เด่นโซเชียล

"ราชกิจจาฯ" เดินทางเข้าไทย ตรวจ RT-PCR ห้ามออกที่พัก จนกว่ายืนยันไร้โควิด

"ราชกิจจาฯ" เดินทางเข้าไทย ตรวจ RT-PCR ห้ามออกที่พัก จนกว่ายืนยันไร้โควิด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ราชกิจจาฯ" ประกาศ ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องตรวจโควิด "RT-PCR" ทันที ห้ามเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พัก จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยัน ไร้เชื้อโควิด-19

คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 16/2564

 

เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) 

 

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๑๓/๒๕๖๔ เรื่องแนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๔) ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น

 

 

เพื่อให้การปฏิบัติงานตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว และตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ (๒) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จึงมีคำสั่งให้ หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน ๒.๑ ของข้อ ๒ ของคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๑๓/๒๕๖๔ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๔) ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 



“๒.๑ ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตาม (๑) (๓) (๕.๑) (๕.๒) (๕.๓) (๖) (๗) (๘.๑) (๘.๒) (๙.๑) และ (๑๐) ตามที่กำหนดในคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๘/๒๕๖๔ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ภายใต้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

(๑) กรณีที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง เข้ารับการกักกันและต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๗ วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR จำนวน ๒ ครั้ง 

 

ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่ไม่เกินวันแรกของการกักกัน และครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๖-๗ ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

 

(๒) กรณีที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่งเข้ารับการกักกันและต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑๐ วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR จำนวน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่ไม่เกินวันแรกของการกักกัน และครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๘-๙ ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

 

(๓) กรณีที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่งเข้ารับการกักกันและต้องปฏิบัติ ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ณ สถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑๔ วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR จำนวน ๒ ครั้ง

 

ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแต่ไม่เกินวันแรกของการกักกัน และครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน หรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

 

”ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ๒.๓ ของข้อ ๒ ของคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๑๓/๒๕๖๔ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๔) ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔

 

 

“๒.๓ ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตาม (๑๒) ของคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ ๗/๒๕๖๔ เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR จำนวน ๒ ครั้ง

 

 

ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยห้ามเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักจนกว่าจะมีผลการตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 และครั้งที่ ๒ ระหว่ำงวันที่ ๖-๗ ของระยะเวลาที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรหรือตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด”

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

 

สั่ง ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19

logoline