
สนามเรื่องสั้น-สั้น-สัตว์บาดเจ็บ
บานประตูและหน้าต่างปิดสนิท ลมพัดมาแผ่วผิวฉันยืนนิ่งไม่ไหวติง เขม้นจ้องมองอยู่อย่างนั้น รู้สึกตระหนกอยู่กรายๆ จึงตัดสินใจเคาะเรียกอีก เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างใน ฉันถอนใจหนักหน่วงภายในอกเต้นระทึก กลางแดดจ้ามีความเงียบเดียวกันห่มคลุมอยู่ในอากาศรอบตัว
เพื่อนบ้านหลังนั้นแวะเวียนเข้ามาทักทายในความทรงจำบ่อยครั้ง ฉันเริ่มมองเห็นภาพเป็นเงารางๆ ขึ้นมา ภาพพร่าเลือนค่อยชัดขึ้นทีละน้อย
ฉันก้าวเดินอย่างแผ่วเบา จ้องเขม็งไปข้างหน้า บานประตูและหน้าต่างถูกปิดสนิท ฉันแนบนัยน์ตาเข้ากับรอยแตกของฝาไม้ ถอนหายใจลึกๆ ข้างในมืดทึมมองไม่ค่อยถนัดตา เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแหวกความเงียบขึ้นมา แล้วความเงียบก็คืบคลานเข้ามา ช่วงนั้นเองความหวาดกลัวหมุนวนรอบตัว ความเย็นยะเยือกแล่นจากหัวถึงปลายเท้า
ประตูเปิดผัวะออกมา ใบหน้าซีดขาวทำปากขมุบขมิบพึมพา เธอหันมาจ้องฉันเขม็ง
ฉันมองสบตาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ลมพัดผ่านเพียงวูบเดียว ดวงตาคู่นั้นเหม่อลอยและไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น สายตาของเธอเหม่อไปข้างหน้า ทันใดนั้นเธอก็พรวดพราดปิดประตู ฉันรีบมองตามรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ต่อมาจึงก้าวเดินเชื่องช้ากลับเข้าบ้าน
ฉันห่อปากหายใจหอบ ชักสงสัยตงิดๆ ว่า ฉันมาทำอะไรที่บ้านของเธอ
ฉันมองออกไปผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดบานแง้มไว้ ผลุนผลันลุกขึ้นยืนแทบไม่ติดพื้น หน้าต่างบานนั้นเปิดออก ใบหน้าขาวซีดผลุบๆ โผล่ๆ ฉันเริ่มจับตามองอย่างระแวดระวัง เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ยืนปากสั่นระริกและพึมพำเบาๆ ในลำคอ เธอยืนนิ่งเงียบอยู่กับที่ ดวงตาเธอเปียกชุ่ม
ฉันยืนนิ่งตัวแข็งเม้มริมฝีปาก สีหน้าและแววตาของเธอบอกความฉงน ขณะเธอปรายตาชำเลืองมองมาที่ฉัน ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดใจ
ช่วงเวลาอึดอัดใจเกิดขึ้น สีหน้าเธอปรากฏแววสงสัยขึ้น เขม็งมองไปข้างหน้าเธอป่ายมือลูบใบหน้า ใจฉันเหมือนสัมผัสบางสิ่งบางอย่าง รู้สึกประหลาดใจเธอมีอะไรบางอย่างคล้ายกัน สบตากันแล้วรู้สึกคุ้นเคยเหมือนรู้กันมาก่อน
ใบหน้าซีดเซียวเหงื่อแตกซึม เธอกลับหันหนีไปเฉยๆ บานหน้าต่างกระแทกปิดเสียงดังแหวกความเงียบ ฉันหลับตาลงพยายามหายใจลึกแรง ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
