ดวง

อย่าลืมอดีตที่แช่มชื่น เวลาอยู่คนเดียว

อย่าลืมอดีตที่แช่มชื่น เวลาอยู่คนเดียว

26 มิ.ย. 2553

ผมสังเกตว่าระยะหลังๆ นี้ ในซองจดหมายที่ส่งมาจากท่านผู้อ่าน นอกเหนือไปจากแบบฟอร์มแผ่นเล็กๆ แล้ว บางซองยังมีจดหมายน้อยแนบมาด้วย บางฉบับก็เขียนมาถามเรื่องชื่อลูกที่ใช้อยู่ว่า จะใช้ต่อไปได้ใหม่ บางฉบับก็เขียนมาให้รายละเอียดนอกเหนือจากที่เขียนในแบบฟอร์ม ก็เป็

 มีไม่น้อยเหมือนกันที่ระบายความทุกข์ใจมาให้ทราบ ก็ขอขอบคุณนะครับที่ให้เกียรติ แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำให้คลายกังวลได้มากน้อยแค่ไหน เหมือนจดหมายฉบับที่ผมจะพูดถึงนี้ ที่ผมขอปิดชื่อ-นามสกุล และที่อยู่เป็นความลับที่เขียนมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ว่า

เรียน คุณตะวันณา
 ดิฉันอายุมากแล้ว (74 ปี) แต่ไม่เคยพบความสุข สมหวังเลยทั้งชีวิตครอบครัว เดิมพ่อตั้งชื่อให้...(ขอปิด)...เขาก็พูดกันว่า ก ไก่ เป็นกาลิณี ก็ขอพ่อเมื่ออายุประมาณเกือบ 50 ว่า ขอเปลี่ยนนะคะ ดิฉันก็จัดการเองเป็น...(ขอปิด)...กลายเป็น ค ควาย เลยยิ่งกว่า ก ไก่ อีก ก็คิดว่าจะตายแล้วช่างเถอะ ที่ไหนได้ พอวันที่ 18 มกราคม 2553 ล้มนั่งพับเพียบ แล้วก็เดินไม่ได้จนทุกวันนี้ ต้องใช้วอล์กเกอร์ ตอนนี้ก็ค่อยยังชั่ว แต่ก็ยังต้องใช้ไม้เท้า

 เขาบอกว่า เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง จะเจ็บตรงสะโพกถึงหน้าขา ไม่ทราบว่า เป็นบุญปางไหม เมื่อพบ คุณตะวันณา ใน "คม ชัด ลึก" อย่างน้อยก็ขอพักพิงทางด้านจิตใจจากคุณบ้างนะคะ เมื่อ 3-4 วันก่อน อยู่บ้านคนเดียว ลูกไปทำงาน ก็อยากฆ่าตัวตาย แต่กลัวไม่ตายก็จะอายชาวบ้านเขา

 ขอกราบรบกวน คุณตะวันณา ขอให้ข่วยขยาย หรือเปลี่ยนตัวสะกดให้ใกล้เคียงชื่อเก่า เพื่อไม่ต้องแก้บัตรภาษาอังกฤษในบัตรเครดิต หรือแล้วแต่สะดวกท่าน จะเป็นอะไรก็ได้ค่ะ เพราะตอนนี้ เดินไปเปลี่ยนไม่ค่อยไหว ถ้าหลายแห่งนัก หวังในความกรุณา โดยเฉพาะอยากทราบว่า ดินฉันจะมีอายุรับกรรมอีกนานไหม
ด้วยความเคารพค่ะ

 นี่คือจดหมายที่ทำให้ผมต้องชั่งใจอยู่นานว่า ควรนำลงตีพิมพ์ และจะตอบอย่างไรดี เมื่อทบทวนดูแล้ว การนำลงตีพิมพ์และตอบในคอลัมน์นอกจากจะช่วยคลายกังวลให้เจ้าของจดหมายแล้ว อาจมีประโยชน์สำหรับผู้อ่านท่านอื่นๆ อีกด้วย

 ผมขอทำความเข้าใจต่อทุกท่านก่อนนะครับว่า เรื่องชื่อและลายเซ็นนั้น เป็น “ความเชื่อเฉพาะตน” คือใครจะเชื่อหรือไม่ ก็ไม่มีใครไปบังคับใครได้ คล้ายกับความเชื่อในลัทธิต่างๆ หรือเชื่อในเครื่องรางของขลังนั่นแหละครับ ทุกศาสนาทุกลัทธิมีเป้าหมายให้คนเป็นคนดี ไม่เบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ฯลฯ และสร้างสัญลักษณ์เอาไว้ให้ผู้ที่นับถือศาสนา หรือลัทธินั้นเอาไว้ยึดเหนียว เช่นเดียวกับชื่อและลายเซ็นที่ผมศึกษามากว่า 30 ปี และนำออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อเกือบ 20 ปีเข้านี่แล้ว ซึ่งผมได้เก็บข้อมูล สถิติ ผลกระทบจาก “ชื่อ” และ “ลายเซ็น” ที่ผมพบเห็นเอาไว้ เพื่อศึกษาหาคำตอบระหว่าง “จริง” กับ “ไม่จริง” ต่างกันอย่างไร

