ไลฟ์สไตล์

บทสะท้อนจากผู้ประกอบการในรายการ“อยู่สบาย”

บทสะท้อนจากผู้ประกอบการในรายการ“อยู่สบาย”

11 มิ.ย. 2554

ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการและนักลงทุนรายย่อยหลายจังหวัดครับ ส่วนใหญ่ที่ไปพบปะเป็นแฟนรายการของผมครับ แววตาของแต่ละคนต่างมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

เขาบอกว่าหลายครั้งได้แรงบันดาลใจจากการอ่านคอลัมน์นี้ หลายคนได้อ่านแล้วเกิดกำลังใจ เกิดความคิดใหม่ๆ เกิดความหวัง บางคนได้ความฮึกเหิม ผมเดินทางไปพบด้วยความสุขครับ ไม่มีการตะโกนด่าไล่เหมือนนักการเมืองบางคน ผมไปได้ทุกจังหวัด ผมเข้าร่วมวงสนทนาได้ทุกโต๊ะทุกค่ายทุกสี แม้บางครั้งความคิดเห็นทางการเมืองอาจจะแตกต่าง แต่เพราะวุฒิภาวะทางความคิดของแฟนคอลัมน์ที่เข้มแข็งและแนวคิดที่มีจุดร่วมเดียวกัน การเคารพความคิดเห็นต่างกันได้ จึงทำให้ทุกกลุ่มในโต๊ะสนทนาไม่เคยขัดแย้งกันเลย

 แฟนๆ รายการอยู่สบายทางเนชั่นแชนแนลก็เหมือนกัน เมื่อผมเดินทางไปพบ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน สีอะไร เขาต่างต้อนรับเราอย่างน่าประทับใจ เพราะจุดร่วมของแฟนรายการของผมเป็นจุดเดียวกัน แม้ความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันก็ตาม แปลว่าจุดร่วมที่ทุกสีใช้ด้วยกันได้ และสามารถมองต่างกันได้แบบไม่ขัดแย้ง คือแนวคิดศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่กลุ่มสื่อในรายการและเนื้อหาของคอลัมน์ที่ผมและทีมงานร่วมกันสร้างสรรค์ แท้ที่จริงแล้วคนไทยไม่ชอบความขัดแย้งครับ คนไทยเป็นชนชาติที่รักกันมากที่สุด แต่เพราะมีการยุยงด้วยสื่อ มีการใส่ร้ายซึ่งกันและกัน เกิดการเข้าใจผิดๆ ปัญหาการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนจึงเป็นเหตุในรอยร้าวของประเทศ

 แต่ถ้าจะวิเคราะห์กันให้ดี ประเทศมีทางออกครับ คือการหาจุดร่วมทางความคิดให้เจอ แยกความผิดออกจากความถูกต้อง มองข้อดีของฝ่ายตรงกันข้ามและรู้จักเปิดใจ และใจกว้างยอมรับความคิดเห็นต่าง แยกปมของนักการเมืองออกไปก่อน มีเฉพาะประชาชนที่บริสุทธิ์ ให้จุดร่วมคือ ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาชาติด้วยกัน มองมุมบวก คิดแง่บวก อธิบายทำความเข้าใจ เหมือนที่ผมทำคือ การบรรยายให้ความรู้กับเขา ไม่พูดด่าคนอื่นให้เขาฟัง ไม่โจมตีไม่ทำร้ายกัน ให้เกียรติกัน เน้นการบ่มความคิดให้ประชาชน

 ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่าผมทำสำเร็จ สามารถเดินทางไปทั่วประเทศขึ้นเหนือล่องใต้ได้หมด พบกับคนทุกสี ผมได้จัดบรรยายเยอะมากหลายจังหวัด โดยไม่เกี่ยวกับการเมืองค่ายไหนเลย ทุกคนทุกจังหวัดต้อนรับอย่างน่าประทับใจ จัดบรรยายในช่วง 2 เดือนนี้หลายพันคน ในหัวเรื่องแต่งร้านให้ได้ล้านนี่แหละครับ จุดร่วมที่ผมทำคือ การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้แก่เขา สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เขาด้วยปัญญา ให้เขาเข้าใจถึงแนวคิดทางศิลปะที่มองความแตกต่างคือความงาม

 ผมประทับใจมากครั้งหนึ่งที่เราเจอนักลงทุนท่านหนึ่งเขาเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่วันนี้เขาทำสำเร็จคือการได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดของผม เขาติดตามทุกสื่อของเรา เขาเชื่อเรื่องพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์

 ในหลายครั้งที่เรามีโอกาสวิพากษ์วิจารณ์บ้านเมืองในสื่อของเราบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการอยู่สบาย ทางเนชั่นแชนแนล คนส่วนมากให้ความชื่นชมกันแนวคิดของเรา มีการนำเสนอไอเดียด้านนโยบายใหม่ๆ สร้างสรรค์และนอกกรอบ มีการถ่ายทำตัวอย่างให้ดูจากทั่วโลก หลายคนให้ความชื่นชมและกำลังใจ เพราะมันเกิดจากไอเดียบริสุทธิ์ของเราที่อยากเห็นประเทศพัฒนาอย่างมีอารยะ

