บันเทิง

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

27 ส.ค. 2569

เปิดเบื้องหลังความอลังการของภาพยนตร์ “อัศจรรย์วันทอง” จาก แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่ผู้กำกับ มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ ผนึกกำลังทีมงานยอดฝีมือ สร้างโลกวรรณคดีขึ้นมาใหม่แบบละเอียดทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่โลเคชั่น 7 จังหวัด

ยิ่งเปิดเบื้องหลัง ยิ่งเห็นถึงความพิถีพิถัน สำหรับภาพยนตร์ “อัศจรรย์วันทอง” ผลงานจาก แบล็ค ดรากอน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ที่กำลังถูกจับตามองในฐานะภาพยนตร์ไทยที่หยิบโลกวรรณคดีมาตีความใหม่ในมุมแฟนตาซี โดยได้ มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ นั่งแท่นผู้กำกับ พร้อมทีมงานเบื้องหลังระดับฝีมือที่ร่วมกันสร้างสรรค์รายละเอียดของโลกใบใหม่ขึ้นมาอย่างเต็มที่

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราวและนักแสดงนำ แต่ยังจัดเต็มในส่วนของ งานสร้าง โปรดักชันดีไซน์ โลเคชั่น เครื่องแต่งกาย งานภาพ และงานคราฟต์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แฟนหนังไทยต้องจับตา

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

“อัศจรรย์โลเคชั่น” ถ่ายจริง 7 จังหวัด

หนึ่งในความพิเศษของภาพยนตร์คือการออกไปถ่ายทำในโลเคชั่นจริงถึง 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช นครปฐม นครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างบรรยากาศของโลกในเรื่องให้มีความสมจริงและมีเอกลักษณ์

 

โดยหนึ่งในฉากที่น่าสนใจคือ ฉากขุนช้างต่อสู้กับปลาหน้าคนกลางทะเล ซึ่งทีมงานเลือกถ่ายทำที่ เขาพับผ้า จังหวัดนครศรีธรรมราช สถานที่ที่มีลักษณะภูเขาหินคล้ายผ้าที่พับซ้อนกัน และมีข้อมูลว่าเป็นลักษณะภูมิประเทศที่พบได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก โดยอีกแห่งอยู่บริเวณเกาะใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศนิวซีแลนด์การเลือกสถานที่ดังกล่าวจึงยิ่งช่วยเติมความแปลกตาและความมหัศจรรย์ให้กับโลกของ “อัศจรรย์วันทอง” ได้อย่างโดดเด่น

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

“อัศจรรย์สไบเกราะ” ดีไซน์ใหม่ให้วันทอง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงคือ สไบเกราะของวันทองในฉากออกศึก ซึ่งผู้กำกับ มุก-ปิยะกานต์ ได้หยิบแรงบันดาลใจจากเกราะของขุนช้าง ก่อนนำมาต่อยอดเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

งานนี้ยังได้แบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดังอย่าง PIPATCHARA มาร่วมออกแบบสไบเกราะขึ้นใหม่ พร้อมรายละเอียดพิเศษด้วยการสลักชื่อ “วันทอง” ลงบนสไบ ทำให้เครื่องแต่งกายไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องและตัวตนของตัวละคร

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

 

“อัศจรรย์งานภาพ” ฉากเดียวใช้ผู้กำกับภาพถึง 2 คน

สำหรับคอหนังที่ชื่นชอบงานภาพ ต้องจับตาฉาก “เสกเวทย์ข้าวสาร” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งซีนที่ทีมสร้างให้ความสำคัญ เพราะแม้จะเป็นการถ่ายทำเพียงหนึ่งช็อต แต่เบื้องหลังกลับใช้ผู้กำกับภาพถึง 2 คน ได้แก่ สีบาน-นฤพล โชคคณาพิทักษ์ และ หญิง-นิรมล รอสส์

ทีมงานใช้เทคนิคการเคลื่อนกล้องเพื่อสร้างความรู้สึกต่อเนื่อง คล้ายการถ่ายทำแบบลองเทค ทำให้ภาพที่ออกมามีความลื่นไหลและเพิ่มความน่าติดตามให้กับฉากแฟนตาซี

 

“อัศจรรย์ขับเสภา” ไม่ใช่นักร้องทั่วไป

อีกหนึ่งเสน่ห์ของภาพยนตร์คือ ฉากขับเสภา ที่ทีมสร้างเลือกใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขับเสภาโดยตรง ซึ่งเป็นผู้ชนะจากการประกวดขับเสภาในรายการ “คุณพระช่วย” ก่อนนำมาปรับรูปแบบการร้องให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น

