
เส้นทางที่แสนไกลขององค์ทะไล ลามะ
6 กรกฎาคม 2478 วันประสูติ สมเด็จพระเทนซิน กยัตโส (หรือ "เกียโซ") ทะไล ลามะ องค์ที่ 14 (His Holiness Tenzin Gyatso the 14th Dalai Lama) ผู้นำทางศาสนา ผู้นำทางการเมือง และผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต พระนามเดิมคือ ลาโม ทอนดรุป (Lhamo Thondup)
ถือกำเนิดในครอบครัวชาวนา ในหมู่บ้านเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของทิเบต คณะค้นหาซึ่งเป็นพระอาวุโสที่เคยรับใช้ทะไล ลามะองค์ก่อน ได้ค้นพบเด็กชายลาโม ทอนดรุป ในวัย 2 ขวบ เมื่อผ่านการพิสูจน์ตามธรรมเนียมทิเบตจนครบถ้วน เด็กน้อยก็ได้รับการสถาปนาให้เป็น ทะไล ลามะ องค์ที่ 14 ในวันที่ 13 ตุลาคม 2483
พระองค์ทรงรับผิดชอบบ้านเมืองโดยตรง เมื่อมีพระชนมายุได้ 16 พรรษา
วันที่ 7 ตุลาคม 2493 จีนได้ส่งกำลังทหารเข้ามายึดภาคตะวันออกของทิเบตไว้ทั้งหมด ต้นปี 2502 เกิดวิกฤติระหว่างจีนกับทิเบตอย่างรุนแรง ทะไล ลามะจึงตัดสินพระทัยเสด็จลี้ภัยไปยังอินเดียเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2502 ทรงจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่เมืองธรรมศาลา ทางตอนเหนือของอินเดีย จากนั้นเสด็จไปทั่วโลกเพื่อบรรยายธรรมะ ทรงสอนเรื่องเมตตาธรรมและการให้อภัย
จนเกิดการเคลื่อนไหว เรียกร้องเอกราชแก่ทิเบตไปทั่วโลก ทรงได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2532 ปัจจุบันทิเบตกลายเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน แต่ชาวทิเบตทั้งนอกและในทิเบตยังคงยอมรับฐานะการเป็นผู้นำทั้งทางธรรม และทางโลก ขององค์ทะไล ลามะ อยู่
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน ชาวทิเบตเชื่อว่า ทะไล ลามะเป็น "อวตาร" (reincarnation) ของ "พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์" ซึ่งชาวทิเบตเรียกว่า "เชนรีซิ" (Chen-re-zi) โดยเชนรีซิ จะอวตารมาเกิดในร่างของทะไล ลามะ เพื่อช่วยชาวทิเบตและชาวโลกให้พ้นจากความทุกข์ ทะไล ลามะจึงเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ไม่มีกิเลสใดๆ
เหตุที่ทรงกลับมาเกิดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าในร่างของทะไล ลามะองค์ต่อๆ มา ก็ด้วยความเมตตา ประสงค์จะขนสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ข้ามพ้นไปจากทะเลแห่งวัฏสงสาร ตามคติความเชื่อของพุทธศาสนามหายาน
นี่คือประวัติย่อๆ ขององค์ทะไล ลามะ ผู้นำทางศาสนาและจิตวิญญาณของชาวทิเบต เป็นองค์ทะไล ลามะ ที่มีคนรู้จักกันทั่วโลก เพราะท่านมีข่าวให้ปรากฏอยู่เสมอในการสอนธรรมะ และเรียกร้องอิสรภาพให้แก่ชาวทิเบต
วันนี้ จึงมีภาพมือของท่านมาให้ศึกษากัน แค่ศึกษาเรื่องลายมือนะครับ เรื่องของการเมืองระหว่างทิเบตกับประเทศจีนนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเขียนบทความนี้
เราไปดูเส้นสายลายมือของท่านกัน เพราะมีเครื่องหมายต่างๆ ที่น่าเรียนรู้ เมื่อประเทศจีนเข้ายึดครองทิเบต องค์ทะไล ลามะจึงต้องลี้ภัยไปที่อินเดีย เครื่องหมายที่ต้องลี้ภัยจากทิเบต คือ ที่มือซ้าย จะเห็นว่า มีเส้นที่วิ่งออกมาจากอังคารใน แล้วไปตัดชนกับเส้นวาสนาที่กลางฝ่ามือ เส้นนี้เป็นเส้นที่เสียหายให้โทษ เพราะเส้นวาสนาถูกเส้นขวางมาตัดทำลาย การเป็นผู้นำทางศาสนาจึงถูกทำลายไปด้วย
ใครมีเส้นตัดขวางแบบนี้ต้องระวัง ถ้าเป็นพวกพ่อค้านายทุน ก็จะขาดทุนเงินทองเสียหาย เจ๊งได้
ที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง จากไปแบบชนิดที่ว่า จะกลับมาอีกนั้นคงยากเย็นแสนเข็ญ เรียกว่า ไปแล้วไปเลย คือเครื่องหมายที่ปลายเส้นชีวิต จะเห็นว่ามีเส้นเดินทางที่แตกออกมาจากเส้นชีวิต แล้ววิ่งไปที่เนินจันทร์ทะลุผ่านเนินไปเลย!!
เส้นนี้ล่ะครับที่มีอิทธิพลให้ต้องจากถิ่นเกิด บ้านเกิดเมืองนอน ใครมี ต้องระวัง และที่ องค์ทะไล ลามะ ต้องเที่ยวไปแสดงธรรมและเรียกร้องเอกราชให้ชาวทิเบตไปทั่วโลก เพราะอิทธิพลของเส้นเดินทางนี้ล่ะครับ เรียกว่า ชีพจรลงเท้า น่าเห็นใจๆ
แล้วเมื่อไรจะได้กลับคืนสู่แดนเกิดอ้อมกอดของชาวทิเบต ยากครับยาก ทำไมจึงยาก ให้ไปดูที่เนินอาทิตย์ เนินแห่งความสำเร็จสมหวังของคนเรา จะเห็นว่า เส้นอาทิตย์เป็นเส้นที่ชำรุด ด้วยการมีรูปเกาะใหญ่ ใหญ่มาก อยู่ที่เนินนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โอกาสที่จะกลับคืนสู่ทิเบตนั้นไม่มี เพราะเส้นอาทิตย์ที่เป็นเกาะแบบนี้ บ่งถึงการผิดหวังอกหัก
50 ปีมาแล้ว ที่ท่านต้องต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพให้แก่ทิเบต แต่วันเวลาที่เสียไป กลับว่างเปล่า เหนื่อยเปล่า ความหวังที่จะได้คืนมานั้น ดูช่างริบรี่หมดหวังจริงๆ นี่คืออิทธิพลของเส้นอาทิตย์ ที่เป็นรูปเกาะใหญ่เหมือนหอก
ประกอบกับการที่มีเนินพฤหัส เนินที่อยู่ใต้นิ้วชี้ เป็นเนินที่ยุบแฟบ ไม่เต็มอิ่ม ไม่มีเนื้อนูนขึ้นมา แบบนี้ถือว่าเป็นเนินที่ชำรุดเสียหาย เนินพฤหัสเป็นเนินที่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่การปกครอง เมื่อเป็นเนินที่เสียหายแบบนี้ โอกาสที่จะกลับไปเป็นเบอร์ 1 ที่ทิเบตนั้น ดูแล้วช่างมืดมน หมดหวัง น่าเห็นใจจริงๆ



