
ท่องคัมภีร์ขับลุยฝนกันอีกรอบ
ฝนตกถนนเปียกแล้วครับ เตรียมรับมือกันหรือยัง สัปดาห์นี้ "คม ชัด ลึก" เปิดคัมภีร์การขับรถบนถนนเปียกโดยได้รับคำแนะนำจาก วนัฐสุข สงวนศิริ ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ จากศูนย์อบรมการขับขี่ aDTC ว่า สิ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆ จากถนนเปียกลื่นคือ การชนท้าย องค์ประกอบหลักๆ
คุณวนัฐสุข บอกว่า น้ำเกาะกระจกเราคงแก้ไขได้ลำบาก แต่การปรับเปลี่ยนวิธีการขับสามารถทำได้ คำแนะนำสำหรับการขับบนถนนในสภาพเช่นนี้ คือ
เพิ่มระยะเว้นจากคันหน้าให้มากขึ้น ถ้าเว้นระยะโดยเอาความเร็วเป็นเกณฑ์ในอัตราหนึ่งต่อหนึ่งหรือมากกว่า เช่น ความเร็ว 60 กม./ชม. ก็เว้นประมาณ 60 เมตร หรือ 80 เมตร เป็นต้น
มีความตื่นตัวเต็มที่ ธรรมชาติของคนเวลามองอะไรเพ่งนานๆ ทำให้เกิดอาการเหม่อๆ และทำให้เกิดอาการไม่ตื่นตัวเต็มที่ วิธีการแก้ไขก็ขอให้เปลี่ยนเป้ามองทุกๆ 1 วินาที แรกๆ อาจจะไม่เคยปฏิบัติก็อาจจะเคอะเขินบ้าง ขยับหน้าเพียงนิดเดียว ให้นึกถึงหน้าปัดนาฬิกา ตั้งแต่เลข 9-เลข 3 มองข้างหน้าเลข 11-1 มองข้างๆ ก็ตั้งแต่เลข 9-11 และ 1-3 หลักการนี้มีประโยชน์มากๆ เพราะถ้าฝึกฝนและนำไปปฏิบัติทุกครั้งที่ขับรถ จะทำให้เรามีความสามารถมองเห็นรถคันหลังที่กำลังจะแซงรถของเรา สถานการณ์ข้างหลังก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะเราไม่เห็น หมั่นมองบ่อยๆ
น้ำกระเซ็นจากล้อรถคันอื่นๆ ในลักษณะละอองน้ำ ฟุ้งสูง ละอองน้ำนี้สร้างปัญหาให้รถคันอื่นๆ และรถเราด้วย
รถคันหลัง ก็มองเห็นไฟท้ายไม่เต็มที่ อาจทำให้รถคันหลังกะระยะผิดพลาด แก้ไขโดยขับเร็วกว่าหรือช้ากว่ารถคันนั้น
การควบคุมรถและรักษาทิศทาง บางครั้งเราอาจจะมองไม่เห็นเส้นแบ่งช่องทางรถอาจจะไม่อยู่กึ่งกลางเลน ทิศทางที่ปลอดภัยมากที่สุดคงจะเป็นทิศทางตรงไปข้างหน้า
อย่าเปลี่ยนช่องทางในระยะชั้นชิด การขับปาดไปในช่องทางของผู้อื่นมีความหมายเท่ากับเราไปลดระยะเว้นของรถคันอื่นโดยเฉพาะคันข้างหลัง ทำให้พื้นที่เบรกสั้นลง ก่อนเปลี่ยนช่องทาง ต้องแน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับเราและสำหรับรถคันอื่น
ข้อระวังคือ เรื่องยางรถที่ใช้ยางเก่าหัวโล้น ดอกหมด และยางออฟโรด เช่น ยาง M/TและA/T ดอกยางเหล่านี้ออกแบบดอกเป็นบั้งใหญ่ เจอน้ำแล้วลื่นกว่ายางดอกละเอียด ยางผ่านการใช้งานมาระดับหนึ่ง 1-2 หมื่นกิโลเมตร สมรรถนะถนนเปียกจะด้อยลงไปมาก
7. ใช้โคมไฟหน้าเมื่อทัศนวิสัยแย่ลง ลองมองผ่านกระจกข้าง หากมองรถคันอื่นๆ ไม่ชัดก็เปิดไฟได้แล้ว บางทีการเปิดไฟนี้ไม่ได้ให้เรามองเห็นเขา แต่เพื่อให้คนอื่นๆ มองเห็นเรา
8. เมื่อสายฝนหนักเม็ดไม่สามารถมองเห็นได้ ให้จอดในที่ปลอดภัย อย่าเปิดไฟผ่าหมาก ขณะขับรถ
9.เมื่อมีละอองน้ำมาก สามารถใช้ไฟตัดหมอกหน้าและหลังได้(ไฟตัดหมอกตัวช่วยให้แสงเข้ม รถคันอื่นๆ มองเห็นเราไม่ได้ช่วยให้คนขับมองเห็นทาง) แต่ระวังเมื่อไม่มีหมอกฟุ้งแล้วให้รีบปิดเพราะไฟเหล่านี้ล้วนสร้างปัญหาให้รถคันอื่น เพราะแยงตาน่ารำคาญนัก



