บันเทิง

ไม่ย่ำตามรอยใคร"ละอองฟอง"ขอเป็นตัวเอง

ไม่ย่ำตามรอยใคร"ละอองฟอง"ขอเป็นตัวเอง

29 พ.ค. 2554

ถ้าพูดชื่อแนวดนตรี สวีดิช ป็อป ขึ้นมา หลายคนอาจจะมึนงงสงสัย ว่าแนวดนตรีแบบนี้เป็นอย่างไง แต่ถ้าบอกว่าเป็นแนวดนตรีแบบ "ละอองฟอง" คงจะพอนึกออกกัน ว่า สวีดิช ป็อป คือแนวดนตรีป๊อป ฟังสบาย ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของ 3

นักดนตรีที่ประกอบด้วย "ออน" กรกมล ชัยวัฒนเมธี  (ร้องนำ) "เอ๊ะ" พงศ์จักร พิษฐานพร (เบส) และ "แมน"ตนุภพ โนทยานนท์ (กีต้าร์) ซึ่งพวกเขาเคยสร้างบทเพลงเพราะๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเสียงร้องที่สดใสของออน และส่วนผสมชั้นดีของ 2 เพื่อนนักดนตรีอย่าง เอ๊ะ และแมน จนทำให้ทุกๆ บทเพลง สื่อสารออกมาให้คนฟังได้ลิ้มลองรสชาติของดนตรีที่สวยงามได้อย่างสมบูรณ์ จนพวกเขาทั้ง 3 คน ถูกขนานนามว่าเป็น “นักออกแบบดนตรีสีสวย”

 นั่นคือเรื่องราวเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งกลุ่มคนฟังวัยรุ่นอาจจะนึกไม่ออก แต่ตอนนี้พวกเขากลับมาอีกครั้ง กับแนวดนตรีในแบบของตัวเอง ที่ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่จุดยืนในการทำเพลงของพวกเขายังเหมือนเดิม โดย  "เอ๊ะ" เผยถึงเรื่องนี้ว่า

 “อัลบั้มนี้ เรายังเป็นแนวเพลงป๊อปใสๆ หรือ สวีดิช ป๊อป ที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเรา แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาจากอัลบั้มที่แล้ว คือเราเพิ่มกลิ่นอายของ ดนตรี แจ๊ส บลูส์ ดิสโก ให้มากขึ้น รวมถึงใส่ความอ่อนนุ่มของเครื่องเป่า เครื่องสายเข้าไป เพิ่มเติมจังหวะดนตรีให้มีรายละเอียดขึ้นอีก และที่สำคัญคือเราทำทุกๆเพลง ออกมาให้ฟังติดหูได้ง่ายและลดความซับซ้อนให้น้อยลง แล้วก็ปรับแต่งดนตรีของเพลงในยุคเก่าๆ ใส่ความเป็นโมเดิร์นลงไป เรียกว่าเป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีแบบวินเทจกับดนตรีร่วมสมัยให้มีมิติและลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม" เอ๊ะเผย ก่อนจะเสริมต่อ ว่าการทำงานในอัลบั้มนี้ยาวนานมาก อาจจะเรียกว่า  7 ปีที่ผ่านมา พวกเขาทำงานตลอดทั้งการเขียนเนื้อเพลง ทำทำนอง โดยใน 7 ปี พวกเขาจะหาเวลาในทุกๆ เดือนเพื่อมาเจอกัน แลกเปลี่ยนความคิดในการทำเพลงของวงด้วยกัน จนมาถึงเมื่อปีที่แล้ว "เต้ง" พิชัย จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารค่าย "สไปร์ซซี่ ดิสก์" ได้ติดต่อมาว่าถึงเวลาแล้วที่วง "ละอองฟอง" จะกลับมาทำอัลบั้มอีกครั้ง

 "ซึ่งตอนนั้นที่เต้งติดต่อมา เราได้มีเพลงที่แต่งไว้แล้วประมาณ 20 เพลง พอได้รับการติดต่อเราก็เริ่มเข้าห้องอัดอย่างจริงเลย ต้องบอกว่าอัลบั้มนี้ มีรายละเอียดมากกว่าอัลบั้มที่แล้ว โดยแต่ละเพลงเราจะทำแบบละเอียดมาก เราอยากให้เพลงของเรา เข้าถึงกลุ่มคนฟังได้มากขึ้น ในส่วนของดนตรีอัลบั้มนี้ มีการนำเครื่องเป่า เครื่องสายมาร่วมด้วย ซึ่งมีกว่า 20 ชิ้น และตอนอัดเสียง เครื่องดนตรีทั้งหมดไปรวมอยู่ในห้องอัด พวกเราเห็นภาพแบบนั้นแล้วบอกตรงๆ ว่าปลื้ม และรู้สึกซึ้งจริงๆ ที่ทางสไปรซซี่ ดิสก์ ทุ่มทุนให้เราขนาดนี้ เพราะพูดกันตรงๆ แล้วการทำอัลบั้มเพลงหนึ่งอัลบั้มใช้เงินเยอะมาก ยิ่งใช้การอัดสด โดยมีเครื่องดนตรีเยอะมาก ค่าห้องอัดที่ต้องเป็นห้องอัดที่ใหญ่ ค่าเครื่องดนตรี ค่านักดนตรีทุกอย่างเป็นเงินมหาศาล ซึ่งทางสไปร์ซี่ ดิสก์ ยอมลงทุนให้เรา โดยที่ไม่คิดกำไรขาดทุนเลย แค่อยากให้ได้งานเพลงที่มีคุณภาพออกมา เราดีใจมาก" เอ๊ะกล่าว

 ด้าน "ออน" นักร้องนำเผยว่า ละอองฟอง ไม่ได้เป็นวงที่โด่งดัง คนอาจคิดว่าพวกเขาจะเดินทางแนวทางของตลาดดนตรีปัจจุบัน แต่ "ละอองฟอง" ยืนยันว่าพวกเขามีพื้นที่ของตัวเอง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยไม่ต้องเลียนแบบใคร เพราะดนตรีของละอองฟอง ไม่ใช่ดนตรีตามกระแส พวกเขามีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และในอัลบั้มนี้ยังได้แฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่ง "ออน" ยังบอกว่าดนตรีของละอองฟอง เหมือนเป็นยาบำรุงทำให้คนยิ้มและมีความสุขได้ เพราะเป็นดนตรีที่มีการมองโลกในแง่ดี เพราะอัลบั้มนี้พวกเขามีประสบการณ์ในชีวิตต่างๆ มากขึ้น