บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - วันนี้ของ "เช็ค" สุทธิพงษ์

มองผ่านเลนส์คม - วันนี้ของ "เช็ค" สุทธิพงษ์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

วันที่ "ทีวีบูรพา" เปิดบ้านหลังใหม่ ดิฉันได้ร่วมแสดงความยินดีกับพี่ชาย..."เช็ค" สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

 พิธีกรหนึ่งเดียว ที่เข้มที่สุดแห่งยุค (ไม่ว่าคำพูด ประเด็น หรือสีผิว...55) 
 การเดินทางตลอดค่อนชีวิตที่ผ่านมา เปรียบเสมือนวงปีของต้นไม้ ที่ยืนต้นอวดความแข็งแรง และความแกร่งกล้าท้าฟ้าลม

 สำหรับคนชื่อสุทธิพงษ์ ไม่เพียงเห็นร่องรอยที่ผ่านมา ทว่าเส้นทางเดินและมุมมองการทำงานที่เห็น ทำให้อดชื่นชมในการเติบโตไม่ได้

 จากบริษัทเล็กๆ ย่านทาวน์อินทาวน์ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน หาที่จอดรถยากกว่าเลือกผู้แทนดีๆ สักคน ตอนนี้ขยายอาณาจักรใหญ่โต และมีคนร่วมทำงานกว่า 100 คน

 คิดถึงเมื่อ 10 ปีก่อน กับตอนนี้ที่ต้องเป็นหนี้เพื่อซื้อที่ดินและสร้างอาคารสำนักงาน รวมมูลค่ากว่า 130 ล้าน

 ดูแล้วมันคุ้ม...
 ถ้าเราไม่กล้าที่จะเสี่ยง แล้วจะโตได้อย่างไร  

 อาจเป็นการบีบให้ทำงานเพิ่ม แต่ถ้าคนทำงานมีความสุข เหนื่อยก็ต้องแลก เพราะท้ายที่สุด เมื่อถึงเวลา "พอ" แล้วมันจะมีทุกอย่างพร้อมให้เรา "หยุด"

 ดิฉันเชื่อว่าเขาได้วางแผนแล้ว
 คนหนุ่มอาจจะคิดมุ่งที่จะเปลี่ยนโลก แต่เมื่อโลกเปลี่ยน จะด้วยปัจจัยอื่นใดก็ตาม เราจะทำอย่างไร ถ้าไม่ปรับหรือทำความเข้าใจ

 การประณีประนอมกับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องกลืนน้ำลาย แต่เป็นการรู้จักตัวเอง และรู้ว่าทำเพื่ออะไร

 คนทำทีวีที่มีอุดมการณ์ หาน้อยนักในบ้านเรา
 คนที่ดูแลคนผลิตงานดีๆ ยิ่งหาได้ยากยิ่ง
 ถ้าพวกเขาไม่ช่วยตัวเอง จะรอให้ใครมาช่วย 

 อย่างน้อยดิฉันก็เชื่อว่าคนที่เป็นนักเขียน ที่เขียนงานได้ลุ่มลึก (แม้จะมีน้อยเล่ม) เขามีวิธีคิดและไตร่ตรองชีวิตอย่างเป็นระบบ

 การไม่ผลิตงานมอมเมาหรือไร้สาระตามกระแสที่เป็นอยู่ ดิฉันก็ว่าน่าสนับสนุนแล้ว อย่างน้อยไม่เพิ่มตัวอักษรริมหน้าจอ

 และที่สำคัญต้องยอมรับในความมั่นคงในการทำงาน
 หนัง ละคร เกมโชว์ที่กลายเป็นกระแสหลักในจอทีวีทุกวันนี้ ยากที่จะมีคนคิดแทรกรายการที่เป็นสาระในรูปแบบที่น่าติดตามได้

 แต่ผู้ชายคนนี้ได้ทำแล้ว และยังขยายไปสู่รูปแบบรายการอื่นๆ อีก
 ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้านทุนนิยม แต่เขานอกจากไม่ไหวเอนแล้ว กลับยังนำทุนนิยมมารับใช้ในสิ่งที่เขาคิดด้วย

 กับบ้านหลังใหม่ที่โอ่อ่าขึ้น แน่นอนนั่นหมายถึงภาระ
 แต่ถ้าภาระนั้นจะแปรมาเป็นสาระประโยชน์ได้
 ดิฉันว่า เป็นภาระแห่งความสุข และเป็นการงานที่รักของเขา...
 หวังว่าอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า คงได้ไปแสดงความยินดีกับบ้านอีกหลังของพี่นะ..

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง