
ชะตากรรมชาวสวนมังคุดชีวิตสะดุดเพราะข่าวลวง !
ในที่สุดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างยืนยันว่า ยังสามารถส่งออกมังคุดไปยังประเทศจีนตามปกติ ทางประเทศจีนไม่มีสั่งระงับนำเข้าและให้ตีกลับมังคุดจากประเทศไทยลอตใหญ่จาก จ.จันทบุรี 5,000 ตัน ตามที่เป็นข่าวผ่านบางสื่อเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554 เนื่องจากตรวจพบสารเร่ง
และทุกภาคส่วนต่างยืนยันว่า เป็นข่าวที่ปราศจากความจริง และผู้ที่ปล่อยข่าวนี้ออกมาน่าจะมีเจตนาแอบแฝง เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่า เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคามังคุดในภาคตะวันออกที่กำลังออกสู่ท้องตลาดและมีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะมังคุดส่งออกทะยานขึ้นถึง กก.ละกว่า 140 บาท ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2554
"ฉันก็ฟังข่าวนี้เช่นกัน แรกๆ ก็รู้สึกงงนะ พอเช็กพรรคพวกต่างก็บอกว่า มังคุดจากจันทบุรีในช่วงที่เป็นข่าวไม่มีการส่งลอตใหญ่ถึง 5,000 ตัน และไม่มีการระงับแต่อย่างใด ทุกคนยังส่งปกติ ฉันเชื่อว่าเป็นการปั้นข่าว เพื่อกดราคามังคุดจากชาวสวนมากกว่า เพราะราคามังคุดปีนี้ดีมาก เกรดส่งออกราคาเกิน กก.ละ100 บาทมาตลอด เกรดธรรมดาก็หลายสิบบาท ถ้าเกิดว่ามีสารเร่งที่ว่านี้จริง ฉันมั่นใจว่าเกษตรกรจะไม่ใช้สารนี้แน่นอน หากมีการใช้ก็จะเป็นผู้ส่งออกนั่นแหละ แต่เท่าที่ทราบมาก็ไม่มีใครใช้สารเร่งตัวนี้ ถ้ามีใครใช้ขึ้นมาจะเสียหายและกระทบระบบ ผู้ที่บริสุทธิ์พลอยเดือดร้อนด้วย" นางอรษา ปริวัฒน์ ผู้ส่งออกมังคุดไปยังประเทศจีนในนาม ”อรษาคมบาง” ที่ ต.คมบาง อ.เมือง จ.จันทบุรี ยืนยัน
การที่ข่าวนี้เสนอออกผ่านสาธารณชน ไม่ว่าผู้ที่ให้ข่าวจะมีวัตถุประสงค์ใดก็ตาม แต่สิ่งที่ตามมาและเห็นชัดเจนคือ สร้างความปั่นป่วนให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พอสมควร โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร มีการสั่งการให้ นายสุวิทย์ อาจนาวัง เกษตรจังหวัดจันทบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ผลจากการตรวจสอบตามหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทส่งออกรายใหญ่ ก็ไม่มีใครทราบในเรื่องนี้ สอดคล้อยกับการยืนยันชอง นางอุไร สุวรรณวงส์ ทูตเกษตร ประจำกวางโจว ประเทศจีน ก็ยืนยันว่า ไม่มีการตีกลับมังคุดแต่อย่างใด
ต่อมา นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาแถลงข่าวยืนยัน ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวมังคุดไทยถูกตีกลับจากประเทศจีน เนื่องจากจีนตรวจพบสารเร่งสุกเกินมาตรฐานนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ดังนั้นข่าวลือที่ออกมาดังกล่าวน่าจะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อกดราคารับซื้อมังคุดจากเกษตรกรมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กงสุลฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว ตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่มาของข่าวที่เกิดขึ้นและข้อเท็จจริงให้แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปล่อยข่าวที่ไม่มีมูลความจริง อันจะส่งผลกระทบต่อราคามังคุดที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ รวมทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้นำเข้าผลไม้ไทยอีกด้วย เช่นเดียวกับ นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่ยืนยันว่า นับตั้งแต่มังคุดออกสู่ตลาด ผู้ส่งออกมังคุดรายใหญ่ของไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ตราด ยังส่งมังคุดจีนยังจีนตามปกติ เฉลี่ยวันละ 50 ตู้สินค้า หรือวันละ 1,000 ตัน