 อยากเห็นความเข้มแข็งในภาคธุรกิจแบบยั่งยืนไม่ฉาบฉวย ไม่ส่งเสริมแนวทางแบบตีหัวเข้าบ้าน ไม่ส่งเสริมการผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพต่างๆ ไม่ส่งเสริมธุรกิจผิดกฎหมาย ธุรกิจที่เห็นแก่ได้ แต่จะส่งเสริมธุรกิจที่มีเป้าหมายแห่งความดี มีคุณภาพและมีดีไซน์ รู้จักสร้างสรรค์จนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนเกิดเป็นรูปแบบที่มีดีเอ็นเอของตัวเอง

 ผมขอย้ำให้เห็นว่า การออกแบบคือ แนวร่วมที่ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ผมมองว่ายิ่งกว่าไอเดียปรองดองเสียอีก ผมมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นโยบายต่างๆ ขาดเนื้อหาที่ทำให้คนไทยแข็งแรง มีแต่นโนบายเอาใจแต่ไม่เสริมสร้าง ขาดจุดยืนความคิดแบบยั่งยืน ขาดแนวคิดการศึกษาที่ทำให้คนไทยเข้มแข็งจากรากฐาน แนวคิดรากทางวัฒนธรรม

 การเดินทางไปเยี่ยมผู้ประกอบการและนักธุรกิจในช่วง 2 เดือนนี้ ทางทีมงานได้ประเมินถึงความต้องการของเขาที่ให้เราช่วยสะท้อนในหลายๆเรื่องพอสรุปออกมาได้ดังนี้ครับ

 1.ปัญหาเรื่องกฎหมายที่ยังไม่เอื้อหรือส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดย่อมได้มากนัก

 ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ค่อยอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการรายใหม่ๆ และประเด็นกฎหมายต่างๆ ที่ค่อนข้างเป็นอุปสรรคเช่นกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม การขออนุญาตสิ่งแวดล้อมในการก่อสร้างโครงการที่ใช้เวลาในการพิจารณานานเกินไป โดนคอนเซ็ปต์ของกฎหมายเขายอมรับได้แต่กระบวนการยื่นขอกินเวลานานเกินควรจนเป็นอุปสรรค กฎหมายเกี่ยวกับผังเมืองที่ปรับเปลี่ยนบ่อยไม่นิ่งหรือมองกันคนละมุมทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับนักธุรกิจที่มีเจตนาดี แต่สำหรับศรีธนญชัยกลับกลายเป็นช่องทางสะดวก ไปจนถึงอุปสรรคของหน่วยงานรัฐที่มีระบบการรับเงินใต้โต๊ะเพื่อการผ่านใบอนุญาตก่อสร้างกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรได้รับแก้ไขให้มากที่สุด เป็นอุปสรรคหนักใจและเกิดต้นทุนมากขึ้นในระบบ

 2.ปัญหาการอำนวยความสะดวกของสถาบันการเงิน

 การพิจารณาเรื่องสินเชื่อ สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การเริ่มต้นที่ไม่มีเครดิต หรือผู้ประกอบการสุจริตที่เคยเสียเครดิตอาจตั้งแต่ช่วงวิกฤติฟองสบู่แตกตั้งแต่ปี 2540 ที่ยังคาราคาซัง เริ่มต้นใหม่ยากมาก (ทีคนคอรัปชั่นบ้านเมืองจะนิรโทษกรรมกันง่ายๆ) น่าเห็นใจนักธุรกิจกลุ่มนี้มากๆ

 3.ปัญหาอุปสรรคด้านแรงงานที่เริ่มขาดแคลน 

 แทบทุกระดับไปจนถึงคุณภาพฝีมือและจรรยาบรรณเสื่อมถอยลงมาก ภาครัฐเองก็มองผิดมุมเอาใจภาคแรงงานที่ขาดฝีมือแต่ให้ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเอาใจเพื่อหวังเพียงคะแนนเสียงอันจะเกิดผลร้ายทั้งระบบ ขาดการพัฒนาฝีมือทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง ขาดการต่อยอดทักษะ ขาดการเรียนรู้เครื่องไม้เครื่องมือใหม่ ๆ ขาดแรงงานอุดมการณ์ที่รักษาจรรยาบรรณในวิชาชีพ ต้นทุนผู้ประกอบการมีมากขึ้นแต่คุณภาพกลับลดลงและควบคุมลำบาก มีหวังอนาคตระบบการผลิตที่ใช้เครื่องจักรและหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็วจนอาจเกิดสภาวะการว่างงานขึ้นอีกก็เป็นได้ ไปจนถึงการล้นทะลักของแรงงานต่างชาติจนส่งผลต่อความมั่นคงภายในประเทศ

 บทสะท้อนที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งครับ แต่ความพยายามที่จะดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ทุกคนมีเจตนาดีที่อยากเห็นชาติมีความเจริญรุ่งเรือง อยากเห็นความสมดุลและยุติธรรมให้เกิดขึ้นในทุกระบบ อยากเห็นการสร้างความฮึกเหิมในการนำประเทศของผู้นำ อยากเห็นเจตนาสุจริตในการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่ได้สาละวน แต่เพียงคะแนนเสียงและการเล่นการเมือง ฝากผู้ลงสมัครและนโยบายในอนาคตไว้ด้วย อย่ามาเป็นอุปสรรค แค่นี้ก็พึงพอใจแล้วครับ

 ท่านสามารถติดต่อพูดคุยกับผมได้ทาง www.facebook.com/akekapong> treetrong รักในหลวง แอดเข้ามาเป็นเพื่อน และสำหรับผู้ประกอบการทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ สามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ โทร.0-2984-0091-2  หรือ 08-6331-7433 แล้วพบกันครับ

 อ. เอกพงษ์   ตรีตรง
www.ideal1group.com