บันเทิง

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

16 เม.ย. 2569

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ ช่องวัน 31 แจงชัดยึดมั่นความถูกต้อง หลังโซเชียลแห่ติดแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี

 

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาโลกโซเชียลลุกเป็นไฟ! สำหรับดราม่าร้อนระอุแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี หลังนักเขียนและชาวเน็ตจับพิรุธซีรีส์ฟอร์มยักษ์ "หงสาวดี" มีพล็อตเรื่องคล้ายคลึงกับนิยายวายชื่อดัง "อโยธยาเอยาวดี" แบบผิดสังเกต แฉยับเคยมาดีลซื้อลิขสิทธิ์แต่ล่มก่อนจะไปทำเอง ล่าสุด "ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์" ผู้เขียนบทตัวจริงออกโรงโต้ละเอียดยิบ ยันไม่ได้ลอกเลียนแบบ แต่เป็นความบังเอิญทางจินตนาการ!

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มปะทุขึ้นเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่า เนื้อหาของซีรีส์ "หงสาวดี" มีกลิ่นอายและพล็อตเรื่องที่ซ้อนทับกับนิยายเรื่อง "อโยธยาเอยาวดี" ของนักเขียนอิสระรายหนึ่งอย่างรุนแรง โดยมีการอ้างข้อมูลว่าทางทีมงานเคยมาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์นิยายเรื่องดังกล่าวไปดัดแปลง แต่สุดท้ายดีลกลับล่มลง ก่อนที่จะมีการเปิดตัวซีรีส์ใหม่ที่มีเนื้อหาคล้ายกัน จนนำไปสู่เสียงวิจารณ์ว่าเป็นการ "เอาเปรียบผู้สร้างสรรค์" หรือไม่?

 

ท่ามกลางพายุความกดดัน ช่องวัน 31 ไม่นิ่งนอนใจ ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานะของโปรเจกต์ดังกล่าว โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าทางสถานีไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ผลงานท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานที่มีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ชมทุกคนอย่างที่สุด

 

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

ล่าสุด "คุณ ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์" ผู้เขียนบทซีรีส์ "หงสาวดี" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงประเด็นนี้อย่างละเอียด โดยระบุใจความสำคัญว่า ...... ตามที่ช่อง one31 ได้มีแถลงการณ์ชี้แจง ต่อข้อกล่าวหาบนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง ’หงสาวดี’ ว่ามีการลอกเลียนหรือดัดแปลงเนื้อหาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง ‘อโยธยาเอยาวดี‘ นั้น ได้มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับช่วงเวลาการพัฒนาเรื่องและจัดทำบทโทรทัศน์ ข้าพเจ้าในนามของ ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” จึงใคร่ขอเรียนชี้แจงดังนี้

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

 

หลังจากที่ซีรีส์ แม่หยัว ออกอากาศไปในปลายเดือนตุลาคม 2567 ทางช่อง one31 ก็ได้สั่งให้ข้าพเจ้าพัฒนาซีรีส์เรื่องใหม่ ที่เป็นเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง  ข้าพเจ้ากับผู้ช่วยได้ช่วยกันศึกษาหาข้อมูล จึงได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจ ว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น หลังจากได้ชัยชนะในกระทำยุทธหัตถีแล้ว ได้สร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา (อ้างอิงจาก พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ พันจันทนุมาศ (เจิม) และ พงศาวดารกรุงสยาม ต้นฉบับของ บริติชมิวเซียม) ซึ่งเห็นว่าดูผิดวิสัยที่จะสร้างสถูปให้ศัตรู จึงมีนักวิชาการบางท่านตั้งสมมติฐานว่าทั้งสองพระองค์อาจจะมีความเคารพรักใคร่ซึ่งกันและกัน ผนวกกับเนื้อความจากหนังสือ คำให้การขุนหลวงหาวัด ฉบับหลวง กล่าวว่า

 

"อันพระนเรศร์กุมารกับพระประทุมราชาอันเปนที่มหาอุปราชนั้นชอบพอรักใคร่ต่อกัน สัญญาว่าพี่น้องพระครรภ์เดียวกัน มิได้มีความรังเกียจเดียดฉันต่อกัน เปนที่ปรึกษาหารือต่อกัน..."

 

ข้าพเจ้าจึงคิดจะทำเรื่องของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา โดยนำมาเล่าในมุมที่ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยได้เล่า เหมือนที่ทำในแม่หยัว ว่าหากทั้งสองพระองค์สนิทกันฉันพี่น้อง แต่สุดท้ายต้องมารบกันเพื่อแผ่นดินของตนเอง คงจะเป็น series ที่เต็มไปด้วย conflict และ drama และน่าสนใจมาก

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ข้าพเจ้าได้เล่าแนวคิดนี้ ให้กับผู้บริหารช่อง one31 ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาโปรเจ็คนี้ต่อไป

ช่วงเดือนมกราคม 2568 ระหว่างทำการค้นคว้าข้อมูล ข้าพเจ้าได้เห็นลายเส้นการ์ตูนเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ที่ถูกนำมาเผยแพร่ใน X พบว่าเป็นการ์ตูนที่ทำเรื่องเกี่ยวกับพระนเรศวรและพระมหาอุปราชาเช่นกัน ซึ่งการนำเสนอนั้นชัดเจนว่าเป็นชายรักชาย แต่ช่อง one31 ไม่สามารถทำเรื่องของพระนเรศวรให้เป็นชายรักชายได้ ด้วยความสนใจในชื่อ อโยธยาเอยาวดี และความชื่นชมในลายเส้นอันสวยงาม จึงได้เสนอให้ทางผู้บริหาร one 31 รับทราบ และเสนอให้ซื้อลิขสิทธิ์มาทำซีรีส์ แทนเรื่องที่ข้าพเจ้ากำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในขั้นตอนพัฒนาเรื่องย่อและทรีตเมนต์ โดยจะขอคุยกับนักวาดการ์ตูนในการปรับไม่ให้เป็นแนววาย

 

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ข้าพเจ้าและผู้ช่วยจึงได้นัดพบกับนักวาดเพื่อเจรจาขอซื้อสิทธิ์ พร้อมแจ้งเงื่อนไขว่า จะนำมาทำซีรีส์โดยใช้แค่ชื่อและรายละเอียดบางอย่าง แต่จะปรับเนื้อหาให้เป็นแนวอิงประวัติ ศาสตร์ (ไม่ใช่โลกคู่ขนาน) และปรับความสัมพันธ์ให้เป็นความรักฉันพี่น้อง ตามเหตุผลข้างต้น ซึ่งนักวาดก็เข้าใจ และตกลงด้วยดี โดยการซื้อสิทธิ์ครอบคลุมภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด หลังจากนั้น นักวาดติดต่อกลับมาเพื่อขอสิทธิ์ในการทำภาพแอนิเมชั่น 2D เพื่อออกอากาศ ซึ่งทางช่อง one31 จึงได้ขอเวลาพิจารณาเพื่อปรับแก้สัญญา

 

ระหว่างนั้น อโยธยาเอยาวดี ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ในฐานะการ์ตูนวาย โรแมนติก ทางช่อง one31 เกิดมีความกังวลว่า ถ้าซีรีย์ใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี แต่เนื้อหาในซีรีส์ไม่ได้เป็นชายรักชาย และไม่ได้เน้นที่เลิฟไลน์นั้น อาจทำให้ผู้ชมที่เป็นแฟนการ์ตูนผิดหวัง จึงมอบหมายให้ข้าพเจ้าไปเจรจากับนักวาดการ์ตูนอีกครั้ง

 

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

 

