เด่นโซเชียล

"เกาะเต่า" โดนป่วน หลังมีคลิปไวรัลฉาว อ้าง ครูดำน้ำญี่ปุ่นถูกฆาตกรรม

"เกาะเต่า" โดนป่วน หลังมีคลิปไวรัลฉาว อ้าง ครูดำน้ำญี่ปุ่นถูกฆาตกรรม
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"เกาะเต่า" โดนป่วนอีกครั้ง หลังจากถูกเพจดังอย่าง Koh Tao Death Island สร้างคลิปไวรัลฉาวใจความว่า ครูสอนดำน้ำสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำบนเกาะเต่า ด้านตำรวจไทยแย้ง เป็นการฆ่าตัวตาย ญาติไม่ติดใจ คาดว่าเพจดังกล่าว ตั้งใจจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย

 

"เกาะเต่า" เจอข่าวร้ายซัดอีกครั้ง หลังถูกเพจดังอย่าง Koh Tao Death Island สร้างคลิปไวรัลจากคดีครูสอนดำน้ำชาวญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเมื่อปี 2547 บน "เกาะเต่า" โดยอ้างว่าคดีดังกล่าว เป็นคดีการตายปริศนา แต่ถูกทางตำรวจไทยบน "เกาะเต่า" อ้างว่าเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย จนกลายเป็นประเด็นเดือดบนโซเชียลเป็นอย่างมาก

 

ล่าสุดทางผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ เผยว่า ผกก.สภ.เกาะเต่า พ.ต.อ.เกรียงไกร เกตุแก้ว รายงานเบื้องต้นว่า เหตุการณ์เสียชีวิตของครูสอนดำน้ำบน "เกาะเต่า" เกิดขึ้นจริงเมื่อปี 2547 แต่ไม่ใช่เหตุฆาตกรรม เนื่องจาก ที่เกิดเหตุมีจดหมายที่ผู้ตายเขียนถึงญาติในลักษณะการลาตาย เมื่อรับคดีไปชันสูตรทางญาติเองก็ไม่ได้ติดใจ จึงสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

 

 

 

 

ซึ่ง ณ ตอนนั้น ต. "เกาะเต่า" ยังเป็นเขตอำนาจสอบสวนของ สภ.เกาะพะงัน จึงได้สั่งการให้ตรวจค้นสำนวนดังกล่าว ว่ายังเก็บรักษาอยู่หรือไม่ เพื่อเป็นหลักฐานในการรายงานข้อเท็จจริง 

 

ด้านนายอำเภอเกาะพะงัน นายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรัตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเพจดังกล่าว พบว่าเป็นของชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยในประเทศไทย โดยมีความเคลื่อนไหว เพื่อรื้อฟื้นคดีในอดีต เพื่อสร้างกระแสทางสังคม และยังมีการโพสต์คลิปบนยูทูบ บรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความเสียหายให้กับ "เกาะเต่า" เชื่อว่าการกระทำดังกล่าว ต้องการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย

 

 

 

 

ด้านผู้ประกอบการ "เกาะเต่า" และชาวบ้านที่รู้จักกับครูสอนดำน้ำชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจาก ความเครียด ด้านพ่อแม่ของผู้ตายเองก็ไม่ติดใจเรื่องสาเหตุ

 

ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติหลายกลุ่มได้นำข้อมูลเหล่านี้และคดีในอดีตไปโจมตี "เกาะเต่า" ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้เชิญตัวแทนและสถานทูตประเทศ มารับฟังข้อเท็จจริงและชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวด้วย

 

 

 

logoline