เด่นโซเชียล

"โอไมครอน" หมอธีระ เตือนอย่าประมาท คิดว่า เชื้อกระจอก ย้ำ คนรับกรรม คือ เรา

"โอไมครอน" หมอธีระ เตือนอย่าประมาท คิดว่า เชื้อกระจอก ย้ำ คนรับกรรม คือ เรา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"โอไมครอน" จากเชื้อที่หลายคนวิตกกังวล กลายเป็นกระแสที่หลายคนเชื่อว่า เชื้อดังกล่าว ไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางหมอธีระ ได้ออกมาตอกย้ำว่า อย่าประมาท เพราะ คนรับกรรมไม่ใช่ใคร แต่เป็นตัวเราเอง

 

"โอไมครอนโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์ที่หลายคนเคยวิตกกังวลในช่วงแรก แต่หลังจากองค์กรหรือบุคคลสำคัญต่าง ๆ ได้ออกมาเผยข้อมูลว่าเชื้อดังกล่าว ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ล่าสุด รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ย้ำ คนไทยอย่าประมาท โดยระบุว่า

 

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 410,535 คน ตายเพิ่ม 3,936 คน รวมแล้วติดไปรวม 266,101,055 คน เสียชีวิตรวม 5,270,472 คน 5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุด คือ สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, รัสเซีย และอเมริกา จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย, ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 93.51 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 94.58 

 

ล่าสุด จำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้นมากถึงร้อยละ 66.82 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 59.07 เมื่อวานนี้ จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 12 ใน 20 อันดับแรกของโลก

 

 

 

 

สำหรับสถานการณ์ไทยเรา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 4,704 คน สูงเป็นอันดับ 20 ของโลก หากรวม ATK อีก 1,304 คน ก็ขยับเป็นอันดับ 16 ของโลก ยอดรวม ATK จะเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย รองจากตุรกี, เวียดนาม และอินเดีย "โอไมครอน" กับการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ (Superspreading events) 

 

หากจำกันได้ไม่กี่วันก่อน นอร์เวย์มีเหตุการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนใหญ่จากการจัดปาร์ตี้ฉลองก่อนคริสต์มาสในร้านอาหาร โดยมีคนมาร่วมงาน 120 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบว่าติดเชื้อไปแล้วเกือบ 70 คน แม้ตอนนี้ผลการตรวจสายพันธุ์จะคอนเฟิร์มว่าเป็น "โอไมครอน" มาแล้ว 13 คน ที่เหลือผลตรวจยังไม่ออก และจัดอยู่ในกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นเคสติดเชื้อ "โอไมครอน" เนื่องจาก เป็นกลุ่มสัมผัสเดียวกัน ล่าสุดมีรายงานว่าพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 45-50 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไปใช้บริการในสถานที่เดียวกัน ถัดจากกลุ่มแรก

 

เหตุการณ์นี้ ทำให้มีแพทย์และนักวิชาการต่าง ๆ แสดงความเป็นห่วง เพราะ แสดงว่า "โอไมครอน" มีสมรรถนะในการแพร่เชื้อสูงมาก นอกจากนี้ ที่กังวลกันมาก คือ มีแนวโน้มที่การติดเชื้อจำนวนมากเช่นนี้จะเกิดจากการแพร่ทางอากาศ (aerosol transmission) โดยมีไวรัสกระจายแขวนลอยอยู่ในอากาศภายในสถานที่นั้น

 

ไม่ใช่เพียงแค่นอร์เวย์ที่มีเหตุการณ์ติดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ เมื่อวานนี้ ประเทศเดนมาร์กรายงานการตรวจพบติดเชื้อจำนวนมาก จากการจัดปาร์ตี้ของนักเรียน High school จำนวน 150 คน โดยพบว่ามีคนติดเชื้อโควิด-19 ถึง 55 คน ทั้งนี้พบว่ามีถึง 53 คนที่เป็น "โอไมครอน" (15 คน ยืนยันโดยการตรวจสายพันธุกรรมแล้ว อีก 38 คนตรวจ RT-PCR พบว่าเป็น S-gene drop out) คิดเป็นร้อยละ 96.36 

 

สองเหตุการณ์ข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า "โอไมครอน" แพร่ง่าย และมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายทางอากาศและทำให้ติดเชื้อได้ หากอยู่ในสถานที่แออัด ระบายอากาศไม่ดี และไม่ป้องกันตัวอย่างดีพอ

 

 

 

 

สำหรับคนไทยเรา... เรียนย้ำว่าตอนนี้เรายังไม่รู้จัก "โอไมครอน" อย่างลึกซึ้งเพียงพอ ทั้งในเรื่องการป่วยรุนแรง, การเสียชีวิต, การดื้อต่อภูมิคุ้มกัน และผลกระทบหลังติดเชื้อในระยะยาว อย่าประมาทกับข่าวที่พยายามให้ปักใจเชื่อว่า "โอไมครอน" กระจอก หากประมาทแล้วติดเชื้อ พาไปติดคนในบ้าน ในที่ทำงาน ติดเชื้อแล้วป่วย, ตาย หรือเกิดผลกระทบระยะยาว...คนรับผิดชอบ รับกรรม มีความทุกข์ ก็คือ ตัวเราและคนรอบข้าง ไม่ใช่ใครอื่น

 

การตัดสินใจประพฤติปฏิบัติในยามวิกฤติเช่นนี้ ควรใช้หลักวิชาการที่ชัดเจนเพียงพอ และผ่านการพิสูจน์แล้ว ในช่วงเวลาเดือนนี้ จะมีผลการศึกษาวิจัยออกมาอีกมาก เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ "โอไมครอน" มากขึ้น ที่แน่ ๆ ตอนนี้เราเห็นชัดเจนว่ามันแพร่ได้อย่างรวดเร็วมาก การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อน่าจะเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่าการตั้งอยู่บนความประมาท เราเห็นบทเรียนมามากแล้วว่าผลกระทบมากมายเพียงใด สูญเสียมากเพียงใดจากความธรรมดา กระจอก และเอาอยู่ ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างจากคนอื่นเกินหนึ่งเมตร เลี่ยงที่แออัด และระบายอากาศไม่ดี

 

ด้วยรักและห่วงใย

 

ข้อมูล : Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)

 

 

 

logoline