
ขอทำความเข้าใจเรื่องเนื้อหาสาระ
เสาร์นี้ขอทำความเข้าใจใน เนื้อหาสาระ ในคอลัมน์นี้หน่อยนะครับ สำหรับแฟนประจำที่ส่งจดหมายมาในเดือนเมษายน กรุณารออีกนี้ด...อีกนี้ด นะครับ เสาร์หน้าจะตอบให้ทราบครับ แบบว่า ผมถูกต่อว่า แบบน้อยอกน้อยใจมาจากผู้อ่านอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งให้เกียรติยกย่องผมเป็น อาจ
ความจริงผมทราบมานานแล้วว่ามีผู้อ่านคอลัมน์นี้ “ตัดข้อเขียน” ของผมใส่แฟ้มไว้เป็น “ต้นแบบ” ในการศึกษาเรื่องเส้นสายของลายเซ็น รวมไปถึงหลักของ “การตั้งชื่อ” มานานแล้ว คนแรกที่ทำอย่างนั้นจนเดี๋ยวนี้โด่งดังไปทั่วประเทศ และอีกหลายประเทศผ่านเว็บไซต์ก็ “หมอฟันธง” ลักษณ์ เรขานิเทศ นั่นแหละครับ
ผมเริ่มเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับชื่อและลายเซ็นเผยแพร่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวประมาณปี พ.ศ.2535 (2535 นะครับ ไม่ใช่ 2553) ตอนนั้นหมอลักษณ์จบมหาวิทยาลัยหอการค้ามาหมาดๆ ทำงานเป็นฝ่ายการตลาด (หาสมาชิก) ให้หนังสือพิมพ์ชีวิต รายวัน และนิตยสารชีวิตต้องสู้ รายสัปดาห์ สมัยคุณสันติ เศวตวิมล เป็น บก.
ผมเขียนคอลัมน์ “ดูลายเซ็นเห็นชะตากรรม” อยู่ที่นั่น หมอลักษณ์ซึ่งสนใจเรื่องโหราศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเฝ้าอ่านด้วยความสนใจ และตัดข้อเขียนของผมใส่แฟ้มที่มีซองใสๆ ได้หลายแฟ้ม ที่ผมเล่าเป็นตุเป็นตะนี่ ก็เพราะราวปี 2539 ผมย้ายมานั่งประจำอยู่ที่หนังสื่อพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เปิดคอลัมน์พิจารณาชื่อและลายเซ็นเหมือนเดิม หมอลักษณ์ก็มาอยู่ที่ ฐานเศรษฐกิจ เหมือนกัน แต่ไม่ได้มาด้วยกันนะครับ ต่างคนต่างมาเจอกัน
ที่ ฐานเศรษฐกิจ อดีต ผอ.คุณสมศักดิ์ ลี (เสียชีวิตแล้ว) มีแนวคิดให้เปิดสอนอาชีพการเขียนให้ผู้อ่านฟรี วิทยากรก็มีผม หมอลักษณ์ และใครต่อใครอีกหลายคนนั่นแหละ ผมจึงรู้ความจริงว่าผมกลายเป็น “ครู” ที่หมอลักษณ์ “พักจำ” มาตั้งนานแล้ว โดยหมอลักษณ์นำเอาแฟ้มที่ตัดข้อเขียนผมเอาไว้บานเบอะ (ผมยังไม่เคยตัดเก็บสักแผ่น) มาให้ดู แล้วบอกความจริงว่า สนใจอยากเรียนวิชานี้
ผมก็ต๊กกะใจ...ขอลายเซ็นหมอลักษณ์มาดู เห็นแล้วก็สะดุ้ง บอกหมอลักษณ์ไปว่า คุณไม่ต้องมาเรียนกับผมหรอก เส้นสายลายเซ็นของคุณนั้น ต่อไปจะดังแน่นอน ดังแบบทะลุกลางปล้องเสียด้วย หมอลักษณ์ก็หัวเราะชอบใจ คง..งงๆ ว่า ดังทะลุกลางปล้องเป็นยังไง-ฮา แล้วตอนนี้หมอลักษณ์ก็ดังทะลุกลางปล้องจริง
หมอลักษณ์ให้เกียรติผมมาก เมื่อเห็นว่าผมยังมีชีวิตอยู่ และใช้วิชานี้หาเลี้ยงสัมมาอาชีวะอยู่ หมอลักษณ์ก็หลีกทางให้ โดยหันไปศึกษาโหราศาสตร์ด้านอื่นๆ จนมีความชำนาญคั่นสามารถ “ฟันธง” ได้ว่างั้นเถอะ ไม่เพียงเท่านั้น หมอลักษณ์ยังเป็น “คนที่กตัญญูรู้คุณคน” ที่น่ายกย่องคือ ไม่ลืมผม! หมอลักษณ์เคยได้เวลาจัดรายการโหราศาสตร์ทางทีวีดาวเทียม ก็มาชักชวนให้ผมไปเป็นวิทยากรในรายการ เพื่อที่จะให้คนแก่มีรายได้ยังชีพ จนกระทั่งเจ้าของสถานีเอาสถานีไปทำทีวีพีเพิล เราจึงเหลือช่องทางเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับชื่อและลายเซ็นอยู่ที่นี่