นอกจากจะสร้างความปั่นป่วนให้แก่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯแล้ว ในส่วนของภาคการเกษตรก็ได้รับผลกระทบพอสมควรเช่นกัน เพราะราคามังคุดจากสวนทั้งเกรดส่งออกและมังคุดทั่วไปราคาตกฮวบอย่างน่าใจหายเพราะตกต่ำกว่าครึ่งหนึ่งภายในเวลา 2-3 วัน และสิ่งที่ตามมาคือ เกษตรกรมีรายได้ลดทันที จะเห็นได้จากตัวเลขจากสำนักเกษตรจังหวัดจันทบุรีระบุว่า ราคามังคุดเกรดส่งออกใน จ.จันทบุรี เกรดเอ ช่วงเช้าวันที่ 30 พฤษภาคม 2554 ราคา กก.ละ 103.34 บาท ซื้อจากชาวบ้าน กก.ละ80 บาท, มังคุดเกรดบี กก.ละ 80.41 บาท เกรดซี 60 บาท มังคุดคละ 66.09 บาท หลังจากมีข่าวออกมาในวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ทำให้ราคามังคุดในวันที่ 2 มิถุนายน 2554 มังคุดส่งออกเกรดเอราคา กก.ละ 45.62 บาท ซื้อจากชาวสวน 30 บาท, เกรดบี กก.ละ 37.41 บาท เกรดซี กก.ละ 35.71 บาท และมังคุดคละ กก.ละ 35-40 บาท ล่าสุดในสัปดาห์นี้ ที่ตลาดไท ราคามังคุดปรับลดลงที่ กก.ละ 23-28 บาทเท่านั้น จากราคาเดิม 38-40 บาท
ใกล้เคียงกับตัวเลขที่นายมณฑล ปริวัฒน์ นักแสดงและพิธีกรรูปหล่อ ที่หันมาเอาดีด้านธุรกิจส่งออกมังคุดไปยังประเทศจีน ที่ ต.คมบาง อ.เมือง.จันทบุรี ระบุว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2554 ราคามังคุดเกรดส่งออกในพื้นที่ จ.จันทบุรี ราคา กก.ละกว่า 140 บาท พอข่าวนี้ออกมาราคาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว เหลือเพียง กก.ละกว่า 40 บาท ส่วนมังคุดของชาวสวนที่ขายทั่วไปนั้น ราคากก.ละกว่า 20 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นผลเสียต่อเกษตรกร เพราะนานทีปีหนเท่านั้นที่เกษตรกรชาวสวนจะขายผลผลิตได้ราคา
สอดคล้องกับ นายไพฑูรย์ วาณิชศรี เจ้าของสวนมังคุดส่งออก "สวนไพฑูรย์" ที่ ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีทองของชาวสวนผลไม้ โดยเฉพาะชาวสวนมังคุด มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างมังคุดส่งออกตลอดเดือนพฤษภาคม 2554 ราคามังคุดเกรดส่งออกที่คัดอยู่ในเกรดเอ มีราคาสูงถึง กก.ละกว่า 140 บาท ถือว่าสูงที่สุดเท่าที่ปลูกมังคุดที่ผ่านมมา แต่พอข่าวนี้ออกมาราคาฮวบลง ตอนนี้อยู่ที่ 35-45 บาท เท่ากับราคาลดลงถึง 200%
"ถ้าจะพูดถึงหลักความจริง ราคามังคุดในปัจจุบันเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราได้ราคาดี แต่นั่นเป็นกลไกของตลาด เป็นสิทธิที่เกษตรกรควรจะได้ นานๆ ทีที่เกษตรกรจะได้ลืมตาอ้าปาก และได้ปลดหนี้ได้บ้าง แต่ก็มีการทำลายด้วยการปล่อยข่าว ผมตำหนิครับ ข่าวเช่นนี้ไม่มงคล คนปล่อยก็ไม่หวังดี สื่อมวลชนก็ควรไตร่ตรอง อย่างน้อยสอบถามเจ้าอื่นบ้าง หากไม่ระวังผลกระทบจะตกที่เกษตรกร หากยังปล่อยอีก มังคุดทั่วไปราคาต่ำกว่า กก.ละ15-18 บาท ชาวสวนขาดทุนแน่นอน" นายไพฑูรย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ข่าวประเทศจีนระงับนำเข้าและให้ตีกลับมังคุดจากประเทศไทยลอตใหญ่จาก จ.จันทบุรี 5,000 ตัน ปราศจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง แต่วันนี้ราคามังคุดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังมีข่าวนี้ออกมา แต่ถึงวันนี้ไม่มีหน่วยงานใดที่จะสามารถให้ราคาขยับขึ้น สิ้งที่ตามและปรากฏให้เห็นชัดเจน ผู้ที่กระทบมากที่สุดคือเกษตรกรชาวสวนมังคุดนั่นเอง
ดลมนัส กาเจ



