ไลฟ์สไตล์

ท่องคัมภีร์ขับลุยฝนกันอีกรอบ

ท่องคัมภีร์ขับลุยฝนกันอีกรอบ

12 มิ.ย. 2554

ฝนตกถนนเปียกแล้วครับ เตรียมรับมือกันหรือยัง สัปดาห์นี้ "คม ชัด ลึก" เปิดคัมภีร์การขับรถบนถนนเปียกโดยได้รับคำแนะนำจาก วนัฐสุข สงวนศิริ ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ จากศูนย์อบรมการขับขี่ aDTC ว่า สิ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆ จากถนนเปียกลื่นคือ การชนท้าย องค์ประกอบหลักๆ

 คุณวนัฐสุข บอกว่า น้ำเกาะกระจกเราคงแก้ไขได้ลำบาก แต่การปรับเปลี่ยนวิธีการขับสามารถทำได้ คำแนะนำสำหรับการขับบนถนนในสภาพเช่นนี้ คือ

 เพิ่มระยะเว้นจากคันหน้าให้มากขึ้น ถ้าเว้นระยะโดยเอาความเร็วเป็นเกณฑ์ในอัตราหนึ่งต่อหนึ่งหรือมากกว่า เช่น ความเร็ว 60 กม./ชม. ก็เว้นประมาณ 60 เมตร หรือ 80 เมตร เป็นต้น

 มีความตื่นตัวเต็มที่ ธรรมชาติของคนเวลามองอะไรเพ่งนานๆ ทำให้เกิดอาการเหม่อๆ และทำให้เกิดอาการไม่ตื่นตัวเต็มที่ วิธีการแก้ไขก็ขอให้เปลี่ยนเป้ามองทุกๆ 1 วินาที แรกๆ อาจจะไม่เคยปฏิบัติก็อาจจะเคอะเขินบ้าง ขยับหน้าเพียงนิดเดียว ให้นึกถึงหน้าปัดนาฬิกา ตั้งแต่เลข 9-เลข 3 มองข้างหน้าเลข 11-1 มองข้างๆ ก็ตั้งแต่เลข 9-11 และ 1-3 หลักการนี้มีประโยชน์มากๆ เพราะถ้าฝึกฝนและนำไปปฏิบัติทุกครั้งที่ขับรถ จะทำให้เรามีความสามารถมองเห็นรถคันหลังที่กำลังจะแซงรถของเรา สถานการณ์ข้างหลังก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะเราไม่เห็น หมั่นมองบ่อยๆ

 น้ำกระเซ็นจากล้อรถคันอื่นๆ ในลักษณะละอองน้ำ ฟุ้งสูง ละอองน้ำนี้สร้างปัญหาให้รถคันอื่นๆ และรถเราด้วย
  รถคันหลัง ก็มองเห็นไฟท้ายไม่เต็มที่ อาจทำให้รถคันหลังกะระยะผิดพลาด แก้ไขโดยขับเร็วกว่าหรือช้ากว่ารถคันนั้น

 การควบคุมรถและรักษาทิศทาง บางครั้งเราอาจจะมองไม่เห็นเส้นแบ่งช่องทางรถอาจจะไม่อยู่กึ่งกลางเลน ทิศทางที่ปลอดภัยมากที่สุดคงจะเป็นทิศทางตรงไปข้างหน้า

อย่าเปลี่ยนช่องทางในระยะชั้นชิด การขับปาดไปในช่องทางของผู้อื่นมีความหมายเท่ากับเราไปลดระยะเว้นของรถคันอื่นโดยเฉพาะคันข้างหลัง ทำให้พื้นที่เบรกสั้นลง ก่อนเปลี่ยนช่องทาง ต้องแน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับเราและสำหรับรถคันอื่น

 ข้อระวังคือ เรื่องยางรถที่ใช้ยางเก่าหัวโล้น ดอกหมด และยางออฟโรด เช่น ยาง M/TและA/T   ดอกยางเหล่านี้ออกแบบดอกเป็นบั้งใหญ่ เจอน้ำแล้วลื่นกว่ายางดอกละเอียด ยางผ่านการใช้งานมาระดับหนึ่ง 1-2 หมื่นกิโลเมตร สมรรถนะถนนเปียกจะด้อยลงไปมาก

7. ใช้โคมไฟหน้าเมื่อทัศนวิสัยแย่ลง ลองมองผ่านกระจกข้าง หากมองรถคันอื่นๆ ไม่ชัดก็เปิดไฟได้แล้ว บางทีการเปิดไฟนี้ไม่ได้ให้เรามองเห็นเขา แต่เพื่อให้คนอื่นๆ มองเห็นเรา 

8. เมื่อสายฝนหนักเม็ดไม่สามารถมองเห็นได้ ให้จอดในที่ปลอดภัย อย่าเปิดไฟผ่าหมาก ขณะขับรถ 

9.เมื่อมีละอองน้ำมาก สามารถใช้ไฟตัดหมอกหน้าและหลังได้(ไฟตัดหมอกตัวช่วยให้แสงเข้ม รถคันอื่นๆ มองเห็นเราไม่ได้ช่วยให้คนขับมองเห็นทาง) แต่ระวังเมื่อไม่มีหมอกฟุ้งแล้วให้รีบปิดเพราะไฟเหล่านี้ล้วนสร้างปัญหาให้รถคันอื่น เพราะแยงตาน่ารำคาญนัก