
'พระฯแลกเบนซ์'ที่เบนซ์ ทองหล่อ
11 ต.ค. 2558
"พระฯแลกเบนซ์" ที่เบนซ์ ทองหล่อ : คอลัมน์ หัตถศาสตร์ เรื่องที่คุณต้องรู้ โดย... นิโรจณม์วัฒร ชินปัญช์ธนะ
สมัยก่อนพระเครื่องและพระบูชาไม่มีราคาค่างวดเท่าไรนัก ส่วนใหญ่จะมอบให้กันมากกว่าและถ้าอยากได้จริงๆ ก็จะบอกว่าขอเช่ามากกว่าที่จะพูดว่า คุณจะขายเท่าไร? เพราะสมัยโน้นจะมีความเคารพในองค์พระเครื่องมาก ไม่กล้าไม่บังอาจใช้คำว่าขายและมีมากรายที่นำรถเก๋งไปขอแลกพระบูชา ยิ่งเป็นพระบูชาสมัยเชียงแสนแล้ว จะตื๊อกันนานเลย เพราะเชื่อกันว่า พระบูชาสมัยเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง จะนำความเจริญอยู่เย็นเป็นสุขมาให้ มาสมัยนี้ยุคนี้ พระบูชาเริ่มหาที่เช่าไม่ค่อยมี การเช่าซื้อจึงพลอยลดลง คนจึงไปนิยมพระเครื่องแทน และการที่จะได้พระเครื่องที่ตนชอบนั้นก็สะดวกมากๆ แค่เดินไปที่ศูนย์พระเครื่องก็จะได้มาทันที ขอให้มีเงินพอ จะชอบพระอะไร จะเป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ฯ พระรอดฯ มีทั้งนั้นละครับ วันเดียวได้!? ไม่เหมือนสมัยก่อน ต้องสืบหากันเป็นเดือนเป็นปีจึงจะได้มา!!? เพราะไม่มีศูนย์พระเครื่อง ไม่มีสื่อที่แพร่หลายอย่างทุกวันนี้
แต่มีพ่อค้าอยู่เจ้าหนึ่งที่มาแปลก รายนี้ประกาศว่า ใครอยากได้รถเบนซ์ ให้เอาพระสมเด็จฯ มาแลกได้ เราไปฟังเสี่ยเจ้านี้กัน
นายวสันต์ โพธิพิมพานนท์ หรือ วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ประธานเบนซ์ทองหล่อกรุ๊ปที่มีโชว์รูมเบนซ์ทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ผมได้เปินศูนย์ “รับตรวจเช็กพระเครื่องฟรี” ให้ผู้สะสมพระเครื่อง และถ้าใครมีพระเครื่องดีๆ จะมาแลกเอารถเบนซ์ใหม่ๆ ป้ายแดง รุ่นใหม่ล่าสุด ก็เลือกเอาตามใจชอบ เรียกว่า พระมาแล้วเอารถไปเลย เออดีนะเป็นความคิดที่ดี ไม่ต้องเอาพระเครื่องไปเก็บไว้กับธนาคารให้ยุ่งยาก แต่ถ้าไม่ชอบรถ จะเอาพระมาขายก็ได้ ซื้อหมดถ้าชอบใจ เรียกว่าถ้าจะขายพระ ก็จะซื้อ
เสี่ยขายเบนซ์บอกว่า “ทุกวันนี้พระสมเด็จแท้ๆ พระเครื่องชุดเบญจภาคี รวมทั้งพระเครื่องยอดนิยมชุดอื่นๆ ยังคงสามารถแลกกับรถเบนซ์ได้อยู่ แต่ต้องเป็นพระแท้เท่านั้น” วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ กล่าวยืนยันพร้อมกับบอกด้วยว่า พระสมเด็จฯ หรือพระชุดเบญจภาคีองค์อื่นๆ แลกกับรถเบนซ์ได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องเพิ่มเงิน เพราะสภาพของพระไม่สมบูรณ์ คือพระไม่สวย ที่จะมีราคามากพอที่จะแลกกับรถได้ ไม่ค่อยมี ส่วนมากต้องเพิ่มเงินภายหลัง ขณะเดียวกันบางคนก็เอาพระมาขายเอาเงินสดกลับไป ตั้งแต่มีแผนการตลาดนี้ ยังไม่มีใครนำพระชุดเบญจภาคี ที่ว่าสวยสมบูรณ์มาแลกรถเบนช์ หรือได้ทั้งรถ แล้วยังต้องแถมเงินให้อีกแบบนี้ยังไม่เคยมี