 แล้วผมก็พบว่า อิทธิพลของ “ชื่อ” ที่มีกาลกิณี และ “ลายเซ็น” ที่มีเส้นยุ่งเหยิงทับซ้อน นั้น มีผลลบต่อเจ้าของชื่อและลายเซ็น จริงยิ่งกว่าจริง ครับ ผมเกิดวันอังคาร เหมือนท่านเจ้าของจดหมายฉบับนี้ ตอนเกิด ญาติผู้ใหญ่ตั้งชื่อให้ผมว่า เกรียงไกร ดูจากความหมายแล้ว ไม่ใช่เล่นนะครับ แต่ท่านไม่รู้หรอกว่า คนเกิดวันอังคาร ห้ามมีอักษร ก ข ค ฆ ง ในชื่อ เกรียงไกร มี ก ไก่ ถึง 2 ตัว ไม่พอยังมี ง งู ร่วมอยู่ด้วย ตอนเด็กๆ ผมแทบตายเพราะโรคท้องมาน ตัวเหลือง หน้าซีด...นั่นคือประสบการณ์ตรงจากตัวเอง

 เมื่อมาเรียนรู้วิชาการด้านนี้ จึงรู้ฤทธิ์ของกาลกิณี ยิ่งมาเห็นวิถีชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เกิดวันอังคารเหมือนกัน ในชื่อมี ก ไก่ ตัวเดียวยังเป็นอย่างนี้ ผมก็ยิ่งเชื่อ แล้วท่านเจ้าของจดหมายเล่าความหลังมาให้ฟัง จึงเป็นการยืนยันใน ทฤษฎีของกาลกิณีวิบัติ เข้าไปใหญ่

 ขอเรียนท่านเจ้าของจดหมายว่า อย่าอนาทรร้อนใจกับสังขารที่ไม่เที่ยงมากนักเลยครับ คนเราก็เหมือนต้นไม้ยืนต้นนั่นแหละครับ ไม่ต้องเจอพายุลมแรงใบย่อมร่วง กิ่งก้านก็อาจหักโค่นได้ จริงๆ แล้ว คุณภูมิใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานกว่าเพื่อนบางคน มีโอกาสเห็นความเจริญก้าวหน้าของโลกชนิดที่คิดไม่ถึงมาก่อน

 พรุ่งนี้บอกลูกหลานไปซื้อหนังสือชื่อ กำลังใจ ของหลวงวิจิตรวาทการ มาอ่านนะ หลวงวิจิตรท่านบอกว่า ความสุขคือ พอใจในเบื้องหลัง มีหวังในเบื้องหน้า...แต่วัยอย่างเรา คือ คุณกับผม อย่าหวังในเบื้องหน้าให้มากนัก ลูกหลานอาจเอาใจใส่เราได้ไม่เต็มที่ เพราะทุกคนต้องไปทำมาหากิน ผมเข้าใจว่าคุณมีอย่างหนึ่งที่คนอื่นๆ ไม่มีคือ "ความหลัง" ผมอยากให้คุณนั่งทบทวนถึงความหลังที่สร้างความสุขให้แก่คุณ

 คำว่า พอใจในเบื้องหลัง คือ ตอนนี้ควรคิดถึงสิ่งดีงามที่เราทำลงไปในอดีต ที่ทำให้เรามีความสุข ครับ คิดสิครับ เราเคยช่วยเหลือคนยากคนจนกี่ครั้ง ช่วยอย่างไรบ้าง แจกเสื้อผ้าให้คนจนกี่ครั้ง บริจาคช่วยคนถูกน้ำท่วมกี่หน เคยจูงคนข้ามถนนหรือไม่ อะไรทำนองนี้ หากมีเวลาผมอยากให้คุณเขียนเรื่องเหล่านั้นเป็นบันทึกแห่งความหลังเรื่อง "ความสุขที่ลืมไม่ลง” ดูจากลายมือที่คุณเขียนมา คุณเป็นผู้มีการศึกษาไม่น้อยเลย เขียนเสร็จใส่ซองส่งไปให้ผมอ่านก็ได้ครับ ผมจะได้ร่วมรับทราบความดีงามที่คุณสั่งสมมา

 สำหรับชื่อใหม่ที่คุณควรใช้คือ "เบญจรัศมิ์" แปลว่า ผู้มีรัศมีทั้ง 5 คุ้มครอง แล้วเซ็นชื่อเหมือนที่คุณใช้อยู่นั่นแหละครับ เปลี่ยนแล้ว “ให้ทานผู้ยากไร้” มากๆ จะเป็นสุขอย่างยิ่ง ที่สำคัญ...อย่าลืมอดีตที่เคยทำให้จิตใจเราแช่มชื่น ในทุกครั้งที่อยู่คนเดียวนะครับ

"ตะวันณา"