอดีให้แก่ตัวเองแบบฉัน งั้นกินชานมไข่มุกแก้วละ 25-30 ไปพลางๆ ก่อนละกัน ก็โดยปกติฉันก็ไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว (ถ้าไม่ง่วงจวนจะหมดสติ)
รองท้องในมื้อเช้าแล้วก็เข้างานมาตอกบัตร จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานหน้าคอมและง่วนอยู่กับเอกสารกองพะเนินที่มีรุ่นพี่ในที่ทำงานมาสอนให้จนกว่านาฬิกาจะบอกเวลา หรือท้องเริ่มร้องเตือนให้หาอะไรใส่ลงไปให้มันย่อยรอบที่ 2 กลางวันนี่แหละไพรม์ไทม์ (Primetime) ไฮไลท์ (Highlight) จะเรียกว่าอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่ามันคือช่วงสำคัญให้ได้ออกไปหาของกินเดินช็อปปิ้งตามเต็นท์กับข้าวของหลากหลายอายะอายัง สำหรับคนมีสตางค์จำกัดแต่มีความอยากเกินขีดจำกัด ผู้คนทั้งตึกจะวิ่งกรูลงมาดูวึ่นวือแต่ไม่แตกตื่น ถ้าเติมความตื่นเต้นลงไปได้คงคล้ายๆ การซ้อมหนีไฟประจำปี … ในฟู้ดคอร์ทหรือศูนย์อาหารจะมีสภาพเหมือนค่ายกักกันเพราะคนจะไปขังอยู่ในนั้นด้วยความหิวโหย การทำเวลาและจับเวลาถอยหลังได้เริ่มขึ้นแล้ว …
ยิ่งกินเร็วยิ่งมีเวลาเหลือให้เดินช็อปปิ้ง ต่างคนต่างแย่งกันสั่ง (อาหาร) แย่งกันนั่ง (เก้าอี้) รีบกินรีบอิ่มทั้งคนและสถานที่คงไม่สร้างบรรยากาศชิลๆ ให้กับใครๆ แดดร้อนแบบนี้หลายคนคงเลือกอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ เหงื่อจะได้ไม่แตก หน้าก็จะได้ไม่มัน ตบแป้ง 2 ที เติมลิปสติกเพิ่มสีสันหน่อยก็กลับไปทำงานได้อย่างมั่นใจ แต่ … คนอย่างฉัน มันไม่ชอบแต่งหน้า หน้ามันก็วักน้ำใส่สัก 2 ที แล้วดึงกระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ๆ หยาบๆ เช็ดพืดแค่นั้นก็จบ จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น ก็อยากจะสวยอยู่หรอกแต่แม่ให้มาแค่นี้ (ไม่ให้มาเลย)
สแกนผู้ร่วมงานดูแล้ว คนหน้าตาดีที่มีน้อยก็ไม่รู้จะชอบผู้หญิงหรือเปล่า ที่เหลือก็มีลูกมีเมียกันหมดแล้ว ไปหาเอาดาบหน้าเหอะ และถ้าวันนั้นฉันเป็นคนออฟฟิศจริงๆ ฉันก็จะเป็นคนออฟฟิศที่มีความสุขมากๆ คนหนึ่งเพราะทุกวันนี้ชีวิตฉันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากตรงนั้น ถึงฉันจะไม่ชอบแต่งตัวแต่ฉันก็ชอบดูคนแต่งตัว มันคือสีสันในตอนกลางวัน สาวออฟฟิศส่วนใหญ่แต่งตัวเก่ง (สวยรึเปล่า … อีกเรื่อง) เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ แอ็กเซสเซอรี่ (Accessory) มีมาใส่ไม่ซ้ำ
“ที่มา” ก็อยู่แถวออฟฟิศนั่นแหละ ตุ้มหูคู่ละหลักสิบ รองเท้าเสื้อผ้าหลักร้อย กระเป๋า เครื่องสำอางน้ำหอมแนวดิวตี้ฟรี (Duty Free) ที่เจ้าของร้านหิ้วมาขายเองหรือมีคนหิ้วมาจากเมืองนอกให้ มีให้เลือกจนเวียนหัวยิ่งกว่า ไม่ต้องไปไกลถึงซอยรางน้ำ นี่ … อยู่นี่ … ที่ข้างตึก บางทีก็ในเต็นท์ ร้อน … แต่รับรอง … สวย!
