บันเทิง

หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ซาแซงรุก ‘บิวกิ้น’ ตามประกบถึงบนเครื่องบิน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ก่อนหน้านี้ต้นสังกัดของ 2 นักแสดง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ พีพี กฤษฏ์ เคยออกจดหมายเตือน ขอความร่วมมือกลุ่มซาแซงไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของศิลปินไปแล้ว แต่ล่าสุดก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เพราะหนักขอขึ้นถึงขั้นตามไปนั่งประกบบิวกิ้นบนเครื่องบินเลยทีเดียว

มีดราม่าแฟนคลับพยายามจะจองไฟลต์เครื่องบินพร้อมเรา?
“อ๋อ ใช่ จริงๆ ผมกับพีพีก็นั่งใกล้ๆ กัน ผมนั่งข้างหน้าแล้วเขาก็มาจองที่นั่งข้างๆ ผม แต่เขาไม่ได้มาคนเดียวนะ ทั้งยวงนั้นนอกจากผมแล้วคือเป็นแฟนคลับหมดเลย ผมเลยมองหน้ากับพีพีเอาไงดี เลยสลับที่ เลยไปนั่งข้างหลัง ไปนั่งชั้นประหยัดแล้วให้ป้าบีกับพี่หวานเจี๊ยบมานั่งแทน“

 

เราตกใจกับสถานะตรงนั้นไหม?
”ก็ตกใจ เพราะจริงๆ เขาเป็นกลุ่มแฟนคลับที่ตามเราอยู่ตลอด แต่หมายถึงว่าเราก็ดีใจนะที่เวลาเรามีแฟนคลับมาตามแต่หมายถึงว่ามันต้องมีเส้นของความพอดีมากกว่าในพื้นที่ที่จัดสรรแล้วก็ในโอกาสที่เหมาะสม จริงๆ คนนี้ก็ตามแบบฮาร์ดคอร์ หมายถึงว่าตามตั้งแต่เช็กอิน เข้ามาข้างในตามมาถึงข้างใน เดินไล่บี้มา เราเข้าเลานจ์ก็เข้ามาประกบ ขึ้นเครื่องก็จองที่นั่งข้างๆ ผมรู้สึกว่ามันก็โหดนิดนึง”

 

หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ซาแซงรุก ‘บิวกิ้น’ ตามประกบถึงบนเครื่องบิน

 

ได้มีโอกาสพูดคุยหรือบอกอะไรเขาไหม?
“จริงๆ ก็พูดหลายครั้งนะ เพราะจริงๆ ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก (ยิ้ม) ก่อนหน้านั้นก็มีพูดคุย ทางผู้จัดการ ทีมงานของผมของพีพี ก็เข้าไปพูดคุยหลายๆ ครั้ง ไม้อ่อนไม้แข็ง แต่สุดท้ายก็เหมือนกับว่าคุยกันไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่ แล้วเหมือนรอบล่าสุดผมรู้สึกว่ามันก็โหดนิดนึง มาจองที่นั่งประกบแล้วเหมือนมาเอ๊ะๆ เราก็คุยกับพีพีงั้นเราย้ายดีกว่า”

 

คนไทยหรือชาวต่างชาติ?
“เป็นชาวต่างชาติครับ (คนนี้ตามเราตลอด?) ก็ตามอยู่เรื่อยๆ มาๆ หายๆ”

 

เราเคยลองถามไหมว่าเขารู้ข้อมูลของเราขนาดนี้ได้ยังไง?
“ผมไม่ได้ถาม แต่ทางทีมงานเหมือนมีคุย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบ ชื่อยังไม่รู้เลยครับ (แต่จำหน้าได้?) ใช่ครับ”

 

จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดอะไรไหม?
“จริงๆ ก็มีการคุยหลายครั้ง พอเราปรึกษาทีมงานหลายๆ คน หลายๆ ฝ่ายมันเป็นเส้นที่ค่อนข้างจัดการยาก พอมันเป็นพื้นที่สาธารณะในเชิงกฎหมายมันเหมือนกับว่าเราก็ไม่ได้มีข้อกฎหมายไหนที่จะสามารถไปเอาผิดได้ เพราะมันก็เป็นพื้นที่สาธารณะด้วย เขาก็แจ้งมาว่าสนามบินก็เป็นพื้นที่สาธารณะ ในห้างก็สาธารณะ ตั๋วเครื่องบินเขาก็สามารถจองได้ หรือเวลาเขามาประกบเราในพื้นที่สาธารณะเวลาเราไปทำงาน เขาก็บอกมันเป็นสิทธิของเขา ซึ่งเหมือนพอเราคุยกันมันก็เหมือนเป็นเส้นที่ยากจริงๆ”

 

คนก็จะมองว่าการไปนั่งที่ตรงนั้นมันก็ไม่ใช่ความบังเอิญ?
“ใช่ๆ ผมว่ามันก็คงมีการหาข้อมูลมาก่อนที่จะจัดการหลังบ้าน หรืออะไรก็ตามแต่ พอมันมาถึงผลลัพธ์มันก็จัดการยากจริงๆ ผมว่าส่วนแฟนๆ ของผมและพีพีส่วนใหญ่ก็น่ารักมาก เพราะเหมือนก่อนหน้านี้มีแฟนคลับบางคนที่เขาอาจจะก่อนหน้านี้เราขีดเส้นไม่ตรง เราก็มีการประกาศขอความร่วมมือก็แทบจะไม่มีใครมาตามที่สนามบิน เพราะเราจัดสรรให้เจอกันเราก็อยากเจออยู่แล้ว ผมว่าในพื้นที่สาธารณะมันก็ไปรบกวนคนอื่น แต่พอเราขอความร่วมมือทุกคนส่วนใหญ่ 99% ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แม้กระทั่งแฟนๆ ที่มาวันนี้ทุกคนก็ไม่มีใครล้ำเส้นหรืออะไร แต่พอมันเป็นเส้นที่ประกาศไปแล้ว พอคุยแล้ว จูนแล้ว มันเหมือนคุยไม่รู้เรื่อง ผมก็ลำบากใจในการจะจัดการ”

 

ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเขาได้ข้อมูลมาได้ยังไง?
“ผมไม่มั่นใจ แต่หมายถึงว่าก่อนหน้านี้มันก็จะมีกรณีเรื่องของการขายข้อมูลในโซเชียลมีเดีย แต่กรณีนั้นที่มันมีหลักฐานที่เอาผิดได้ผมกับพีพีก็จะจัดการไปตามกระบวนการ แต่พอมันเป็นฮิดเดน อาเจนดาแบบนี้เหมือนกับว่าก็สืบไม่เจอเหมือนกันครับ“

 

เรามองว่ามันเกินความคลั่งรักไปไหม?
”ผมว่ามันคงมีเชื้อของเจตนาที่ดีแหละ มันคงมีเชื้อของความรักความคลั่งไคล้ แต่บางครั้งรักมากมันก็อาจจะทำให้มันเลยเส้นความพอดี”

 

รู้สึกถึงความอันตรายถึงความปลอดภัยไหมบางโมเมนต์?
“ก็มีบ้างบางครั้ง ตอนนู้นที่ตามมาถึงบ้าน ผมก็รู้สึกว่าครอบครัวด้วย หรือแม้แต่กระทั่งระบบความปลอดภัยของในหมู่บ้าน คนรอบๆ ข้าง เวลาเราออกไปไหนมันก็มีเสียวๆ บ้าง แต่พอไปคุยกับทีมกฎหมาย พอเป็นพื้นที่สาธารณะมันก็ขีดเส้นยาก จัดการยากจริงๆ”

 

หลังจากนี้เวลาจองตั๋วเครื่องบินต้องเอาคนมาล้อมเราเองไหม?
“ก็จะพยายาม ถ้ามันมีวิธีการที่ทำให้เราสามารถทำโซนนิ่งได้ หรือจัดการให้เหมือนกับเรามีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ ผมว่าจริงๆ ทั้งทีมงานเราเขาก็พยายามดูแลส่วนนั้นเต็มที่อยู่แล้ว”

 