ทำให้เสน่ห์ของวรรณคดีไทยยังคงอยู่ แต่ถูกนำเสนอผ่านวิธีการที่เข้าถึงผู้ชมยุคใหม่ได้มากขึ้น

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

 

“อัศจรรย์งานคราฟต์” ละเอียดตั้งแต่ของใช้ถึงเครื่องทรง

ด้านงานสร้างถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเรื่อง โดยได้ นักรบ มูลมานัส ศิลปินแนวคอลลาจและนักออกแบบงานสร้าง มาร่วมออกแบบซีนต่าง ๆ ที่อยู่ในโลกแฟนตาซี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้โบราณภายในเรื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีรายละเอียดตั้งแต่ อาสนะ เครื่องทรงม้าของขุนแผน ไปจนถึงผ้าที่ใช้ในการถ่ายทำ โดยทีมงานได้ตามหาช่างฝีมือที่เคยมีประสบการณ์ทำงานในภาพยนตร์ “นเรศวร” มาช่วยสร้างสรรค์ชุดและองค์ประกอบต่าง ๆ

ขณะที่เรื่องของผ้าก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากรในการคัดเลือก ส่วนอาหารของกษัตริย์ในเรื่องก็มีอาจารย์จากดุสิตเข้ามาช่วยดูแลรายละเอียด

 

เรียกได้ว่าเบื้องหลัง “อัศจรรย์วันทอง” ให้ความสำคัญกับงานสร้างในแทบทุกมิติ เพื่อให้โลกของวรรณคดีที่ถูกนำมาตีความใหม่มีความสมบูรณ์ที่สุด

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

 

“อัศจรรย์ลานประหาร” ใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญรำดาบ

อีกหนึ่งฉากสำคัญคือ ลานประหาร ซึ่งทีมสร้างเลือกใช้ทีมเพชฌฆาตที่ผ่านการฝึกฝนวิชารำดาบแบบดั้งเดิมจากโรงเรียนสอนรำดาบที่มีการสืบทอดวิชามาอย่างยาวนาน

รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้สร้างที่ต้องการให้ทั้งท่วงท่า เครื่องแต่งกาย และบรรยากาศในเรื่องมีความสอดคล้องกับโลกที่ภาพยนตร์สร้างขึ้น

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ “อัศจรรย์วันทอง” ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะ ภาพยนตร์ไทยแฟนตาซีที่หยิบวรรณคดีไทยมาสร้างโลกใหม่ พร้อมผสมผสานงานศิลป์ งานคราฟต์ และเทคนิคภาพยนตร์เข้าด้วยกัน

ด้านนักแสดงนำก็จัดเต็มไม่น้อย นำโดย อิ้งค์-วรันธร, หมาก-ปริญ, กลัฟ-คณาวุฒิ, เฟย-ภัทร และปริมมี่-วิพาวีร์ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและชะตากรรมของ “วันทองคนใหม่”

แฟนภาพยนตร์ไทยเตรียมพิสูจน์ความตระการตาของโลกวรรณคดีในรูปแบบใหม่ พร้อมติดตามเส้นทางชะตากรรมที่กำลังจะพลิกผันของวันทอง ใน “อัศจรรย์วันทอง” เข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี

 

สรุปข่าวคมชัดลึก 

“อัศจรรย์วันทอง” เปิดเบื้องหลังงานสร้างสุดพิถีพิถัน ตั้งแต่การถ่ายทำ 7 จังหวัด โดยมีไฮไลต์ที่ เขาพับผ้า จ.นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสไบเกราะวันทองที่ออกแบบโดย PIPATCHARA งานภาพจากผู้กำกับภาพ 2 คน ฉากขับเสภาที่นำผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาร่วมงาน และงานคราฟต์ที่ลงรายละเอียดตั้งแต่เครื่องแต่งกาย ของใช้โบราณ ไปจนถึงเครื่องทรงม้า เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง หนังไทยที่น่าจับตา สำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบวรรณคดี แฟนตาซี และงานโปรดักชันคุณภาพ เตรียมชม “อัศจรรย์วันทอง” 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

#อัศจรรย์วันทอง #หนังไทย #ภาพยนตร์ไทย #วันทอง #มุกปิยะกานต์ #PIPATCHARA

 

เปิดเบื้องหลัง 'อัศจรรย์วันทอง' สุดตระการตา! เนรมิตโลกวรรณคดีแฟนตาซี