
มองผ่านเลนส์คม - คิดถึง "พี่แสบ"
"นักข่าว" เป็นอาชีพที่ "สื่อ" ไปพบผู้คนมากมายหลากหลายจริงๆ
รวมทั้ง "ไอ้แสบ" แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ อดีตแชมป์โลกชื่อดังแห่งเมืองมะขามหวานด้วย
จะฉายา "ซ้ายทะลวงโลก" หรือ "อเวจีสีชมพู" หรือ "ไอ้แสบ" แต่ขอเรียกว่า "พี่แสบ" ...เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาโทรมาที่สำนักงาน ขณะนั้นทำงานที่เนชั่นสุดสัปดาห์ คุยกันอยู่หลายครั้ง ก่อนที่จะมีจดหมายมาถึง
จดหมายสุดพิเศษและโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะเป็นซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่ากระดาษเอ 4 ปะทับด้วยกระดาษบางสีเหลืองเพื่อจ่าหน้าซองด้วยลายมือตัวโตๆ แกะข้างในมีข้อมูลที่ถ่ายเอกสารคราวที่เดินทางไปรักษาตัวตามสถานที่ต่างๆ เพราะเข้าใจว่า มีคนทำคุณไสย ที่เห็นมีทั้ง ตะปู นอต ไข่ดำ ฯลฯ
พี่แสบบอกว่านี่แหละที่หมอเอาออกมาจากตัว และคิดว่ายังเหลืออยู่อีกเยอะ
เรื่องราวชีวิตและความเชื่อที่เงียบหายไปนาน จึงถูกถ่ายทอดผ่านสื่ออีกครั้ง
ชีวิตที่เป็นยิ่งกว่านิยายแฟนตาซี ช่างมีหลากรสชาติจริงๆ
พี่แสบมีความจำที่เยี่ยมยอด อดีตทุกฉากทุกช็อตแกจำได้แม่นยำ เป็นคนพูดจาโผงผางเสียงดัง จริงใจ แต่คุยสนุก และดูมีความสุขดี ช่างขัดกับสภาพที่อยู่ในตึกแถว 4 ชั้น หลังโรงแรมฟอร์จูน ย่านห้วยขวาง-ดินแดง เหลือเกิน...
มันคงทรุดโทรมไปตามเวลา แกแบ่งชั้นล่างให้คนเช่าขายอาหาร ตัวเองมานอนชั้นบน
ถามถึงรายได้ กับรายจ่าย มันช่างไม่บาลานซ์กันซะเลย
แกเป็นคนกินอยู่ง่าย แต่รายจ่ายจากการตระเวนไปรักษาตัว โดยเฉพาะอาการปวดท้องเรื้อรัง ที่เข้าใจว่ามีคนทำของใส่นั้นไม่ใช่น้อยๆ
ค่าเช่าห้องที่เก็บได้ข้างล่าง นอกจากจะน้อยนิดแล้ว บางเดือนยังต้องจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟแทนผู้เช่าอีกต่างหาก ส่วนเงินเดือนจากสภามวยโลก และสมาคมการกีฬาฯ แกบอกว่าแล้วแต่เขาจะให้ ไม่กล้าทวงถามหากบางเดือนไม่ได้รับ
นอกจากนี้ก็ไม่มีรายได้ทางอื่นแล้ว...
จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน เหมือนว่าแกจะไปบวช
อีกไม่นานนัก พี่แสบก็ทำให้เซอร์ไพรส์ โดยบอกว่า "จะแต่งงานแล้วนะ"
ทำเอาอึ้ง แต่ก็ไปร่วมยินดีและทำข่าวที่สำนักงานเขตดินแดง
ตอนนั้นพี่แสบอายุ 47 ส่วน "ก่อง" ภรรยาวัย 37 ปี การมีคู่ชีวิตครั้งใหม่นี้ แม้ไม่มีพิธีรีตองอะไร แต่ก็จดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องเป็นราว
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นอีกครั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันอีก
มารู้อีกทีก็เป็นข่าวใหญ่ แกจากไปในวัย 57 ปี !!
ทุกสื่อประโคมข่าวใหญ่ ว่าเราได้เสียแชมป์โลกไปแล้ว เราสูญเสียวีรบุรุษ-นักสู้ผู้เป็นต้นแบบของวงการมวยไปอย่างไม่มีวันกลับ ฯลฯ
เวลานั้น ได้แต่ถามตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราทิ้งขว้างผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไว้ที่ไหน มีใครไปเยี่ยมเยียนเขาบ้าง เราลืมชีวิต "หมาล่าเนื้อ" คนนี้ไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่บั้นปลายเขาไม่ได้สุขสบายเหมือนตอนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ
"สื่อ" ทำได้แค่เสนอ "ความรุ่งโรจน์" และ "แตกดับ" ของ "แหล่งข่าว" เท่านั้นเองหรือ?
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



