
(ฝน--1111)-เส้นทางนักพระเครื่อง/ อิ่ว ท่าพระจันทร์ /// วันอาทิตย์ที่ 7 ธค.51
11 ธ.ค. 2551
(ฝน--1111)-เส้นทางนักพระเครื่อง/ อิ่ว ท่าพระจันทร์ /// วันอาทิตย์ที่ 7 ธค.51
อิ่ว ท่าพระจันทร์
วงการพระเครื่องเมืองไทย ได้มีการจัดแบ่งพระเครื่องออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้คือ ประเภทพระเบญจภาคี พระบูชา พระเนื้อดิน ชิน ผง ว่าน เหรียญ และเครื่องรางของขลัง
การสะสมพระของนักพระเครื่อง ก็จะแบ่งตามประเภทพระเครื่องเหล่านี้ ใครสนใจพระประเภทไหนก็จะตั้งใจศึกษาหาความรู้หาข้อมูลในพระประเภทนั้นๆ อย่างจริงจัง จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชำนาญในพระประเภทดังกล่าวไปโดยปริยาย บางคนหยิบขึ้นมายังไม่ทันได้หยินแว่นขยายพระขึ้นมาส่องก็บอกได้ทันทีว่าเป็น พระแท้ หรือ พระปลอม ทั้งนี้ก็เพราะความสามารถในการจดจำพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อหามวลสาร ที่ปรากฏอยู่บนองค์พระได้อย่างแม่นยำ...นั่นเอง
เซียนพระ สมัยก่อนชำนาญพระประเภทไหนก็เช่าพระซื้อขายแต่พระประเภทนั้นๆ เป็นหลักใหญ่ จะไม่ก้าวล้ำไปซื้อขายพระประเภทอื่น โดยอ้างว่าไม่ถนัด ดูไม่เป็น จนทำให้เป็นที่รู้กันในวงการพระว่า เซียนคนนั้นคนนี้ชำนาญพระอะไร เวลามีการประกวดพระ ก็จะเชิญไปให้รับพระตัดสินพระประเภทดังกล่าว
มาถึงสมัยนี้...เซียนพระรุ่นใหม่ มักจะไม่ใส่ใจเฉพาะพระประเภทใดประเภทหนึ่งแต่เพียงเดียว ต้องเรียนรู้ดูพระให้เป็นหมดทุกประเภท เพราะการ...รู้กระจ่างแต่เพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล...เหมือนอย่างคำสอนของคนเก่าก่อนนั้นไม่ได้เสียแล้ว สำหรับคนในวงการพระ ขืนรู้แจ้งเห็นจริงแต่พระที่ตนถนัด พระอื่นใดไม่เอา ก็มักจะทำให้เสียโอกาส
อย่างเช่น มีคนเอาพระสมเด็จ มาบอกขาย แต่เราไม่ซื้อเพราะดูไม่เป็น เพราะเล่นแต่เหรียญมาโดยตลอด บังเอิญพระสมเด็จองค์นั้นเป็นพระแท้ เดินผ่านไปให้เซียนพระคนอื่นดู แล้วเขาก็ซื้อไปได้สำเร็จ ขายต่อได้ราคาแพงหลายเท่าตัว กำไรอื้อ เซียนคนแรกที่พระผ่านมามือ แต่ไม่ซื้อรู้ข่าวก็เหมือนคนตกต้นตาล ทุกข์ช้ำระกำใจไปนานวัน
เซียนพระสมัยใหม่ คนรุ่นใหม่ จึงต้องเรียนรู้ดูพระเป็นทุกอย่างที่การซื้อขายอยู่ในวงการ ก้าวย่างบนเส้นทางสายนี้จึงย่อมจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



