
ชื่อดีเซ็นสวยช่วยเสริมบารมี-ใช้อักษรผิดความหมายก็ผิด
วันนี้ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานแห่งชาติ อีกวันหนึ่งที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานสร้างชาติจะได้เฉลิมฉลองกันอย่างเต็มที่ในหมู่ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานด้วยกัน ขอให้สนุกแต่พอเพลินๆ นะครับ และในโอกาสนี้ขอขอบคุณพี่น้องผู้ใช้แรงงานอย่างมาก ที่เป็นแฟนประจำของห
ผมดูจากชื่อและที่อยู่ผู้ส่งที่มุมบนซ้ายมือของซองจดหมาย เห็นว่ามีจำนวนไม่น้อยมาจากโรงงานแถวบางนาต่อเนื่องไปแถวๆ ฉะเชิงเทรา หรือไม่ก็ย่านอุตสาหกรรมแถวอยุธยานั่นแหละครับ
จดหมายหลายฉบับ นอกจากขอให้ตรวจสอบชื่อและลายเซ็นแล้ว บางฉบับสอบถามถึงเรื่องอื่นด้วย ผมจะตอบคละกันไปทั้งเรื่องชื่อและลายเซ็นก็ดูจะไม่เหมาะ จึงเก็บคำถามเหล่านั้นเอาไว้คิดว่าได้จังหวะเหมาะก็ตอบจดหมายแบบเหมาซะทีนึงจะดีกว่า ก็คงเป็นวันนี้ละครับ
คุณธณัฏฐ์พร ศิรสิทธิธนโชค อายุ 30 ปี เกิดที่ จ.เชียงราย ตรงกับวันจันทร์ ส่งแบบฟอร์มไปพร้อมกับจดหมายน้อยถามว่า อยากทราบชื่อของดิฉันจริงๆ แล้วในหนังสือเขียนไว้คือ ธนัตพร แปลว่า มีทรัพย์อันประเสริฐ แต่ดินฉันได้เปลี่ยนตัวอักษรใหม่ ไม่รู้ความหมายของชื่อยังเหมือนเดิมหรือเปล่า รบกวนคุณตะวันณาช่วยตอนหน่อยค่ะ เรื่องของลายเซ็นถ้าเราเซ็นแต่ชื่อไม่เซ็นนามสกุลจะดีไหม แล้วก็ให้คำอวยพรผมมา ก็ขอบคุณนะครับ เรื่องชื่อที่มีตัวสะกดตามหลักภาษาไทยที่ถูกต้องและมีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว หากนำไปเปลี่ยนตัวสะกดใหม่ ความหมายย่อมเปลี่ยนไป และอาจไม่มีผลดีต่อตัวเจ้าของชื่อนะครับ
ผมจำได้ไม่เคยลืม อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ท่านเคยย้ำนักย้ำหนาว่าคำว่า “นัฐ” อย่าใช้ แปลว่า ฉิบหาย หากต้องการให้มีความหมายว่า นักปราชญ์ หรือ ผู้รู้ ต้องเขียนว่า “ณัฐ” คือ ณ เณร สะกด ไม่ใช่ น หนู
ส่วนชื่อของคุณ ธนัตพร นั้นมาจากรวมกันของคำสามคือ ธน(เงิน) + อัต(ตัวตน) + พร (สิ่งประเสริฐ) หากคุณเขียนเป็น ธณัฏฐ์พร เวลาแยกคำเพื่อหาที่มาหรือความหมายผมไม่รู้จะแยกเป็นอะไรครับ หากจะใช้จริงๆ เขียนเป็น ธนัฐพร ดีกว่านะครับ ความหมายเหมือนเดิม แล้วอย่าตกใจที่เห็นคำว่า นัฐ ในชื่อล่ะ จริงๆ แล้ว ธนัฐพร มาจากคำว่า ธน แปลว่า เงิน ฐ แปลว่าดำรง พร สิ่งประเสริฐ ความหมายก็อย่างที่คุณต้องการนั่นแหละครับ
ส่วนเรื่องลายเซ็น ผมบอกไปนานแล้ว เมื่อถามมาบอกใหม่ก็ได้ว่า ลายเซ็นชื่อบ่งบอกถึงอดีตและปัจจุบันมีอิทธิพลระหว่างอายุ 20-40 ปี ส่วนลายเซ็นนามสกุลหมายถึงอนาคต มีอิทธิพลตั้งแต่อายุ 40 ขึ้นไป
จากคำตอบนี้ คุณคงพอเข้าใจนะครับว่า หากคุณเซ็นแต่ชื่อก็มีคนเห็นแต่อดีตกับปัจจุบันของคุณ ทุกคนไม่เห็นลายเซ็นนามสกุลคุณ ก็แปลว่า ทุกคนไม่เห็นอนาคตคุณจะเป็นอย่างไร ตอบแบบนี้คุณคงพอเข้าใจนะครับ เอ...หรือว่าผมต้องกลับไปเหมือนตอนเริ่มต้นคอลัมน์ใหม่ๆ คือต้องสอนวิชาการอ่านชื่อและลายเซ็นไปด้วย เพราะเท่าที่ดูจดหมายที่ส่งมาระยะหลังๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เพิ่งอ่าน คม ชัด ลึก มาไม่กี่ปี ทำให้ขาดพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป
ความจริงก็ไม่เลวนะครับ หยิบจดหมายของผู้อ่านที่ชื่อหรือลายเซ็นที่เหมือนมีปัญหาแล้วอธิบายให้เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนวันนี้ ท่านผู้อ่านที่อยากเรียนวิชานี้แล้วโทรไปถามว่าผมเปิดสอนหรือเปล่าจะได้ใช้เป็นคู่มือหรือบทเรียนไปพร้อมๆ กัน ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมตรวจสอบชื่อกับลายเซ็นมา 30 กว่าปีไม่เคยเปิดสอนที่ไหน เขียนคอลัมน์มาจนอายุ 60 กว่าเข้าไปแล้ว ถ่ายทอดความรู้เป็นวิทยาทานก็ดีเหมือนกันนะครับ เก็บไว้กับตัวก็จะสูญไปเสียเปล่าๆ
เอาเป็นว่า ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป ผมจะเริ่มตรวจสอบชื่อและลายเซ็นคละไปกับการสอนเคล็ดวิชานี้ให้ผู้ที่สนใจนะครับ ท่านที่สนใจก็เตรียมตัดเก็บเอาไว้ได้เลยครับ ศึกษาไม่นานก็สามารถเปิดสำนักเพื่อตรวจสอบชื่อและลายเซ็นได้แน่นอน เท่าที่ทราบตอนนี้ก็มีอยู่หลายคนแล้วครับ อาทิตย์หน้าพบกันครับ



