
ชื่อดีเซ็นสวยช่วยเสริมบารมี-ตะวันณามีครู3ท่าน!
ชื่อ หรือ นาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน บอกว่าเป็นคำนาม หมายถึง คำที่ตั้งขึ้น สำหรับเรียก คน สัตว์ สถานที่ และสิ่งของทั่วๆ ไป" อาจารย์เทพ สุนทรศารทูล ผู้เขียนหนังสือ มงคลนาม ตามตำราโหราศาสตร์
ครูของผมคนหนึ่งบอกว่า “ชื่อ” มีกำเนิดก่อนพระพระพุทธเจ้าประสูติ โดยเมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาได้อาราธนาพราหมณ์มาถวายนามพระราชโอรสว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า ผู้สำเร็จสมปรารถนา
และในตำราเล่มเดียวกันซึ่งพิมพ์ขายในปี 2534 ที่ผมจะใช้เป็น “คู่มือ” ควบกับตำราของ “ครู” อีกคนหนึ่งคือ เสฐียนพงษ์ วรรณปก พูดถึงหลักต่างๆ เอาไว้อีกด้วย “หลัก” ว่านักตั้งชื่อจะต้องยึดเอาไว้อย่างมั่นคง คือ นอกจาก “ชื่อ” จะไพเราะเพราะพริ้งถูกหลักไวยากรณ์ มีความหมายที่ดี มีความเป็นสิริมงคล แล้วต้องไม่ไปพ้องกับพระนามของเชื้อพระวงศ์ และอย่าให้มีกาลกิณีเป็นอันขาด
แฟนประจำคอลัมน์นี้ จะเห็นว่าผมมักจะเลี่ยงการตั้งชื่อเด็กเกิดใหม่ หรือเปลี่ยนชื่อให้ผู้ที่ขอมาด้วยคำที่วิจิตรพิสดารที่แปลกหูแปลกตา ที่บางชื่อหาคำแปลไม่ได้ เรื่อนี้ 2-3 ปีที่แล้ว เป็นที่นิยมชมชอบมาก นัยว่าเมื่อเอาอักขระที่ประกอบกันเป็นชื่อไปถอดรหัสเป็นตัวเลข แล้วเอาตัวเลขไปรวมกันได้จำนวนเท่านั้นเท่านี้ เจ้าของชื่อจะวิเศษเหนือคนอื่นด้านนั้นด้านนี้ไปโน่น..
แต่ผมไม่เอาด้วยนะครับ...การตั้งชื่อของผม ผมยึดหลัก “ลิลิตทักษาพยากรณ์” พระนิพนธ์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี ที่ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ.2481 ก่อนผมเกิด 10 ต่อมา หลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต ครูอีกคนหนึ่งได้ขออนุญาตกรมศิลปากรนำมาชำระและพิมพ์เผยแพร่ใหม่ในปี 2509
ผมจึงมีตำราหลักๆ และ “ครู”ที่มีเกียรติประวัติให้ยึดถือมาจนทุกวันนี้ วันนี้ ท่านใดอ่านเอาเพลินก็ว่าไปนะครับ แต่ถ้าใครที่อ่านเรื่องนี้ แล้วต้องการเป็นศิษย์มีครู ขอให้จุดธูปบอกกล่าวครูบาอาจารย์เหล่านั้นด้วยนะครับ
ครูหลวงอรรถวาทีฯ บอกว่า คำว่า ทักษา มาจากฮินดูคือ “ทศา” แปลว่า เสวยอายุ ในตำรา ครูเทพ สุนทรศารทูล บอกว่า ทักษา เป็นการผสมระหว่างอักษร “ท” แปลว่า ที่ตั้ง ดำรงอยู่ กับคำว่า “อักษะ” ที่แปลว่า แกน แก่นสาร เมื่อรวมเป็น ทักษา จึงแปลว่า แกนโลก หรือ แก่นสารของโลกที่หมุนทางขวา ขณะเดียวกันโลกของเราก็มี “อัฐเคราะห์” 8 ดวงหมุนรอบซึ่งได้แก่วันทั้ง 7 แต่ ดาวราหูมาชั่วแว๊บเดียวคือ ช่วงค่ำของคืนวันพุธ จึงไม่นับเอามาเป็นวันในปฏิทิน แต่ใช้ในทางโหราศาสตร์เท่านั้น
ในแต่ละวันของ 8 วันนี้ จะถูกแบ่งกลุ่มอักษรที่ผมเรียกใหม่ว่า อักขระวรรค สำหรับใช้ในการตั้งชื่อของผู้ที่เกิดในแต่ละวัน (ซึ่งจะขยายความในตอนต่อๆ ไป) การตั้งชื่อเพื่อเปลี่ยนสำหรับคนมีชื่อเดิมมักดูเฉพาะ “วันเกิด” แต่ถ้าตั้งชื่อให้เด็กเกิดใหม่ต้องดู “เวลาเกิด” ประกอบด้วยเพราะอะไร ซื้อ "คม ชัด ลึก" อ่านไปเรื่อยๆ จะรู้เอง
เมื่อทราบวันและเวลาเกิดแล้ว ให้นำชื่อที่มีอยู่ไปตรวสอบตรวจสอบว่า มีอักษรที่เป็นกาลกิณีหรือไม่ หากไม่มีแปลว่า ชื่อนั้นใช้ได้ หากจะดูว่าจะมีอะไรเกื้อหนุนบ้าง ก็ไปดูคำขยายในอักขระวรรคที่ละตัว ก็ง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ
ยกตัวอย่างของจริงๆ คือจดหมายจาก เพ็ญวดี ทะประสิทธิ์จิต อายุ 54 ปีเกิดที่นครศรีธรรมราช ตรงกับวันอาทิตย์.. สิ่งแรกที่ผมต้องตรวจสอบก็คือชื่อนี้มีอักษรต้องห้ามหรือไม่...คนเกิดวันอาทิตย์ท่านห้ามมี ศ ษ ส ห ฬ อ และ ฮ ในชื่อเพ็ญวดี ไม่มีอักษรเหล่านั้นก็แปลว่า ใช้ได้ครับ
ต่อไปก็ดูว่า เพ็ญวดี มีสระเอนำหน้า สระ อยู่ในอักขระวรรค บารมี ก็แปลว่า เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับนับถือ ในฐานะผู้มีคุณงามความดีจากคนหมู่มาก มีสามี บุตรหลานสัตว์เลี้ยงคอยส่งเสริม เป็นต้น
จากนั้นก็พิจารณาที่ลายเซ็นที่เหมือนเขียน ก็แปลได้ว่า เพ็ญวดี เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ก็เป็นอันจบเรื่อง
ไม่ยากเลยนะครับ ทำแบบนี้ทุกวัน ทุกเดือนทุกปีไปเรื่อยๆ อย่างผม อีกหน่อยก็คล่องครับ
อาทิตย์ที่ 29 จะมาขยายความต่อ อาทิตย์ 22 จะตอบจดหมายแฟนๆ ที่รอคิวอยู่ ..อ้อตั้งแต่ 16 ถึง 22 นี้ มีวันพฤหัสบดีที่ 19 กับอาทิตย์ 22 ไม่ดีนะครับ นอกนั้นใช้ได้จ้า!



