
เศรษฐีกลายเป็นขอทาน
การดำเนินชีวิตของคนเราในยุคสมัยนี้ ไม่สะดวกราบรื่นเหมือนอดีตที่ผ่านมา และนับวันจะยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องของการทำมาหากินที่หากินกันยากขึ้น ได้เงินทองกันลำบากขึ้น การค้าง่อนแง่น ทำท่าจะเจ๊ง เรียกว่า เซ็งเครียดกับเศรษฐกิจและเหตุการณ
ยิ่งคนที่ค้าขายทำกินอยู่แถวราชประสงค์ แถวสยาม ที่กำลังมีการชุมนุมประท้วงกันอยู่ในตอนนี้ คนทำกินในย่านนี้พลอยตกทุกข์ได้ยากกันถ้วนหน้า ตั้งแต่แม่ค้าแผงลอยไปจนถึงนายทุนเจ๊งเหมือนกัน เรียกว่า เป็นคราวเคราะห์ของคนย่านนี้ แต่คงไม่ถาวรยาวนาน เพราะไม่นานก็จะคืนสู่สภาพเดิม เรียกว่า สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
เราไปเข้าเรื่องเจอคนซวยทำให้ซวยไปด้วย ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งชื่อว่า อานันทเศรษฐี มีทรัพย์สินเป็น 100 โกฏิ เมื่อเทียบสมัยนี้ประมาณแสนล้าน จัดอยู่ในขั้นมหาเศรษฐีใหญ่ อุปนิสัยของ อานันทเศรษฐี อยู่ในประเภทบาปไม่ทำ แต่ก็ไม่ชอบสร้างบุญ สร้างกุศล และเมื่อตายไป ทรัพย์เงินทองจึงตกทอดไปถึงลูกๆ แต่ตนเองกลับไปเกิดเป็นลูกขอทาน!!?
ผลของการที่มีทรัพย์ แต่ไม่เคยทำบุญบริจาคทาน เริ่มส่งผลของความเป็นคนตระหนี่ขี้เหนียว กรรมเริ่มสนองตั้งแต่เป็นตัวอ่อนอยู่ครรภ์ของหญิงขอทาน และเป็นที่อัศจรรย์ที่ก่อให้เกิดความอดอยากขัดสนในหมู่ชาวขอทานด้วยกัน คือ กลุ่มคณะขอทาน เมื่อไปเที่ยวขอข้าวขอปลาดังเช่นทุกวันที่เคยได้ข้าวปลามา แต่วันนี้เหล่าขอทานไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักคนเดียว เป็นเช่นนี้อยู่ถึง 2-3 วัน
หัวหน้าขอทานจึงเรียกประชุมแล้วประกาศว่า คนกาลกิณี คงจะปรากฏขึ้นในหมู่คณะของเราแล้ว เพราะตั้งแต่ขอทานมายังไม่เคยอด แต่คราวนี้ต้องอดอยากกันหมดทุกคน น่าสงสัยมาก ฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ ให้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ออกไปหากิน
พอตอนเช้าเหล่าขอทานก็แยกไปทางเหนือกลุ่มหนึ่ง แล้วไปทางใต้อีกกลุ่มหนึ่ง ปรากฏว่ากลุ่มที่ไม่มีแม่ของอานันทเศรษฐีได้ข้าวปลาอาหารปกติ แต่กลุ่มที่มีแม่ของอานันทเศรษฐีที่ไปด้วยไม่ได้อะไรมาเลยสักคนเดียว
หัวหน้าขอทานจึงรู้แล้วว่า มีคนอัปรีย์มาอยู่ด้วยแน่ จึงแยกกลุ่มอับโชคนี้อีก และแยกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไปตกที่แม่ของอานันทเศรษฐี จึงรู้ชัดว่าไอ้เด็กที่มาเกิดในท้องของหญิงคนนี้คงเป็นเด็กอัปรีย์จัญไร ทำให้คนอื่นต้องอดกินไปด้วย จึงสั่งให้คนท้องรายนี้อยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปขอทานจนกว่าจะคลอด ส่วนข้าวปลาอาหารให้คนอื่นแบ่งมาให้กิน
ต่อมา เมื่ออานันทเศรษฐีคลอดจากครรภ์แล้ว ถ้าวันไหนแม่พาลูกชายไปขอทานด้วย วันนั้นจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าออกไปหากินเองตามลำพังก็จะได้ข้าวปลาอาหารมา นี่แหละกรรมสนองไม่เคยให้ของใคร แล้วใครเล่าจะมาให้เรา ยิ่งเป็นเศรษฐีแล้วไม่รู้จักเมตตาคน ไม่เคยทำบุญบริจาคทาน ตายแล้วจึงเกิดมาก็เป็นขอทานแบบนี้ละครับ
เรื่องนี้ยังสอนให้เรารู้ว่า การทำงานเป็นหมู่คณะ ต้องระวังคนอัปรีย์จัญไรจะทำให้งานล่มจมเสียหายได้ ยิ่งถ้าเป็นการลงทุนเข้าหุ้นกันแล้ว เจ๊งหมดตัวครับ
พวกพ่อค้านายทุนที่มาดูหมอ จะถามอยู่เสมอว่า จะเอาเงินไปเข้าหุ้นลงทุนกับผู้อื่นได้หรือไม่ การทำนายเรื่องนี้ต้องระวัง ถ้าพิจารณาเครื่องหมายไม่ละเอียดจะผิดพลาดได้ พลอยทำให้เขาเสียหายย่อยยับ แล้วถ้าเกิดไปเจอคนซวยอย่างเช่นอานันทเศรษฐีมาเข้าหุ้นด้วย จะมีเครื่องหมายอะไรขึ้นมาเตือน มาบอก
เครื่องหมายที่บ่งบอกว่าจะเสียหายขาดทุนถ้าเกิดนำเงินไปลงทุนกับผู้อื่น คือ เส้นวาสนาที่ชำรุดด้วยการมีรูปเกาะ หรือเส้นวาสนาเป็นเส้นที่ขาด ไม่ต่อเนื่องกัน ดังภาพมือที่นำให้ชมกันในวันนี้ จะเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะมีแต่เจ๊งครับ



