
รู้จัก 'อาจารย์ขึก สิทธิชัย' Magic Director คนแรกของไทย เบื้องหลังหนังชวนหลอน
เปิดประวัติ "อาจารย์ขึก หรือ พี่ขึก-สิทธิชัย สิงหฬ" มือปราบสิ่งลี้ลับ เบื้องหลังความหลอน "ลองของ-ขุนพันธ์" Magic Director คนแรกของไทย
กลายเป็นคนดังเบื้องหลังที่คอหนังสายสยองขวัญให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับ “ขึก-สิทธิชัย สิงหฬ” หรือที่คนในวงการภาพยนตร์รู้จักกันดีในนาม “อาจารย์ขึก หรือ พี่ขึก” ชายผู้ดำรงตำแหน่ง Magic Director (ที่ปรึกษาด้านไสยศาสตร์) คนแรกและคนเดียวของเมืองไทย ผู้คุมบังเหียนความขลังและพิธีกรรมในกองถ่ายหนังดังระดับตำนานมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี
เส้นทาง Magic Director "จากเด็กนิเทศฯ สู่ผู้จารึกตำนานสายมู"
“อาจารย์ขึก” เป็นชาวจังหวัดลพบุรีโดยกำเนิด ในอดีตเคยเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ทำให้มีความเข้าใจในระบบการทำงานของกองถ่ายภาพยนตร์เป็นอย่างดี ทว่าด้วยความหลงใหลในศาสตร์ลี้ลับ เจ้าตัวได้ใช้เวลานานหลัก 10 ปี ในการเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมคาถาอาคมรวมถึงพิธีกรรมโบราณจากวัดและครูบาอาจารย์ชื่อดังตามจังหวัดต่างๆ เช่น อยุธยา และสุราษฎร์ธานี จนแตกฉานในศาสตร์นี้
ปัจจุบันในวัยเลข 5 "อาจารย์ขึก" ปรากฏตัวด้วยลุคดุดัน เข้มขลัง ไว้หนวดเครา และมีรอยสักเต็มตัวอันเป็นเอกลักษณ์
เบื้องหลังความหลอน หนังดังระดับประเทศ
หน้าที่หลักของอาจารย์ขึกในกองถ่าย ไม่ใช่เพียงแค่การจัดฉาก แต่คือการดูแลความถูกต้องของพิธีกรรม คาถาอาคม และการ ดีลกับสิ่งลี้ลับ เพื่อให้งานราบรื่นและปลอดภัย ผลงานสร้างชื่อที่ทำให้คอหนังจำฝังใจ ได้แก่
- ลองของ (ภาค 1-2) และ คนเล่นของ หนังไสยศาสตร์ที่หลอนที่สุดในยุคหนึ่ง
- ขุนแผน ฟ้าฟื้น และ ขุนพันธ์ 2 หนังแอ็กชันสายมูที่เต็มไปด้วยอาคม
- พนอ และ พนอ 2
- คำสารภาพของหมอผี
กฎเหล็กกองถ่าย และ เครื่องรางคู่กาย
ในการทำงานภาพยนตร์สยองขวัญ อาจารย์ขึกมี “กฎเหล็ก” ที่เคร่งครัดคือ ห้ามนักแสดงท่องคาถาจริงคนเดียวเด็ดขาด และต้องมีการทำพิธีขอขมา-ป้องกันภัยทุกครั้งเพื่อไม่ให้ “ของเข้าตัว” นักแสดงหรือทีมงาน
นอกจากนี้ในตัวของอาจารย์ขึกยังพกสุดยอดเครื่องรางของขลังติดตัวเพื่อคุ้มภัย อาทิ แหวนพิรอดของอาจารย์สันต์, เชือกถักและเบี้ยแก้ของหลวงพ่อนพวรรณ, มีดหมอของครูเกรียง และท้าวแสนโคตรของหลวงพ่อยศ
เรียกได้ว่าหากไม่มีชายที่ชื่อ “สิทธิชัย สิงหฬ” ผู้นี้ ความสมจริงและกลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวของภาพยนตร์ไสยศาสตร์ไทยหลายๆ เรื่อง คงไม่อาจสมบูรณ์แบบได้จนถึงทุกวันนี้