แดดอ่อนรำไรกระทบใบหน้า ฉันร้อนใจเหลือหลาย เหงื่อหยดตามหน้าผากและเข้านัยน์ตา ฉันกวาดสายตาดูรอบๆ พลางทอดถอนใจ
ตะวันคล้อยต่ำลงทุกขณะ แดดสีเหลืองโชยชาย สายลมเย็นชื่นเริ่มอ่อนล้าลง ความรู้สึกเชื่อมั่นกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ฉันไม่อาจไล่ความหวาดกลัวลึกๆ ให้หายจากอกไปได้ มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ เสียงดังบาดหูของเธอดังขึ้นมาเธอกำลังพร่ำเพ้อ ฉันแทบระงับความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ หากหูไม่ฝาดไปฉันได้ยินเสียงร่ำไห้ลอยมาตามลม
ลมไหวเยือก ความรู้สึกฉันขาดหายไปเป็นวูบๆ ใจหายหวั่นผวา กลางคืนที่มืดมิด ฉันรู้สึกถึงความเงียบนั้น
ลมชำแรกเข้ามาทางหน้าต่าง ได้ยินเสียงเธอร่ำไห้ เสียงเหมือนโอดครวญด้วยความบาดเจ็บ ยิ่งทับโถมมาหนักหน่วงฝังอยู่ในอกฉัน แบกความวิตกกังวลไว้บนบ่า ครุ่นครวญในใจ เสียงร้องค่อยเงียบไป
ฉันทรุดกายลงนั่งอย่างอิดโรย ดวงตาเต็มไปด้วยแววกังวล ถอนใจรำพึงลุกยืนสลัดขาก้าวเดิน เปิดประตูออกไป ฉันยืนมองท้องฟ้า ดาวพร่างเต็มท้องฟ้าบีบคั้นความรู้สึก ตัดสินใจเคาะประตูบ้านเธอ ยืนรออยู่ด้วยใจกระวน
ความเร่าร้อนภายในใจทวีมากขึ้น อากาศเย็นจนฉันหนาวสั่น ฉันถอนใจอีกครา แล้วความเงียบก็เข้ามาแทนที่ ฉันเริ่มสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง รำพึงรำพันอย่างเงียบเหงา ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้ในใจจะหวาดไหว
หนาวๆ ร้อนๆ เหงื่อซึมเข้ามาแทน เสียงกรีดร้องดังแทรกความเงียบออกมาฉันอึดอัดกระวนกระวาย เบิกตามองแทบไม่กะพริบ
ประตูและหน้าต่างปิดสนิทและเงียบเหมือนเดิม
เวลาผ่านไปพอสมควร เสียงกุกกักแว่วเข้าในหู มีเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ สลับเสียงร่ำไห้ ฉันตะโกนเรียกเธอ แต่เมื่อฉันเรียกไปอย่างนั้นแล้วฉันกลับรู้สึกไม่ดีเลย ฉันกลัดกลุ้มและวิตกกังวล รู้สึกอึดอัดและกดดันไม่น้อย เธอเปล่งเสียงร่ำร้อง เมื่อเวลาความสงัดเงียบเริ่มขึ้น ฉันเคาะประตูอีกครั้ง ต่อมาฉันเดินคอตกจากไป
เสียงร้องไห้ร้องห่มเงียบกริบลงห้วนๆ ฉันหายใจหอบฮั่กๆ นึกบ่นเธอในใจ ที่นี่ทุกสิ่งก็เหมือนเดิม ฉันหลับตาลงเชื่อมโยงกับทุกสิ่งทุกอย่าง กลั้นลมหายใจ รู้สึกสิ้นหวังหวั่นไหวและหวั่นใจมากขึ้นทุกที มือชื้นเปียกเหงื่อ เสียงดังก้องอยู่ในรูหู ฉันลืมตาขึ้นมาเสียงค่อยจางหายไป
ใจฉันเต้นแรงขึ้น สายตาเขม็งเครียด แรงกดดันหนักหน่วงกระแทกใจอย่างรุนแรง ลมพัดเพียงแผ่วๆ กลิ่นจางๆ ลอยมาตามลม ฉันใจเต้นระรัวรุนแรง อึดอัดและกดดัน ฉันหวาดกลัวอย่างหนัก ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มก่อตัวอีกครั้ง
