บันเทิง

เปิดบันทึกบทใหม่ "ดีว่า"
กับ3สาว "ลาซิสต้า"

เปิดบันทึกบทใหม่ "ดีว่า" กับ3สาว "ลาซิสต้า"

24 พ.ค. 2554

นี่คือการรวมตัวของ 3 สามสาวเสียงดีแห่งบ้านนักล่าฝัน "ทรู แฟนเทเชีย" กับโปรเจกท์ชื่อกิ๊บเก๋ "ยังดีว่า" หรือที่เรารู้กันในนาม "ลาซิสต้า" ซึ่งประกอบด้วย "แอน" ศิริพรรณ นำเจริญสมบัติ, "พริ้ง" สมฤทัย พรหมจรรย์ และ "แท็บบี้" รฐา โกกิลานนท์ ล่าสุด 3 สาวได้ปล่อยเ

   "อย่างที่ทราบกันว่าเรามาจากจากเวทีการประกวดเอเอฟ มาจากหลายซีซั่น แล้วทีนี้ทางทรูเขาก็มีโปรเจกท์ที่อยากหานักร้องกลุ่มเพื่อมาทำงานเพลงประสานเสียง โดยเลือกผู้หญิงไม่ต้องสวย (หัวเราะ) ก็ได้ แต่ขอให้เสียงดี ให้สามารถเต้นได้ และนักร้องกลุ่มนี้ต้องสามารถอยู่ร่วมกันได้ เลยมีการแคสติ้งขึ้นมา ซึ่งสรุปมาลงตัวที่เราทั้ง 3 คน มาทำเป็นโปรเจกท์ประสานเสียงกัน และร้องเพลงด้วยความรู้สึกนี้ร่วมกัน" พริ้มเล่า พร้อมเสริมต่อว่า โปรเจกท์นี้ถูกวางไว้ว่าเป็นยังดีว่า คือสาวรุ่นใหม่เสียงดี

 "จริงๆ พวกเราไม่ได้มองว่าตัวเราเองเป็น ดีว่า หรือคิดอะไรกับคำคำนี้เลย แต่พอโปรเจกท์ถูกวางไว้แบบนั้น ก็รู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสนี้มา และไม่รู้สึกกดดันตัวเองด้วย เพราะการที่เราจะมาร้องเพลงด้วยกัน เหมือนกับการสร้างงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ทำให้คนฟังมีความรู้สึกมีความสุขมากกว่า ที่จะมาพะอืดพะอมเวลาฟังเพลงของเรา ถึงแม้พวกเราทั้งสามคนจะแตกต่างกัน ทั้งบุคลิก ความคิด ทัศนคติและการวางตัว แต่กว่าซิงเกิ้ลนี้ออกมาก็ใช้เวลา 1 ปี เพราะฉะนั้น 1 ปีที่ผ่านมา มันทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ผูกพัน มีคนเคยบอกว่าการตั้งวงนั้นเหมือนการแต่งงาน วงเราจะเรียกว่าคลุมถุงชนก็ไม่ใช่ แต่เรารู้สึกว่าพอเรามาอยู่ด้วยกัน เราต้องค่อยๆ ปรับ เพราะเราก็รู้สึกว่าเป็นครอบครัวที่อยู่กันได้ เป็นพี่เป็นน้อง" พริ้มเผย

 "แอน" อธิบายถึงชื่อวง "ลาซิสต้า" ว่าย่อมาจาก อะแคปเปล่า กับ ซิสเตอร์ ซึ่งมีความหมายคือพวกเธอทั้ง 3 คน ที่มาจากต่างรุ่นกัน แต่มีมิตรภาพเป็นพี่น้องกัน รักกันได้เพราะมีจุดเริ่มต้น คือการร้องเพลงประสานเสียง เลยใช้คำว่าซิสเตอร์ที่มีความหมายว่าเป็นพี่น้อง และอะแคปเปล่าที่แปลว่าประสานเสียง มารวมกัน ซึ่ง แอน บอกถึงเพลงแรกของวง "ลาซิสต้า" ว่า

  "สำหรับซิงเกิ้ลแรกของเราเป็นป๊อปแอนด์บี เพลงแรกคือ "คนไม่ดีต้องมีสักคน" ยังมีความเป็นป๊อปอยู่ แต่ว่ามีความเป็นอาร์แอนด์บี ส่วนเรื่องการครีเอทการร้องนั้น ก็จะให้มีความเป็นป๊อบและอาร์แอนด์บีผสมกัน ดนตรีก็จะค่อนข้างบางๆ เพื่อนที่จะโชว์การประสานเสียง และเน้นอารมณ์ในการร้อง ถ้าฟังดีๆ ก็จะได้ยินเสียงเครือๆ เพราะเนื้อหาของเพลง เป็นคำพูดที่ตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย รู้เลยว่าเราจะสื่ออะไร" แอนกล่าว

 ด้าน แท็บบี้ กล่าวว่า "ในตอนแรกมีเรียนประสานเสียง แต่แท็บบี้เคยอยู่ทีมโฟล์คซอง มันทำให้เราเหมือนมีครูประจำกลุ่ม ตอนที่ซ้อมร้องเพลงช่วงแรกๆ ตอนที่ยังไม่มีเพลงของตัวเอง ต้องบอกว่าเราใช้ทุกสิ่งที่ชอบเป็นครู เริ่มฝึกจากเพลงประสานเสียง ที่มีอยู่แล้ว และเป็นเพลงที่เราชอบ เพลงที่เราอยากร้อง แกะลาย แล้วร้องตาม กับเริ่มลงครีเอทเองบ้าง และวางลายเอง ลองผิดลองถูกกันไป แล้ววงเราแต่ละคน จะมีความรู้ต่างกัน เราก็จะมาช่วยแชร์และสอนกันเอง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เราเคยไปร้องเพลงออกงานด้วยกันบ่อยมาก ซึ่งเพลงที่ร้องก็มีเพลงเร็วกันบ้าง เราก็เลยคิดท่าเต้นกันเองด้วย (หัวเราะ) จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มันทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะร้องประสานเสียงควรจะเต้นให้น้อยลง และถ้าคิดจะร้องจริงจังควรงดเต้น เอาเป็นว่าวงเราควรเน้นความรู้สึกดีกว่า เพราะวงของเราเน้นอารมณ์มากกว่า" แท็บบี้กล่าว พร้อมเผยถึงกระแสตอบรับที่ได้รับกลับมา ว่าทำให้มีกำลังใจมากขึ้น

 "เพลงนี้ปล่อยไปได้สักพักใหญ่ กระแสตอบรับในความรู้สึกของเราเรียกว่าดีมาก อาจจะด้วยเนื้อหาของเพลง และการร้องที่ผสมผสานกันของเรา มันมีพลังพอที่จะทำให้คนหยุดฟัง ซึ่งทำให้พวกเราดีใจและหายเหนื่อยที่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังรักในความเป็น ลาซิสต้า ไม่ได้รักที่เป็น พริ้ง แอน หรือแท็บบี้ แต่รักในความเป็น ลาซิสต้า  ยิ่งแฟนๆ หลายคนจะชอบที่เราร้องสด เพราะเขารู้สึกว่าฟังแล้วได้ความรู้สึกมากกว่า" แท็บบี้กล่าว