เด่นโซเชียล

"เยียวยาเด็กเล็ก" 2,000 บาท ถึงคิวเงินเข้าเดือน พ.ย. แล้ว เช็คสิทธิ-เงื่อนไข

เข้าแล้ว เงิน "เยียวยาเด็กเล็ก" 2,000 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เดือนพฤศจิกายน ตรวจสอบเงื่อนไข คุณสมบัติ ผู้มีสิทธิรับเงินที่นี่

หลังจากที่ ครม.ไฟเขียว อนุมัติกรอบวงเงิน 1,320 ล้านบาท (ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯเพิ่มเติม พ.ศ.2564) ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการบรรเทาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเด็กเล็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวนเงิน 2,000 บาท ต่อเด็กนักเรียน 1คน ล่าสุด ได้กำหนดวันโอน/จ่ายเงิน ให้กับผู้ปกครองแล้ว โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
 

รายละเอียดเงินเยียวยาเด็กเล็ก 

 

  • กรอบวงเงิน 1,320 ล้านบาท (ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564)
  • เด็กเล็กจะได้รับเงินเยียวยาคนละ 2,000 บาท
  • เด็กเล็กที่มีสิทธิจะได้รับเงินเยียวยา จะต้องเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่อยู่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
  • ข้อมูลปัจจุบันพบว่า มีเด็กเล็กที่จะได้รับเงินเยียวยาจำนวน 660,318 คน จากสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 18,540 แห่ง 

เงื่อนไขการจ่ายเงินเยียวยาเด็กเล็ก

 

  • เด็กเล็กที่มีสิทธิรับเงินในครั้งนี้ ต้องเป็นนักเรียนของศูนย์ฯในภาคเรียนที่ 1/2564 (มีชื่อในระบบ LEC ภายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564)
  • กรณีเด็กเป็นต่างชาติ ต่างด้าว ที่มีชื่อในระบบ LEC ต้องใช้เอกสารหลักฐานประจำตัวของเด็กที่ทางราชการไทยออกให้ ยื่นประกอบ เพื่อการรับเงินในครั้งนี้ด้วย
  • เริ่มโอน/จ่ายให้ผู้ปกครองตั้งแต่ 1-15 พ.ย.2564 นี้ เป็นต้นไป

 

ช่องทางการรับเงินของผู้ปกครอง

 

  • สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ปกครอง (ที่มีสิทธิรับเงิน)
  • โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย (ดำเนินการ 1 วัน)
  • โอนเข้าบัญชีธนาคารอื่น (ดำเนินการ 3-7 วัน)
  • ประสงค์รับเป็นเงินสด (ดำเนินการ 7-15 วัน)

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจ่ายเงินเยียวยาเด็กเล็กในครั้งนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด-19 รายละ 2,000 บาทต่อคน และจะทำให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1,389,722 คน (จากเดิมที่ไม่ครอบคลุมเด็กเล็ก) และกรอบวงเงินโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,779 ล้านบาท 
 

ข่าวที่น่าสนใจ