วันที่ 19 มีนาคม 2568 เป็นการพูดคุยครั้งที่สอง เพื่อชี้แจงให้นักวาดทราบว่าช่อง one31 ไม่สะดวกจะทำซีรีส์โดยใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี ด้วยเหตุผลข้างต้น แต่เนื่องจากทางช่องจะทำเรื่องพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาอยู่แล้ว ซึ่งอาจมีเรื่องราวและเหตุการณ์คล้ายคลึงกันในบางส่วน ทางช่อง one 31 จึงขออนุญาตซื้อลิขสิทธิ์จากนักวาดการ์ตูน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ในเงื่อนไขว่า จะไม่ใช้ชื่อ อโยธยาเอยาวดี และ ชื่อของนักวาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่นักวาดจะมีชื่อในเครดิตในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ในทุก EP และมีสิทธิ์ในบทประพันธ์ตามกฏหมายทุกประการ แต่ถ้านักวาดพิจารณาว่าในขณะนั้น การ์ตูนกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และนักวาดเองก็มีโครงการที่จะนำเอาการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี ไปหารายได้ในทางอื่นๆ หากนักวาดต้องการเปลี่ยนใจ ไม่ต้องการขายสิทธิ์ให้ในเงื่อนไขดังกล่าว ทางเราก็ยินดีจะคืนสิทธิ์ให้ ตามความต้องการ ซึ่งทางข้าพเจ้าได้บอกให้นักวาดเอาเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อนี้ กลับไปพิจารณา

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

คืนนั้นนักวาดได้แจ้งกลับ ผ่านผู้ช่วยของข้าพเจ้า ว่าต้องการสิทธิ์คืน โดยมีเงื่อนไขว่า ซีรีส์เรื่องพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอุปราชาที่ข้าพเจ้าจะทำให้กับทางช่อง one31 จะไม่มีการนำ elements และเหตุการณ์ ใน อโยธยาเอยาวดี ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยนักวาดไปใช้ ตัวอย่างที่คุยกัน หมายถึงดอกกุหลาบมอญ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ ซึ่งในซีรีย์ หงสาวดี ก็ไม่มีการกล่าวถึงกุหลาบมอญแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อที่นักวาดจะสามารถนำเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ไปทำในแบบที่ตนต้องการได้ โดยไม่เกิดภาพทับซ้อน

วันที่ 20 มีนาคม 2568 ข้าพเจ้าเห็นว่านักวาดต้องเดินทางจากเชียงใหม่มาหารือที่กรุงเทพ จึงได้ขอเบิก

ค่าเสียเวลาให้นักวาด เป็นเงิน 10,000 บาท (12,000 บาทก่อนหักภาษี) โดยการลงรายละเอียดว่า เป็นค่าที่ปรึกษานั้น เป็นไปตามการบันทึกของฝ่ายบัญชีของบริษัท ซึ่งคำว่า “ที่ปรึกษา” เป็นการครอบคลุมการทำงานที่ไม่ได้มีหน้าที่ชัดเจน การพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน ถือเป็นการปรึกษา ซึ่งเป็นการลงบันทึกภายในของบริษัทเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องลิขสิทธิ์ใดๆ เพราะไม่ได้มีการซื้อขายเกิดขึ้น ประเด็นนี้ต้องขอโทษเป็นอย่างมากที่ไม่ได้มีการอธิบายชัดเจน เพราะคิดว่ามันเป็นแค่การบันทึกในแผนกบัญชีของบริษัทเท่านั้น

ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า การเจรจานั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย และจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน

หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้หยุดอ่านการ์ตูน อโยธยาเอยาวดี หลังจากอ่านไปเพียง 7 ตอน (จากทั้งหมด 60 กว่าตอน) เพื่อจะได้ไม่มีภาพซ้ำกันในหัว และได้ดำเนินการทำบทซีรีส์ หงสาวดี ต่อในแนวทางเดิมที่เคยเสนอไว้กับช่อง one31 โดยเนื้อเรื่องคือการเล่าถึงความสัมพันธ์ของพี่-น้องจาก 2 เมือง ที่ถูกหน้าที่และชาติกำเนิดบังคับให้ต้องประหัตประหารกัน

 

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ

 

 

เมื่อซีรีส์ออกอากาศไป ก็มีคำวิจารณ์ว่า มีบางจุดที่มีความคล้ายคลึงกับ อโยธยาเอยาวดี ซึ่งข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงที่มา ดังนี้

