เด่นโซเชียล

หลัก 90 วินาที อพยพ ตัวเองออกจาก "เครื่องบิน" เปอร์เซ็นต์รอดสูง

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จากกรณี "สายการบินนกแอร์" ไถลรันเวย์ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง หลังจากนั้น ได้มีเพจดัง ยกประเด็น อพยพ ผู้โดยออกจากเครื่อง ภายใน 90 วินาที

จากกรณี "สายการบินนกแอร์" เที่ยวบิน ที่ DD108 ของวันที่ 30 ก.ค. เส้นทาง ดอนเมือง - เชียงราย ซึ่งออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 20.03 น. (เวลาท้องถิ่น) และถึง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เวลา 21.06 น.  ก่อนจะนำเครื่องลงจอดที่  ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกอย่างหนัก ทำให้เครื่องบินลื่นไถลออกนอก รันเวย์  

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ได้มีประเด็นต่อเนื่องให้พูดถึง โดย ทางเพจเฟซบุ๊ค " I’m from Andromeda" ซึ่งมีผู้ติตามกว่า 1.8 แสนคน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  

ตัวเลข 90 วินาที เป็นเลขที่คุณต้องจดจำเอาไว้หากต้องพิจารณาขึ้น เครื่องบิน หรือ สายการบิน ลำใดลำหนึ่ง มันคือตัวเลขที่สำนักงานบริหาร การบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ FAA ได้ทดลองเอาไว้ว่าเป็นเวลาที่ช้าที่สุดที่ผู้โดยสารทุกคนควรอพยพออกจากเครื่องบินหากเกิดเหตุฉุกเฉิน  90 วินาทีมาจากไหน ?      ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 มีการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะเพลิงไหม้หลังจากเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ  

 

ในเดือนเมษายนและกันยายน ค.ศ.1964 FAA ได้ทำการทดสอบจำลองการชนและเพลิงไหม้ของเครื่องบินโดยใช้เครื่องบินดักลาส DC7 และล็อกฮีด L1649 โดยติดตั้งกล้องความเร็วสูงไว้ภายใน เครื่องบิน และรอบๆ พื้นที่ภายนอก เพื่อบันทึกผลกระทบของเครื่องบิน หุ่นนักบินจำลอง และผู้โดยสารจำลอง 

 

จากการวิจัยพบว่ามี ไฟ 2 แบบที่เกิดขึ้นและคร่าชีวิตคนบนเครื่องบินอย่างแรกคือ ไฟที่เกิดขึ้นบนวัสดุและอุปกรณ์บน เครื่องบิน มันจะค่อย ๆ ลุกลามพร้อมควันมหาศาลและจะแผดเผาไปทั้งลำในที่สุด และอีกประเภทคือ Flashover ที่เชื้อเพลิงบนเครื่องบินเกิดการไหม้และทำให้เกิดเปลวไฟการลุกท่วมในชั่วพริบตา

 

จากการทดสอบครั้งนั้นระบุว่าแม้ว่าโครงสร้างในห้องโดยสารจะแข็งแรงขนาดไหน แต่หลังจาก 120 วินาทีคือระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้โดยสารจะสำลักควันไฟจนเสียชีวิตรวมไปถึงโดนไฟคลอกจนเสียชีวิต

 

FAA จึงได้ปรับลดเวลาเหลือ 90 วินาที เพื่อความปลอดภัย และใช้ตัวเลขนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  จงจำไว้ว่า หากคุณรอดพ้นจากอุบัติเหตุเครื่องบินไม่ว่าจะชนิดใดรูปแบบใด อย่าคิดว่าตนเองปลอดภัยแล้วจนกว่าจะได้ออกจากเครื่องบิน เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ไฟ และ ควันไฟ

ข้อมูลจาก FAA ระบุว่าในอดีตอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่ เครื่องบิน ไม่ได้ชนรุนแรง ผู้โดยสารที่ยังรอดชีวิตกลับต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่จำเป็น จากการสำลักควันไฟเพราะไม่สามารถอพยพออกจากเครื่องบินได้ทัน

 

ในบันทึกยังระบุว่าอาจมีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นหาก ผู้โดยสาร ได้ฟังวิธีการขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีการกำกับการ อพยพ ฉุกเฉินบนเครื่องบินอย่างเหมาะสม 

ดังนั้นหากคุณสังเกตจากเหตุการณ์ในอดีต จากข่าว หรือแม้แต่มองเห็นการปฏิบัติของลูกเรือในสายการบินนั้น ๆ แล้วคุณรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะออกได้ภายใน 90 วินาที

 

เปลี่ยนสายการบินเถอะครับ เพราะคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาอะไรได้อีกหากต้องอยู่บนฟ้า 

 

นอกจากนี้แอดมินมีความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะที่เป็นนักบินมาเป็นเวลา 12 ปี  "  หากเกิดเหตุการณ์เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือพื้นรันเวย์หรือพื้นดินจะกระทบกับสิ่งที่ไม่ควรกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ หรือถังที่บรรจุเชื้อเพลิงเอาไว้ การครูดกันนี้ทำให้เกิดความร้อน ซึ่งความร้อนก็ก่อให้เกิดไฟ 

ไฟที่จะเกิดบนเครื่องบินจงจำไว้ว่า ไม่ว่าฝนจะตกหนัก หรือรันเวย์จะเปียกแค่ไหน มันไม่ได้ช่วยให้ไฟดับแต่อย่างใด และแม้ว่าจะดับเครื่องยนต์ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นไม่ได้รับประกันว่าไฟจะไม่ไหม้ สิ่งที่ควรทำเร็วที่สุดหากผมเป็นกัปตันในเที่ยวบินนั้น คือการสั่งให้ผู้โดยสารออกจากเครื่องบินให้เร็วที่สุด เพราะคุณไม่มีทางมั่นใจใดๆ ว่าเครื่องบินจะไม่เป็นอะไรอีกหลังจากนั้น  ถ้าหากไม่มั่นใจ ก็ควรสั่งอพยพ "

 

ไม่มีใครควรต้องมานั่งบนเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุเป็นชั่วโมง จงคิดเอาไว้เสมอว่าการนั่งเครื่องบินคือการนั่งบนเชื้อเพลิงขนาดใหญ่หลายสิบตันพร้อมไฟฟ้าและความร้อนมหาศาล ดังนั้นหากสิ่งที่คุณนั่งทับอยู่มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่ไม่ควรอพยพออกจากมัน

หลัก 90 วินาที อพยพ ตัวเองออกจาก \"เครื่องบิน\" เปอร์เซ็นต์รอดสูง

 

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่
Youtube - https://www.youtube.com/channel/UCnniqWGq9lOqYd5sGWxVi7w
LineToday - https://today.line.me/th/v2/publisher/100057

รอลุ้น ใครจะเป็น 6 Candidate กับ 8  สาขา Popular Vote คมชัดลึก ลูกทุ่ง Awards 2565
1 สิงหาคม 65 นี้ รู้กัน
(https://awards.komchadluek.net/#)

CREDIT PHOTO : stock.adobe

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