ความเงียบยิ่งทำให้ฉันร้อนรุ่ม ไม่ได้ยินเสียงอะไร
เสียงเธอร้องโหยหวนดังขึ้นมาอีก ฉันนิ่งฟังอย่างสงบและตั้งใจ ตาเหม่อลอยไปข้างหน้า ถอนหายใจหนักๆ กวาดสายตาไปรอบๆ ตัวฉันได้ยินและเริ่มวิตกกังวลกับเสียงร้องของเธอซึ่งเต็มไปด้วยความกดดันและบีบคั้น
แต่แล้วความหวังทุกอย่างก็จบสิ้น ช่องว่างระหว่างความกลัวถ่างกว้างขึ้น บรรยากาศหม่นมัว ความเงียบสงัด ความมืดสลัว ฉันคิดหนักด้วยเหตุผลในความแปลกหน้าของฉันกับเธอ มีความหนักหน่วงรุนแรงปรากฏขึ้น เสียงร้องระงมของเธอทำให้ฉันขุ่นใจอย่างหนัก
ฉันถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ ฉันเริ่มเปลี่ยนใจและคิดหนักมาก
ความหวังของเธอเบาหวิว ฉันหน้านิ่วคิ้วขมวด ฉันตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาของฉันว่างเปล่ายิ่งนานยิ่งเงียบ มองไปในความเวิ้งว้างบนท้องฟ้า ความเงียบที่เงียบลงทำให้ฉันงึมงำกับตัวเอง ฉันเริ่มล้าโรยและอ่อนแรงลง เหงื่อโซมกายเนื้อตัวสั่น
เสียงแห่งความเงียบ เสียงหม่นเศร้า ฉันกอดตัวเองกระชับแน่น เสียงคล้ายบ่นพึมพำดังลอดออกมาจากบ้านของเธอ ลมเย็นวูบผ่านสันหลังฉันตึงเครียดและผวา ฉันปล่อยให้ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ
เธอตะโกนเสียงลั่น ฉันสะดุ้งพรวดกล้าๆ กลัวๆ แล้วเดินไปหน้าประตู นัยน์ตาตื่นระแวง ปากสั่นระริก ด้วยความอยากรู้อันท่วมท้นของฉัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนเสียงพูด ฉันยืนรอแล้วรอเล่า เหงื่อชื้นอุ้งมือฉันรู้สึกตื่นเต้น มีความหวังเพียงเลือนราง ฉันพยายามปลอบใจตัวเอง ในอกกลับรู้สึกเวิ้งว้างและอ้างว้าง
เธอบ่นพึมพำด้วยเสียงหงุดหงิดดังขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้สึกโกรธวูบอยู่ภายในใจ บรรยากาศอึดอัดเริ่มรัดแน่นเข้ามา ฉันฝืนใจเต็มทน ฉันตัดสินใจผลักประตูอย่างแรง มันแรงจนฉันคะมำเกือบหัวทิ่มลงบนพื้น พอก้าวล่วงประตูเข้าไปก็ต้องใจหาย ฉันผงะหงายหลังตกกระแทกพื้น
บนดวงหน้าขาวซีดของเธอ ฉันได้เห็นความสิ้นหวังเกาะอยู่ รอยยิ้มและแววตาของเธอเหงาและว้าเหว่
ฉันกลับไม่รู้สึกรู้สาว่าต้องทำอะไร สายตาเหม่อมองไปทางช่องประตู ฉันเริ่มเกิดความหวั่นไหวไม่แน่ใจและไม่มั่นใจในตัวเอง ฉันค่อยปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ ขณะที่ความมืดคลุมลงมาไม่เป็นไรหรอกฉันเคยชินเสียแล้ว
แล้วทุกอย่างก็พากันหลับสนิท ความเงียบงันคืนกลับมา ความเงียบสงัดเข้มข้นอีกครั้ง.
ปานศักดิ์ นาแสวง



