เด่นโซเชียล

ห่วง "เปิดเมือง" ทำระบาดซ้ำรุนแรง หมอธีระ ซัดพวกดันนโยบายต้องรับผิดชอบ

ห่วง "เปิดเมือง" ทำระบาดซ้ำรุนแรง หมอธีระ ซัดพวกดันนโยบายต้องรับผิดชอบ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"หมอธีระ" ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ซัดกลุ่มคนที่ผลักดันนโยบาย "เปิดเมือง" ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา หากเกิดระบาดซ้ำรุนแรงรอบใหม่

วันที่ 22 กันยายน 2564 ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ หรือ "หมอธีระ" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุถึงสถานการณ์ "โควิด-19" ในประเทศไทย พร้อมฉะกลุ่มคนที่ผลักดันนโยบาย "เปิดเมือง" "เปิดประเทศ" ว่า ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา 

 

 

"หมอธีระ" ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ระบุว่า เมื่อวานจำนวนติดเชื้อใหม่ที่รายงาน ยังสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก แต่หากรวม ATK จะมีจำนวนติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก มากกว่าฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม 

 

"กล่องทราย" สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คาดว่าจะเห็นแนวโน้มการระบาดที่ชัดเจนหลังพ้นปลายเดือนนี้ หากคุมไม่ได้ น่าจะมีโอกาสสูงขึ้นกว่าเดิม 

 

"อนาคต" หากปล่อยให้เกิดการขับเคลื่อนนโยบาย "เปิดเมือง" "เปิดประเทศ" ให้อยู่กับโรค ทั้งที่สถานการณ์การติดเชื้อยังมีจำนวนมาก ด้วยระบบสนับสนุนที่มีอยู่ทั้งเรื่องการตรวจคัดกรองโรคที่จำกัด วัคซีนที่มีชนิด ปริมาณ ความครอบคลุมที่จำกัด รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต ค้าขาย บริการ ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อติดเชื้อกัน ยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ 

 

โมเดลกล่องทรายชี้ให้เห็นแล้วว่ามีปัญหา ขนาดเป็นพื้นที่จำกัด ยังเป็นดังที่เห็น ถ้าขยายมาเมืองหลวง โอกาสที่จะแตกย่อมมีสูงมาก ประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีทรัพยากรต่าง ๆ มากมายเพียบพร้อมกว่าเรายังเอาไม่อยู่ 

 

การอ้างว่าติดเชื้อแล้วป่วยรุนแรงต้องนอน รพ.น้อย ตายน้อยนั้น คงจะยากที่จะเป็นจริงเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ระบาดรุนแรงกลับซ้ำในอนาคต ประเมินไว้ล่วงหน้า "ยากที่จะเอาอยู่" 

 

"กลุ่มคนที่ผลักดันนโยบายดังกล่าวจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่ตามมา นโยบายในลักษณะข้างต้นส่งผลต่อชีวิตของทุกคน" 

 

ห่วง "เปิดเมือง" ทำระบาดซ้ำรุนแรง หมอธีระ ซัดพวกดันนโยบายต้องรับผิดชอบ

 

 

สำหรับสถานการณ์ "โควิด-19" ทั่วโลก 22 กันยายน 2564 ทะลุ 230 ล้านไปแล้ว เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 440,211 คน รวมแล้วตอนนี้ 230,259,239 คน ตายเพิ่มอีก 7,989 คน ยอดตายรวม 4,721,450 คน 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด ยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อเมริกา สหราชอาณาจักร ตุรกี อินเดีย และรัสเซีย 

 

อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 111,538 คน รวม 43,229,414 คน ตายเพิ่ม 1,861 คน ยอดเสียชีวิตรวม 696,799 คน อัตราตาย 1.6% 

 

อินเดีย ติดเพิ่ม 27,242 คน รวม 33,529,986 คน ตายเพิ่ม 383 คน ยอดเสียชีวิตรวม 445,799 คน อัตราตาย 1.3% 

 

บราซิล ยังไม่มีรายงานติดเชื้อใหม่ รวม 21,247,667 คน ตายเพิ่ม 484 คน ยอดเสียชีวิตรวม 591,518 คน อัตราตาย 2.8% 

 

สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 31,564 คน ยอดรวม 7,496,543 คน ตายเพิ่ม 203 คน ยอดเสียชีวิตรวม 135,455 คน อัตราตาย 1.8% 

 

รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,179 คน รวม 7,313,851 คน ตายเพิ่ม 812 คน ยอดเสียชีวิตรวม 199,808 คน อัตราตาย 2.7% 

 

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 96.03 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน 

 

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย ติดเพิ่มกันหลักหมื่น 

 

ญี่ปุ่น เมียนมา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

ที่มา Thira Woratanarat

 

 

logoline