บันเทิง

รากเรา

รากเรา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ดั้นด้นเดินทางพาเด็กๆ จากต้นน้ำมายังปลายน้ำ ด้วยความอบอุ่นประทับใจใน “เด็กโต๋” เมื่อหลายปีก่อน และสองปีที่แล้ว สองสาวพาเราไปเยือนแดนใต้พร้อมรับฟังทัศนคติดีๆ ที่คนพื้นที่มีต่อคนที่พวกเขารักรวมทั้งเพื่อนร่วมโลกใน “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ปีนี้ ‘ป๊อป’ กับ ‘นก’ ออก

 นอกจากความตั้งใจดีในฐานะผู้กำกับที่มักนำเสนอด้านดีของมนุษย์ให้ได้เห็นกันตลอดหลายปีผ่านสารคดีสองเรื่อง ผ่านมาถึงเรื่องล่าสุด เราก็ได้เห็นวิธีการทำหนังของสองสาวที่มีความเป็นศิลปะมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียงร้อยลำดับเรื่องราว ทั้งเล่าแบบย้อนแย้ง เทียบเคียง และคู่ขนาน ระหว่างเมืองใหญ่กับเมืองเล็ก ความวุ่นวายกับเงียบสงบ คนกรุงกับคนต่างจังหวัด การใช้เสียง และให้ความสำคัญกับดนตรีประกอบ

 ผมมีโอกาสร่วมงานเปิดฉายรอบสื่อมวลชนที่เธอทั้งคู่มักบอกว่าเป็นรอบปฐมทัศน์ในหนังของเธอทุกเรื่อง และทุกครั้งมักจะได้แง่มุมอะไรใหม่ๆ จากงานที่พวกเธอจัดขึ้นอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะกับเรื่องหลังสุด

 หลังงานเลิกผมมีโอกาสพูดคุยกับ ‘ครูเอื้อง’ วิบูลย์ลักษณ์ คุณยิ่งยศ ครูผู้ชำนาญการนาฎศิลป์ไทยพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครูเองก็ปรากฏตัวในหนังด้วย นอกจากเรื่องที่ครูเอื้องบอกในหนังว่า การ ‘ฟ้อนเมือง’ จะเป็นการแสดงความสักการะโดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องบรรณาการต่อพุทธศาสนาแล้ว ครูยังเล่าให้ฟังหลังหนังจบอีกว่าลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อยนั้น

 บางท่วงท่าแฝงถึงพุทธปรัชญาเอาไว้ด้วย ครูเอื้องอธิบายว่านอกจากการตั้งฝ่ามือ เรียวนิ้วจับจีบแสดงสัญลักษณ์คล้ายดอกบัวเพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว การร่ายรำโดยบิดข้อมือขึ้นลง เป็นการสื่อถึงวัฎสงสาร อันเวียนว่าย มีเกิด มีดับ ตามภพภูมิของมนุษย์ เป็นอนิจจังอันนิรันดร์ ภาพการ ‘ฟ้อนเมือง’ ที่เห็นในหนัง ครูต้องใช้เวลารวบรวมกลุ่มแม่บ้านฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น รื้อฟื้นศิลปะอันงดงามแต่อดีต และเพียรสอนน้องๆ เยาวชน ก่อนที่เวลาจะพาให้ลืมเลือนไปจนเลือนหายในที่สุด

 ฟังครูเอื้องเล่าแล้วพลอยเห็นภาพตามไปด้วย สีหน้าและแววตาที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาตลอดการสนทนาของครู ทำให้รู้ว่า การฟ้อนเมือง หาได้เกิดจากการฟื้นฟูศิลปะกลับมาอีกครั้งของครูผู้ชำนาญการ หากแต่คือ ‘จิตวิญญาณ’ ที่หญิงวัยกลางคนท่านหนึ่ง เฝ้าเพียรหวงแหนและรักษาไว้ยิ่งชีวิต แม้จะเริ่มบทสนทนาด้วยภาษาไทยกลาง แต่ ‘ครูเอื้อง’ ก็อดรนทนไม่ไหวอู้คำเมืองอันไพเราะ ด้วยน้ำเสียงชวนฟังและทำให้รู้สึกคล้อยตามด้วยความสนุกสนาน

 ผมมีโอกาสได้คุยกับครูวาที บุตรชายครูสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฎศิลป์ไทย) การแสดงพื้นบ้านหนังตะลุง ที่ทีมงานตามไปบันทึกภาพคณะหนังตะลุงของครู ถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ครูวาทีบอกว่า สถานการณ์หนังตะลุงภาคใต้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเด็กเยาวชนรุ่นใหม่ยังคงรักและสนใจในศิลปะพื้นบ้านของพวกเขาอยู่ แต่สิ่งที่ครูและพ่อกังวล ก็คือ ในโลกที่เปลี่ยนไป การศึกษาที่เข้าถึงผู้คน พวกเขาจะคิดหาหนทางใหม่ๆอะไร มาสอนสั่งลูกหลานผ่านหนังตะลุงได้อีก ความคิดของปราชญ์ชาวบ้านอย่างครูสุชาติที่สะท้อนแนวคิดการเมืองการปกครองได้อย่างคมคาย ปรากฎขึ้นตอนหนึ่งในหนัง ระหว่างที่ครูเชิดหนังตะลุง ในบทฤาษีสอนสั่งสานุศิษย์ เปรียบเทียบว่าทำไมทะเลอันยิ่งใหญ่ถึงได้อยู่ต่ำกว่าแม่น้ำลำคลองสายเล็กๆ เป็นคำสอนง่ายๆแต่กินใจและลึกซึ้งยิ่งนัก

 ตัวหนังพยายามพร่ำบอกถึงรากเหง้าและจิตวิญญาณความเป็นไทย ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ศิลปะพื้นบ้านหลายๆแขนงที่หนังนำเสนอนั้น มีต้นกำเนิดจากชาติเพื่อนบ้านที่ไทยเรามีวัฒนธรรมร่วมมาช้านาน เช่น เจรียงเบรินของเขมร รวมทั้งการพยายามสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ถึงขั้นเทศนาในบางช่วงบางตอน และวิธีการนำเสนอที่ค่อนข้างประดิษฐ์เกินไปสักนิด ลดทอนความใสซื่อ เรียบง่ายและจริงใจอันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หนังของสองผู้กำกับสาวครองใจคนทั้งบ้านทั้งเมืองเหมือนในเรื่องแรกหายไปเกือบหมด

 แต่สิ่งที่ทดแทน และดูเหมือนต้องการจะย้ำเตือนแนวคิดของตัวผู้กำกับเองคือทัศนคติและความตั้งใจดีในการทำงาน ซึ่งดูเหมือนจะไม่เคยลดน้อยถอยลงไปเลยของทั้ง ‘นก’ และ ‘ป็อบ’ อันเป็นเหตุผลสำคัญยิ่งที่ผมยังส่งกำลังใจให้พวกเธออยู่เสมอ

ชื่อเรื่อง : รากเรา
ผู้กำกับ : นิสา คงศรี, อารียา ศิริโสดา
วันที่เข้าฉาย : 16 มิถุนายน 54
โรงภาพยนตร์ลิโด้ สยามสแควร์
จันทร์ - ศุกร์ วันละ 1 รอบ 19.00 น.  เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.00 น.

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง