เด่นโซเชียล

จ่อสร้างระบบถ่วงดุล "คุ้มครองผู้ต้องหา" จากการถูก ซ้อมทรมาน - อุ้มหาย

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

กมธ.ซ้อมทรมาน-อุ้มหาย มุ่งสร้างกระบวนการยุติธรรม คุ้มครองผู้ต้องหา จ่อสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลตั้งแต่เริ่มกระบวนการจับกุม พร้อมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดความโปร่งใส

นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่า ในการประชุมวันนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน หลายท่านเข้าร่วมการประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว เช่น ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ และ ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง เป็นต้น โดยความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญมีประเด็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในกระบวนการร่างพระราชบัญญัติ 

จ่อสร้างระบบถ่วงดุล "คุ้มครองผู้ต้องหา" จากการถูก ซ้อมทรมาน - อุ้มหาย

 

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งถัดไปจะเป็นการพิจารณารายมาตรา และกรรมาธิการจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับการให้นิยามคำว่า การทรมาน เพื่อให้ครอบคลุมตามที่อนุสัญญาระหว่างประเทศได้วางหลักไว้ เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญาของไทยในปัจจุบันมิได้มีการนิยามความของการทรมานไว้เลย และกฎหมายต้องมุ่งสร้างกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีวิธีการคุ้มครองผู้ต้องหาให้ปลอดภัยจากการถูกกระทำทรมานหรือทำให้สูญหายจากเจ้าหน้าที่รัฐ

จ่อสร้างระบบถ่วงดุล "คุ้มครองผู้ต้องหา" จากการถูก ซ้อมทรมาน - อุ้มหาย

 

และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งนอกเหนือจากการเยียวยาเหยื่อหรือครอบครัว คือ การใช้กฎหมายสร้างกลไกป้องกันและปราบปรามการทรมานและทำให้สูญหายจากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยการสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลภายในให้เกิดขึ้นตั้งแต่มีการจับกุม พร้อมทั้งการบังคับให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม

โดยรัฐไม่อาจอ้างความมั่นคงเป็นผลของการกระทำทรมานหรือทำให้บุคคลสาบสูญ อันเป็นการละมิดกรอบสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาระหว่างประเทศได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม