บันเทิง

ประมวลละครเก่าย้อนเล่าเหตุการณ์ในอดีต

ประมวลละครเก่าย้อนเล่าเหตุการณ์ในอดีต
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ระยะหลังๆ ต้องยอมรับว่า ละครพีเรียดเกาหลีแรง แซงละครบ้านเราอยู่หลายขุม จนกลายเป็นว่าตอนนี้คนดูแทบจะถูกล้างสมอง ทำเอาคนไทยรู้ประวัติศาสตร์เกาหลี (จากการดูละคร) มากกว่าประวัติศาสตร์ไทยไปเสียแล้ว จะว่าไปแล้ว ละครบ้านเราที่กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้น

 อย่างช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา หากย้อนเวลาได้คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าเป็นแน่ ละครหลายเรื่องที่กล่าวอ้างถึงยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยา ต่างบอกกล่าวถึงความยากลำบากในการกอบกู้เอกราช ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง "ขุนศึก" ก็ดี ที่เล่าเหตุการณ์ก่อนวันประกาศอิสรภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มีอ้างอิงในพงศาวดาร จนถึงเหตุการณ์ทำศึกยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า กอบกู้เอกราชให้ชาติไทย หรือจะเป็นเรื่อง "พันท้ายนรสิงห์" ที่ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เนื้อความเป็นไปในแบบเดียวกัน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.2247 สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) ประพาสปากน้ำสาครบุรี เพื่อทรงเบ็ดด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย

 ในขณะที่ละครเรื่อง “สายโลหิต” ซึ่งกล่าวถึงช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ.2310) จนถึงต้นกรุงธนบุรี ในขณะที่ละครเรื่อง “นิราศสองภพ” หรือ “ฟ้าใหม่” ที่กล่าวอ้างถึงเหตุการณ์เสียกรุงปลายกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสอนให้เรารู้ว่า เหตุที่ทำให้กรุงแตก ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่มีไส้ศึกแต่เป็นการประมาทและไม่มีความสามัคคีกัน ในขณะที่ละครเรื่อง “รัตนโกสินทร์” ก็เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 1-3) ทุกเรื่องกล่าวถึงความรักของหนุ่มสาวเพียงแต่สอดแทรกประวัติศาสตร์ไทย รวมถึงค่านิยมของสังคมไทยในแต่ละยุคสมัย

 หลายคนกล่าวว่า ละครเรื่อง “สี่แผ่นดิน” และ “ร่มฉัตร" ดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกันอย่างกะฝาแฝด ต่างกันที่สี่แผ่นดินเล่าผ่านแม่พลอย ในขณะที่ร่มฉัตรเล่าผ่านแม่วาด บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาวราชสำนัก ชาวไทยสมัยก่อน ก่อนจะมากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง วัฒนธรรมประเพณีที่พัฒนามาสู่ยุคปัจจุบัน ในขณะละครเรื่อง “ทวิภพ” ที่กำลังมีคิวฉายเร็วๆ นี้ กล่าวถึงสาวสมัยใหม่ ที่ย้อนเวลากลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทางกระจก ที่นั่นเธอได้พบกับหลวงอัครเทพวรากร ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ผู้กำลังหาทางช่วยแผ่นดินสยามให้พ้นวิกฤติจากกรณีพิพาทกับประเทศฝรั่งเศส เหตุการณ์กรณีพิพาทระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ร.ศ.112 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสมัย ร.5 ยุคนั้นเป็นยุคที่ตะวันตกได้เข้ามาล่าอาณานิคมแถบเอเชีย

 ขณะนั้นประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ญวน เขมร ลาว ต่างตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนพม่าและมลายู ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทำให้ไทยต้องผูกสัมพันธไมตรีกับอังกฤษและฝรั่งเศส การพิพาทครั้งนั้นทำให้ไทยต้องเสียดินแดนไปมิใช่น้อยเพื่อแลกกับเอกราชของชาติ นอกจากนี้ สังคมไทยในสมัยนั้น ยังคงใช้ระบบศักดินา บ้านเจ้าขุนมูลนายต่างมีทาสในเรือนเบี้ยทุกบ้าน ละครเรื่อง “ลูกทาส” ได้บอกกล่าวถึงความจริงในข้อนี้ ซึ่ง ร.5 ทรงประกาศ "พระราชบัญญัติพิกัดกระเษียณลูกทาสลูกไทย" เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี และได้ออก "พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ.124" ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2448

 ในขณะที่ละครเรื่อง "สองฝั่งคลอง" เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องชีวิตของสตรีในสมัย ร.6-รัชกาลปัจจุบัน ว่าต้องมีสิ่งสำคัญในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงคือ คุณธรรม และความรู้ เพื่อฝ่ามรสุมแห่งชีวิตได้อย่างปลอดภัย ผ่านเรื่องราวของทับทิม ที่มีชีวิตอยู่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล ช่วงเวลานั้นประเทศไทยประสบความเปลี่ยนแปลงผันผวนทางสังคมยิ่งกว่าช่วงเวลาใดๆ ของสมัยรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่การเปลี่ยนกษัตริย์ถึง 3 รัชกาลด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ.2484-2488 คนไทยเป็นจำนวนมากที่มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ว่ามา ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวค่อนข้างรุนแรง แม้พวกเขาเองมิได้เป็นต้นเหตุ หรือมีโอกาสได้รู้เห็นล่วงหน้าถึงความกระทบกระเทือนที่พวกเขาได้รับเลยก็ตาม

 ปิดท้ายที่ละครอมตะอย่าง “คู่กรรม” ที่นอกจากคนดูจะตรึงใจไปกับความรักของโกโบริกับอังศุมาลินแล้ว ละครยังบอกเล่าว่า ช่วงนั้นประเทศไทยได้ร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2484-2488) กับญี่ปุ่น เป็นยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ยุคนั้นไทยได้จับมือเป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลส่วนหนึ่งกลับให้ความช่วยเหลือพันธมิตรอย่างลับๆ ทำให้สหรัฐอเมริกาถือว่าไทยไม่เคยประกาศสงครามกับประเทศของตน จบภาคแรกด้วยระเบิด ควันไฟและการจากลาตลอดกาลของโกโบริ ในขณะที่ภาคต่อของ คู่กรรม 2 ได้กล่าวถึงลูกชายคนเดียวของโกโบริ ที่รังเกียจความญี่ปุ่นของตัวเอง เมื่อโตขึ้นเขาทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 ยุคนั้นสถานการณ์บ้านเมืองกำลังผันผวน นิสิต นักศึกษาและประชาชน กว่า 5 แสนคน ร่วมแสดงพลังทางการเมืองประท้วงอำนาจรัฐบาลเผด็จการ จอมพลถนอม กิตติขจร เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้รัฐบาลต้องกราบบังคมทูลลาออก เพราะประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาขึ้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวบริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลางและกำหนดให้วันที่ 14 ตุลาคมของทุกปีเป็น "วันประชาธิปไตย" ซึ่งเหตุการณ์นี้ ได้กล่าวไว้ในละครเรื่อง "เวลาในขวดแก้ว" ด้วย

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด