
ดราม่า #แบนหงสาวดี คมจบให้ สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวเป็นมาอย่างไร
ดราม่า #แบนหงสาวดี คมจบให้ สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ต้องไล่เรียงค่อยๆ ตามอ่าน โดยประมวลมาให้แบบสรุปเพื่อความเข้าใจแล้วอ่านเลย
เกิดอะไรขึ้นเมื่อโลกออนไลน์ ผุดแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี ถูกใช้อย่างหนักในแผลตฟอร์ม X เพื่อเรียกร้องให้ boycot ซีรีส์ "หงสาวดี" (The Last Duel) จาก oneD Original ช่องวัน 31
เนื่องจากข้อมูลบางส่วนทำให้ผู้ใช้หลายคนเชื่อว่า ทีมเขียนบทและผู้ผลิตซีรีส์นำ "อินสไปเรชัน"(สาระสำคัญ) จากการ์ตูน/นิยายภาพ "อโยธยาเอยาวดี" ของนักวาดการ์ตูนอิสระไปพัฒนาเป็นซีรีส์ โดยไม่ให้เครดิต ไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ที่เหมาะสม และปฏิบัติกับนักวาดอย่างไม่เป็นธรรม หลังจากเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ล้มเหลว ทำให้เกิดดราม่าเรื่องการเอาเปรียบผู้สร้างผลงานขนาดเล็ก
จุดเริ่มต้นดราม่า #แบนหงสาวดี
- วันที่ 12 เม.ย. 2569 บัญชี "บันทึกที่เปิดเผยแห่งอโยธยา" โพสต์ข้อความยาวเล่าเรื่องจากมุมของนักวาด(ผู้เกี่ยวข้อง) ว่า มีนักเขียนบทติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี" เพื่อนำไปพัฒนาเป็นสื่ออื่น ๆ
- หลังเจรจารอบแรก ทางนักเขียนยกเลิกโดยอ้างว่า "มีชิป/แฟนอาร์ต/แฟนฟิคแนว Y (BL) ล่อแหลมเกินไป" กลัวคนดูจะรู้ว่าเป็นแนว Y จึงเสนอ 2 ทางเลือก : (1) เซ็นสัญญาแต่ไม่ให้เชื่อมโยงชื่อนักวาดและเรื่อง หรือ (2)ยุติเจรจา(แต่ทางนั้นบอกว่าตั้งใจทำเรื่องนี้อยู่แล้วและจะทำต่อโดยไม่ใช้เอเลเมนต์ของนักวาด)
- นักวาดเลือกยุติ ต่อมามีการส่งเงินชดเชยค่าเดินทาง แต่เอกสารระบุเป็น "ค่าที่ปรึกษา" ทำให้เกิดข้อสงสัย
ภายหลังซีรีส์ "หงสาวดี" ออกมา ผู้ชมที่เคยอ่านการ์ตูนเห็นความเหมือนหลายจุด (ตัวละคร ความสัมพันธ์ องค์ประกอบเรื่อง) จึงเชื่อว่าเป็นการ "มัดมือชก" และบิดเรื่องให้เป็นประวัติศาสตร์เพื่อหลีกเลี่ยงกระแส Y ทำให้ดราม่าระเบิด
หลังเป็นประเด็นร้อนผู้ถูกกล่าวถึง ทีมผลิตซีรีส์และช่องวัน 31 ออกมาเคลื่อนไหว
- @onehdthailand โพสต์ แถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นซีรีส์ ‘หงสาวดี’ (รูปภาพอย่างเป็นทางการ) โดยยืนยันว่า ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์จริง ไม่ได้คัดลอกการ์ตูน "อโยธยาเอยาวดี"
- เคยมีเจรจากับนักวาดเจ้าของผลงาน "อโยธยาเอยาวดี" ถึงขั้นซื้อลิขสิทธิ์ แต่สุดท้ายก็ หยุดที่การพูดคุย จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายสิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือ การพูดคุยเป็นไปอย่างโปร่งใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน
- บริษัทฯ ชี้ ไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม
แถลงการณ์นี้ถูกโพสต์ซ้ำและถูกวิจารณ์หนักว่า ยิ่งแถลงยิ่งแย่ ย้อนแย้ง และ ไม่เคลียร์ประเด็นหลัก ทำให้หลายคนยิ่งเรียก #แบนหงสาวดี มากขึ้น
- กระแสหลักคือ สนับสนุน #แบนหงสาวดี อย่างรุนแรง (โพสต์ยอดนิยมมี likes/reposts หลายพันถึงหมื่น) โดยเน้น “ปกป้องนักวาดอิสระ” “ต่อต้านการเอาเปรียบผู้สร้างขนาดเล็ก” “พัฒนาวงการซีรีส์ไทยให้ยุติธรรม”
- หลายคนบอก “ไม่ได้แบนนักแสดง แต่แบนทีมผลิตและช่อง” บางคนเสียดายนักแสดงและทีมงานที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่า “ต้องแบนเพื่อเป็น教訓”
- มีกระแสป้องกันบ้าง (เช่น “เรื่องอิงประวัติศาสตร์อยู่แล้ว” “อย่าแบนเพราะนักแสดงเสียเปรียบ”) แต่เสียงเรียกแบนดังและมี engagement สูงกว่ามาก
- ผู้ใช้หลายคนแชร์สรุปเรื่องแบบเข้าใจง่าย (เช่น โพสต์ของ@TifFaNy_9member) ทำให้แฮชแท็กแพร่กระจายเร็วภายใน 2-3 วัน
- ปัจจุบัน (14 เม.ย.) ยังคงเป็นเทรนด์ร้อนแรง มีทั้งคนที่เพิ่งรู้เรื่องแล้วเข้าร่วมแบน และคนที่กังวลเรื่องยอดขายบัตรดู Final EP
เรื่องราวความดราม่าทั้งหมดก็สรุปโดยพอสังเขปได้ประมาณนี้ ส่วนประเด็นนี้มีความเห็นว่าอย่างไรก็นำไปวิเคราะห์พิจารณากันดู และขอบคุณทุกผลงานความบันเทิงที่สร้างสรรค์มาให้ผู้เสพได้รับอรรถรสกัน