ปรากฏว่ามีผู้อ่านในต่างจังหวัดหลายท่านโทรศัพท์มาสมัครเป็นศิษย์ขอเรียนรู้ “วิชา” จากผม บางคนก็ขอเอาชื่อผมไปต่อท้าย เช่น หมอเมฆ ศิษย์ตะวันณา ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ขออย่างเดียว อย่าเอาไปตั้งค่ายมวยก็แล้วกัน
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ขอตอบจดหมายเป็นการส่วนตัว เพราะต้องการให้เรื่องที่ผมเขียนเป็น “วิทยาทาน” สำหรับท่านที่ต้องการ “เรียนรู้” ศาสตร์แห่งลายเซ็นที่ผมสืบทอดมาเป็นเวลากว่า 20 ปี และนั่งอ่านลายเซ็นผู้คนในประเทศไทย ทั้งที่เป็นนักการเมือง นักการทหาร นักธุรกิจ นักวิชาการ รุ่นเก่าๆ มาเกือบหมดแล้วมั้งครับ
ที่ยังไม่ได้อ่าน คงเป็นลายเซ็นคนเด่นคนดังรุ่นใหม่ๆ ที่ผมตั้งใจว่า นับจากเดือนมิถุนายน 2553 นี้เป็นต้นไป ผมจะเริ่มนำมาอ่านสลับกับการพิจารณาชื่อและลายเซ็นของ แฟน "คม ชัด ลึก" นะครับ แบบว่าตอนนี้มีผู้อ่านหลายท่านทยอยส่งลายเซ็นของ “เจ้านาย” มาให้ผมอ่าน จะได้รู้ว่า “เจ้านาย” ตัวเองมีนิสัยอย่างไร จะได้ “ตั้งรับ” หรือ “รุก” ได้ถูกจังหวะ-ฮา
สำหรับท่านที่เป็น “หมอดู” อยู่ด้วยตัวท่านเอง โดยเฉพาะในสายของการ “ตั้งชื่อ” ที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตเรื่องการบวกเลขมาก่อนหน้านี้ ผมก็ขอเรียนว่าต่อไปนี้ผมจะไม่แตะต้องนะครับ ขอให้ท่านว่าของท่านไปครับ เพียงแต่อย่าขู่คนที่มาดูเลยครับว่า หากไม่เปลี่ยนตามที่ท่านแนะนำแล้ว คนนั้นจะเป็นยังโง้นยังงี้จน คนคนนั้นเกิดความวิตกกังวลเหมือนที่จดหมายมาขอคำปรึกษาจากผมว่า จริงๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่
เรื่องนี้ผมไม่อยากตอบอะไรที่อาจกระทบกระเทือนอาชีพใครนะครับ แต่ขอให้มีจรรยาบรรณบ้าง อย่ามุ่งหวังแต่รายได้ที่จะได้รับจากคนที่กำลัง “ตกใจ” นะครับ เพราะเป็นบาปอย่างยิ่ง ทำไปบ่อยๆ กรรมจะย้อนเข้าตัวเองครับ
ส่วนที่ดูลายเซ็นในนิตยสารบางฉบับก็เช่นกันครับ เรื่องอื่นๆ ผมพอรับได้ครับ แต่ประเภทเตือนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนั้น ขอเถอะครับ แม้ว่า “ลายเซ็น” จะบอกอาการของโรคได้ แต่ก็บอกได้โรคเดียวครับคือ อัลไซเมอร์ คือ หลงๆ ลืมๆ ซึ่งเกิดกับผู้สูงอายุ คนที่มีอาการอัลไซเมอร์นั้น เคยเซ็นชื่อในตอนแรกๆ อย่างไร บางทีก็จำไม่ได้ เซ็นใหม่ก็เซ็นไม่เหมือน ผมจึงขอให้ผู้อ่านเซ็นชื่อมาให้พิจารณา 3 หน เพราะต้องการดูเส้นสายว่า “เพี้ยน” ไปหรือไม่...
แต่ที่ปวดข้อ ปวดหลัง จุกแน่นท้องนั้น ใครๆ ก็มีโอกาสเจออาการแบบนั้นในวันใดวันหนึ่งแน่นอน จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือนะครับ...บาปเปล่าๆ