ข้อ 1 – กลิ่นน้ำปรุงของเจ้าพี่มังจีชวาหอมวิเศษกว่าผู้ใด คล้ายคลึงกับฉากหนึ่งใน หงสาวดี

ขออธิบายว่า ในเรื่อง หงสาวดี ฉากที่พูดถึงน้ำปรุงมีอยู่ฉากเดียว (ใน EP 2) ซึ่งไม่ได้ถูกใช้ในฉากที่มีความใกล้ชิดของตัวละครเหมือนในการ์ตูน แต่ใช้ในบริบทของ suspense ที่มังจีชวาใส่น้ำปรุง (ซึ่งเป็นปกติของคนในสถานะเจ้าฟ้าในสมัยนั้น) ท่ามกลางคนที่กำลังซ้อมฟันดาบในวัด กลิ่นนี้จึงทำให้พระนเรศรู้ได้ว่า เป็นมังจีชวาที่มาแอบสอดแนม แล้วเห็นพระนเรศฝึกดาบกับพระมหาเถรคันฉ่อง

ส่วนประโยคที่พูดมีความคล้ายคลึงกันนั้น ข้าพเจ้ายืนยันว่าเป็นฉากที่ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นในการ์ตูน เพราะหลังจากที่เจรจากันแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ติดตามดู อโยธยาเอยาวดี อีกเลย

ข้อ 2 – การเรียกพระมหาอุปราชาว่าเจ้าพี่ เป็นการเรียกที่มีมาตั้งแต่ลิลิตตะเลงพ่าย มาจนถึงตำนานพระนเรศวรมหาราช แม้จะพบข้อมูลว่าพระมหาอุปราชานั้นอายุน้อยกว่า แต่ในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ ก็จะเรียกว่า เจ้าพี่ ในตอนแรก ก็มีการหารือว่าจะเปลี่ยนเป็น เจ้าน้อง ให้ถูกต้องตามอายุจริงหรือไม่ แต่ทางช่อง one31 เกรงว่าจะเกิดความสับสน จึงให้คงใช้ เจ้าพี่ ตามที่เรื่องอื่นๆ เคยใช้มา

ข้อ 3 - ฉาก หลั่งน้ำทักษิโณทก เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญยิ่งในพระราชประวัติ ไม่สามารถเขียนถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโดยไม่กล่าวถึงฉากนี้ได้

ข้อ 4 - ไก่ของพระนเรศ ที่เรียกชื่อว่า เจ้าเหลือง ข้าพเจ้าเรียกเช่นนั้น เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า ไก่ชนของพระนเรศนั้นเป็นไก่พันธุ์เหลืองหางขาว เนื่องจากไก่นั้นปรากฏตัวเพียง 2 ฉากใน EP1 ข้าพเจ้าจึงใช้ชื่อนั้นเพื่อสื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ ในฉากสั้นๆ นั้น โดยไม่รู้ว่าซ้ำกับการเรียกชื่อไก่ใน อโยธยาเอยาวดี ซึ่งหากการใช้ชื่อไก่ซ้ำนี้ ทำให้ทางผู้อ่านไม่พอใจ ข้าพเจ้าก็ขอโทษจากใจจริงมา ณ ที่นี้

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า การสร้างสรรค์บทซีรีส์ หงสาวดี นั้น มิได้เกิดจากการลอกเลียน หากในบางฉาก จะมีเหตุการณ์ หรือภาพ หรือองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกับการ์ตูน หรือละคร หรือหนัง เรื่องหนึ่งเรื่องใด ก็เกิดขึ้นจากความบังเอิญโดยสุจริตใจ หากทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความไม่พอใจ ข้าพเจ้าก็ขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจ หากการโพสต์แสดงความเห็นของข้าพเจ้าในสื่อก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ชมซีรีส์หงสาวดี ไม่สบายใจ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อองค์กร นักแสดง และทีมงานที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ให้ท่านผู้ชม

ขอแสดงความนับถือ ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ 

 

 

คนเขียนบท "หงสาวดี" โต้! ลั่นไม่ได้ลอก “อโยธยาเอยาวดี” ยันเป็นความบังเอิญ