ฉันทึ่งในการจัดระบบการใช้ชีวิตของสาวออฟฟิศช่างแต่งตัวที่สุด สวยทุกวัน น่องเรียวๆ บนส้นสูงเดินไปเดินมาข้ามสะพานลอย ลงไปเดินฟุตบาท ไปสรรหาสิ่งที่ต้องการ ไม่มีใครหยุดส้นสูงคู่นั้นๆ ได้ ไม่ว่า แดดหรือฝน … ลมหรือพายุ … ร้อนหรือเย็น … ต่ำหรือสูง … สวยสู้ตาย! อยากลองเป็นแบบนั้นสักวัน แต่ … พวกเธอเน้นแต่งตัวไม่เน้นกินแบบฉัน มันก็เลยคนละเวย์ คนละแนวกัน วันธรรมดาเธอกินข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวจานละ 35-60 บาท หิ้วถุงก็อบแก็บที่มีทั้งผลไม้รถเข็น ฝรั่ง แตงโม สับปะรด มะกอก มะยม มะดันดองคลุกพริกเกลือ ลูกชิ้นทอด ลูกชิ้นปิ้ง กล้วยแขกถุงละ 10 บาท ที่เหลือเก็บไว้ผ่อนบ้านหรือผ่อนรถ แล้วก็แต่งตัว บางคนบอกกับฉันว่า “กินอะไรเข้าไป ไม่มีใครเห็น แต่แต่งตัว … เห็นๆ” หันไปทางไหนก็มีแต่คนแต่งตัวสวยๆ คนที่มาใหม่ๆ แต่งตัวไม่สวย อยู่ๆ ไปก็สวยเข้ากลุ่มได้เอง เว้นแต่ … ฉัน!
วันเงินเดือนออก ฉันเดินไต่อยู่ตามข้างฟุตบาท มองเข้าไปในร้านอาหารดีๆ แพงๆ เห็นคนที่เลิกงานตอนเย็นมานั่งกันอยู่เต็ม ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ร้านอาหารฝรั่งหรือไทยที่แลดูเก๋ๆ บ้างก็ดื่มค็อกเทล เบียร์ ไวน์ ดูเป็นสังคมของคนกลุ่มที่ฉันอึ้งและทึ่ง จากออฟฟิศสู่เรสเตอรองท์ (Restaurant) จากฟู้ดคอร์ทสู่ไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ร้านอาหารหรูๆ คนอย่างฉันคงไปไม่ได้ไกลถึงขนาดนั้นในมื้อค่ำ เพราะมื้อกลางวันก็ยังเอาตัวไม่รอดอยู่ในเต็นท์นั่นแหละ ถูกที่สุดอิ่มที่สุด (ขออร่อยพอกินได้อีกนิดนึง) เป็นโจทย์ หรือ โจทก์ ดีล่ะ? ที่จำเลยเงินเดือนน้อยอย่างฉันต้องรับสภาพให้ได้ งั้นผัดซีอิ๊ว 40 บาทก็โอเคแล้ว คราวหน้าจะให้แม่ทำกับข้าวใส่กล่องเอามากินที่ออฟฟิศ อิ่มแล้วเดินไปกดน้ำของออฟฟิศกินจะได้ไม่ต้องออกไปเบียดไปตากแดด … คงจะดีนะ ประหยัดดีด้วย คงจะเก็บเงินผ่อนรถได้ไวๆ อยากได้อะไรก็ให้ไปหาในเต็นท์ ถ้วยชามสวยๆ ที่เห็นในห้างใบละหลายร้อย ที่นี่ 150 มีตำหนินิดๆ ใครจะไปสน ถ้าสนก็คงฆ่าตัวตายตั้งแต่ส่องกระจกแล้วล่ะ!
ขนมของนอกที่เห็นในซูเปอร์ที่นี่ก็มีแถมถูกกว่าอีก แค่ทนร้อนให้ได้ที่เหลือก็สบาย (กระเป๋า) หนังแผ่น MP3 รวมฮิตมีขายมากมาย อือ … อันนี้ก็น่าสนใจ “รวมคอนเสิร์ต 3 คอนเสิร์ตของเจนนิเฟอร์ คิ้ม” แถมมีคำโปรยหน้าปกว่า “ห้ามลอกเลียนแบบ” ได้แต่นึกในใจ “ไอ้เ_ร” แต่ก็ซื้อมา 1 แผ่น เอามาดูให้เจ็บใจเล่น ของแท้ของเทียมมีผสมปนเปให้เลือกบริโภคตามกำลังทรัพย์ จะถูกจะผิดอย่างไรไม่มีใครถามใคร ถามแค่สตางค์ในกระเป๋าว่าชักหน้าจะไปถึงหลังรึเปล่า? มนุษย์เงินเดือนอย่างฉันคงตั้งอยู่บน “ความอยู่รอด” มากกว่าเรื่องใดๆ เป็นแน่ ตราบเท่าที่ยังจงรักต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เหลือคงต้องหรี่ตาทำไปคล้ายกับไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยเห็นด้วยความจำเป็น จะได้ไม่รู้สึกผิดมากกว่าที่เป็นอยู่ ปัญหาต่างๆ มันต้องแก้ที่ต้นเหตุ มิใช่ปลายเหตุ …
เช่นนั้นแล้ว กฎหมายคงต้องแข็งแรงมากกว่านี้ ส่วนคนกินเงินเดือนอยากจะใจแข็งแต่ทุนไม่แข็ง มันก็เลยต้องบริโภคแบบผิดๆ ถูกๆ กันไป เพื่อให้ชีวิตผ่านไปวันๆ ให้ทัดเทียมมาตรฐานปกติของชีวิตทั่วๆ ไป คนออฟฟิศชีวิตที่ซับซ้อนวุ่นวายภายใต้ความเรียบง่ายและเป็นแบบแผนอย่างที่มองเห็นด้วยตาเปล่า...
มันก็จะเป็นของมันเช่นนั้นทุกวัน
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



