บันเทิง

ย้อนตำนานบัลลังก์เลือด "เพลิงพระนาง" ก่อนรับชมซีรีส์ใน Netflix 

ย้อนตำนานบัลลังก์เลือด "เพลิงพระนาง" ก่อนรับชมซีรีส์ใน Netflix 

12 ก.พ. 2569

ย้อนตำนานบัลลังก์เลือด "เพลิงพระนาง" ก่อนรับชมซีรีส์ใน Netflix  ​​​​​​​เปิดปูมหลัง "พระนางอเลนันดอ" จากลูกแม่ค้าสู่มเหสีผู้กุมชะตาพม่า ก่อนสิ้นแผ่นดิน!

 

 

เกาะจอรอชมหลัง Netflix ประกาศไลน์อัปคอนเทนต์ไทย เปิดตัวซีรีส์ 3 เรื่อง ภาพยนตร์ 4 เรื่อง และ ไฮไลต์ที่แฟนๆ รอคอยอย่างซีรีส์ เพลิงพระนาง หนึ่งในละครโทรทัศน์ไทยที่โด่งดังที่สุดที่จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบการตีความสู่เกมชิงบัลลังก์บทใหม่ ด้วยงานสร้างในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยทีมผู้สร้างรุ่นใหม่จาก กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยสถานที่ถ่ายทำสุดยิ่งใหญ่ ฉากที่ประณีตงดงาม และเครื่องแต่งกายย้อนยุคตระการตา พร้อมด้วยทัพนักแสดงมากฝีมือ โดยยังได้เผยคลิปงานสร้างสุดอลังการ พร้อมแง้มโฉมหน้า 3 นักแสดง ได้แก่ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร และ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ผู้ชมจะได้สำรวจตัวละครอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการเล่าเรื่องสุดเข้มข้น ทั้งการสมคบคิดในราชสำนัก การหักเหลี่ยมระหว่างมิตรศัตรู และราคาที่ต้องแลกมาเพื่อแสวงหาอำนาจ เผยมิติของเรื่องราวแง่มุมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในเวอร์ชั่นอื่นๆ 

 

 

 

 

หากจะย้อนตำนานสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนักมัณฑะเลย์ "พระนางอเลนันดอ" ผู้เบื้องหลังการผลักดัน "พระเจ้าธีบอ" ขึ้นสู่บัลลังก์ ก่อนเผชิญจุดจบที่ถูกเนรเทศและรอยร้าวในครอบครัวที่ยากจะประสาน

 

พระนางอเลนันดอ

 

จากสายเลือดแม่ค้า สู่มเหสีผู้ทรงอิทธิพล

  • หากจะกล่าวถึงสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์พม่ายุคสุดท้าย คงหนีไม่พ้น "พระนางสิ่นพยูมาชิน" หรือที่รู้จักในนาม "พระนางอเลนันดอ" พระธิดาของพระเจ้าจักกายแมง ซึ่งมีปูมหลังที่น่าสนใจเนื่องจากพระมารดาของพระนางมีเชื้อสายเป็นแม่ค้าในตลาด แต่ด้วยเสน่ห์และสติปัญญาทำให้พระนางก้าวขึ้นเป็น "พระมเหสีตำหนักกลาง" ของพระเจ้ามินดง และกลายเป็นหนึ่งในมเหสีที่ทรงโปรดปรานที่สุด

 

 

รัฐประหารในวังหลวง: การเถลิงอำนาจของ "เจ้าชายสีป่อ"

  • จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพระเจ้ามินดงประชวรหนักโดยไร้การตั้งรัชทายาท พระนางอเลนันดอ ผู้มีความทะเยอทะยานแรงกล้า ได้ร่วมมือกับเสนาบดีบางกลุ่มวางแผนการเมืองครั้งใหญ่:
  • เลือกข้าง: ทรงเลือก "เจ้าชายสีป่อ" (โอรสที่เกิดจากสนม) ขึ้นครองราชย์ เพราะทรงเห็นว่าเป็นคนหัวอ่อน ควบคุมง่าย
  • กำจัดศัตรู: ทรงสั่งจับกุมราชวงศ์และขุนนางที่อาจเป็นภัยต่ออำนาจไปคุมขังเป็นจำนวนมาก
  • ดองญาติ: สนับสนุนให้ "พระนางศุภยาลัต" พระธิดาองค์กลาง (ผู้ที่มีความทะเยอทะยานถอดแบบพระมารดามาไม่ผิดเพี้ยน) อภิเษกสมรสกับพระเจ้าธีบอ เพื่อรวบอำนาจไว้ในมือแม่-ลูกอย่างเบ็ดเสร็จ

 

 

พระเจ้ามินดง

 

 

7 ปีแห่งความผันผวน และจุดจบ "พม่าเสียเมือง"

อำนาจที่ได้มาจากการนองเลือดอยู่ได้ไม่นาน ในปี พ.ศ. 2428 หลังจากพระเจ้าธีบอครองราชย์ได้เพียง 7 ปี จักรวรรดิอังกฤษได้บุกเข้ายึดพม่า นำไปสู่จุดสิ้นสุดของระบอบกษัตริย์ที่รุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน

โศกนาฏกรรมแห่งการเนรเทศ: พระเจ้าธีบอ, พระนางศุภยาลัต และพระนางอเลนันดอ ถูกคุมตัวออกจากพระราชวังมัณฑะเลย์ มุ่งหน้าสู่ เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย สถานที่ที่อดีตผู้กุมอำนาจต้องใช้ชีวิตเยี่ยงนักโทษ

 

 

ความร้าวร้าวที่รัตนคีรี: บทสุดท้ายของมเหสีตำหนักกลาง

  • ในดินแดนเนรเทศ ความสัมพันธ์ของแม่ลูกกลับพังทลายลง พระนางอเลนันดอ และ พระนางศุภยาลัต มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง จนรัฐบาลอังกฤษทนไม่ไหว ต้องตัดสินใจแยกทั้งคู่ออกจากกัน
  • ฉากสุดท้าย: พระนางอเลนันโดถูกส่งตัวกลับมาประทับที่เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่า (ซึ่งขณะนั้นเป็นของอังกฤษ) พระนางใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายอย่างเงียบเหงาจนสิ้นพระชนม์ ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งอำนาจที่แลกมาด้วยความล่มสลายของบ้านเมือง

 

เกร็ดประวัติศาสตร์: ความทะเยอทะยานของพระนางอเลนันดอและพระนางศุภยาลัต มักถูกนักประวัติศาสตร์หยิบยกมาวิเคราะห์ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยภายในที่เร่งให้ราชวงศ์พม่าอ่อนแอลงจนพ่ายแพ้ต่อชาติตะวันตก

 

 

พระรูปของพระเจ้ามินดง ที่พระราชวังมัณฑะเลย์