คือเราอยู่ตรงนั้นมันก็เป็นเวลาพักผ่อนอะไรของเรา?
“ใช่ๆ เราจะนอนปากหวอน้ำลายไหลอะไรแบบนี้เนอะ (หัวเราะ)”

 

ถ้าเขายังทำพฤติกรรมแบบนี้ต่อแล้วเราจัดการอะไรไม่ได้ คิดว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้?
“ผมว่าเราก็ต้องหาทางไปเรื่อยๆ จริงๆ มีการคุย ถ้าสุดท้ายมันมีหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้จริง ผมว่าเราก็คงทำเพราะเรารู้สึกว่ามันเกินเส้น มันล้ำเส้นจริงๆ แค่เราสามารถพิสูจน์ได้ หมายถึงว่าเขามีการสะกดรอยตามจริงๆ หรือมีการคุกคามจริงๆ ผมว่าก็คิดว่าถ้าอยู่ในเส้นที่สามารถทำได้ก็คงจัดการ“

 

แสดงว่าตอนนี้ยังรับมือได้?
”ยังรับมือได้ไหม ก็ยังมาเรื่อยๆ แต่ว่าก็แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไป”

 

ขากลับเจอไหม?
“ไม่เจอครับ เพราะระหว่างที่เขามา พอเจอทางโปรโมเตอร์ หรือทีมงานเขาก็เข้าไปคุยเลย”

 

เราให้ขอบเขตแค่ไหน?
“จริงๆ ผมว่ามันเป็นเส้นที่ทุกคนอาจจะรู้เรื่องข้อกฎระเบียบเวลาที่เราไปงาน สมมุติงานนี้เป็นงานปิด หรืองานเปิด หรือสถานที่ไหนที่เราสามารถเจอกันได้ หรือถ้าเราบังเอิญเจอที่สนามบินจะมาพูดคุยทักทายผมว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาถ้ามันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่บางครั้งเราเจอทุกครั้งจนมันเหมือนเขาสร้างสถานการณ์ให้บังเอิญขึ้นมามากกว่า ที่เหมือนกับว่าผมว่าเส้นนี้มันก็จะตรวจสอบกันยาก”

 

มีแฟนมีตที่ต่างประเทศไปแล้ว แฟนมีตที่เมืองไทยล่ะ?
“ต้องไปถามพีพีเขา (หัวเราะ) จริงๆ ก็มีคุยกันอยู่เรื่อยๆ พอเราทำแฟนมีตติ้งเอเชียทัวร์ก็ไล่ๆ มาตอนนี้มีประเทศไทยที่ยังไม่ได้จัด แต่หมายถึงว่าพอเราจะจัดถ้าเป็นแฟนมีตคู่ในไทยมันก็อาจจะต้องมีโอกาสพิเศษ หรือเป็นสถานการณ์ที่พิเศษจริงๆ จนเรารู้สึกว่าเราอยากทำให้มันเป็นโมเมนต์ที่เราทำให้สิ่งนี้มันส่งความรู้สึกที่พิเศษให้กับทุกๆ คนจริงๆ ก็มีการคุยกันอยู่เรื่อยๆ หาโอกาสกันอยู่“

 

วาเลนไทน์นี้ละ?
”อุ๊ย ใกล้ไปๆ (จะมีโอกาสเห็นในปีนี้ไหม?) ยังไม่แน่ใจ คือผมนะ ถ้าพีพีบอกว่าจะทำนะ ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว(ยิ้ม) ถ้าพีพีเซย์เยส ผมก็ตามอยู่แล้ว อยู่ที่พีพี เพราะฉะนั้นตัดไปที่พีพี (ให้พีพีเป็นช้างเท้าหน้า?) ผมตามใจเขาอยู่แล้วถ้าเขาบอกจะทำผมก็โอเคก็ทำ ถ้าเขาไม่ทำผมก็โอเคไม่ทำ ผมเป็นคนง่ายๆ เหมือนเสื้อที่ใส่ ใส่ง่ายแมตช์ง่าย (ยิ้ม)”

 

หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ซาแซงรุก ‘บิวกิ้น’ ตามประกบถึงบนเครื่องบิน

 

logoline