“ผมเชื่อว่าคนที่มีพระชุดเบญจภาคีสวยๆ ที่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป คงไม่มีใครมาแลกกับรถเบนซ์ เพราะเขามีเงินมากกว่านั้น มีมากพอที่จะซื้อด้วยเงินสด ที่สำคัญคือ พระชุดเบญจภาคีสวยๆ นับวันยิ่งจะหายาก ส่วนรถเบนซ์นั้นมีเงินเมื่อไรก็หาซื้อได้” เสี่ยใหญ่วสันต์ เบนซ์ทองหล่อกล่าว
เราไปดูมือเสี่ยใหญ่รายนี้กัน
เส้นอาทิตย์เส้นเงินเส้นทอง
เส้นที่โดดเด่นที่สุดบนฝ่ามือคือเส้นอาทิตย์ จะเห็นว่าเป็นเส้นที่ยาวมากๆ เดินออกจากเส้นชีวิตแล้วเดินยาวไปที่เนินอาทิตย์ เนินแห่งความสำเร็จสมหวัง และที่สำคัญคือมีทั้ง 2 มือ !! เป็นการบ่งถึงเรื่องทำมาหากินแล้ว จะค้าขายอะไรก็รวยทั้งนั้น และจะถูกโฉลกมากๆ ถ้าทำกินกับคนรวยคนเศรษฐี หรือจะค้าขายสินค้าประเภทไหนก็ตาม ต้องเป็นสินค้าที่มีราคาแพงๆ การที่เขามาขายรถเบนซ์นั้นนับว่าถูกต้องแล้ว เพราะเป็นรถที่มีราคาแพง ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นที่ถูกๆ ก็จะไม่ถูกโฉลกกัน คือเปิดร้ายขายก็จะไม่คุ้มทุน
เป็นคนมีซิกเซนต์
เครื่องหมายที่โดดเด่นอีกอันหนึ่งคือ กากบาทกลางใจมือหรือซิกเซนต์ ที่มีอยู่ในมือขวา จะเห็นได้อย่างชัดเจน บ่งถึงเป็นคนที่มีสัมผัสที่ 6 หรือมีลางสังหรณ์ที่ดีเยี่ยม ถ้ามีการฝึกสมาธิจนแก่กล้าแล้วจะสามารถรู้ได้เลยว่า พรุ่งนี้จะขายรถเบนซ์ได้กี่คัน จะมีเพื่อนคนไหนเอาพระมาให้ เรียกว่ามีญาณรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ เสียดายเสี่ยเบนซ์รายนี้ไม่ค่อยได้นั่งฝึกสมาธิกรรมฐาน แต่ยังไงก็ตามพลังของกากบาทนี้ ก็ส่งผลให้เป็นคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอ เช่นที่เขาโฆษณาว่า นำพระเครื่องมาแลกรถ และแน่นอนตัวเสี่ยเองก็มีพระเครื่องสะสมไว้เยอะแยะ อีกไม่นานคงเปิดเป็นศูนย์พระได้สบาย ขอให้โชคดีครับ
ข่าวบุญครับ กฐินของหลวงพ่อ วิชัย เขมิโย คือวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน จัดที่คลอง 6 ธัญบุรี ปทุมธานีครับ ส่วนท่านที่ไปไม่ได้ ก็ช่วยทำบุญไปที่ พระวิชัย เขมิโย ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาบางบัว เลขที่ 053-223-3802 ขอบคุณครับ โมทนาด้วยครับ สาธุๆ
โปรดทราบ ท่านที่อยู่ต่างจังหวัด ต้องการจะให้พยากรณ์ดูลายมือ สามารถส่งภาพมือมาได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Line id: www.benjateller.com หรือ จะซื้อตำราลายมือ ที่อ่านจบแล้ว สามารถทำนายชะตาชีวิตได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-9783-2424, 08-0455-3475 ขอบคุณครับ
.......................................
(หมายเหตุ พระฯแลกเบนซ์ที่เบนซ์ ทองหล่อ : คอลัมน์ หัตถศาสตร์ เรื่องที่คุณต้องรู้ โดย... นิโรจณม์วัฒร ชินปัญช์ธนะ)



