
มองผ่านเลนส์คม - สื่อชนเผ่า
ผู้ที่เคยผ่านการศึกษาอบรมทฤษฎีการเมืองที่ว่าด้วย "สงครามชนชั้น" เมื่อ 30 ปีที่แล้ว จะต้องไม่เห็นกับข้อเขียนเรื่อง "การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ กับปัญหาสื่อชนเผ่า" ของ สมชัย สุวรรณบรรณ
แล้วอะไรคือ "สื่อชนเผ่า" ในมุมมองของสมชัย
"การเลือกตั้งคราวนี้จะเป็นครั้งแรกที่สื่อประเภทนี้จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ การหาเสียงจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดเพราะวางเดิมพันไว้สูง ผลที่จะติดตามมาก็คือ อนาคตของประเทศไทยก็อาจจะแตกแยกเป็นเผ่าพันธุ์ตามแต่ทิศทางของผู้ที่อยู่เบื้องหลังสื่อเหล่านี้"
สมชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า ในอดีตสื่อชนเผ่า หรือ Partisan press ปรากฏตัวในยุโรป และเป็นสื่อ เฉพาะกลุ่ม มีวาระทางการเมืองที่จะนำพาประเทศไปสู่ระบอบอำนาจนิยมแบบฟาสซิสม์
สำหรับผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิด "ศิลปวรรณคดีเพื่อประชาชน" ก็บอกว่า นี่คือสื่อของภาคประชาชน! นี่เป็นกระบอกเสียงของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย!
ดั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีวิวาทะในสังคมออนไลน์ เมื่อนักเคลื่อนไหวเสื้อแดงชี้ว่า ทีวีดาวเทียมช่องหนึ่งทำตัวเป็น "สถานีวิทยุยานเกราะ" ในสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19
ขณะที่ผู้บริหารทีวีดาวเทียมช่องนั้นก็แจกแจงว่า พวกเขาทำหน้าที่สื่อ และชี้กลับไปทีวีดาวเทียมอีกช่องหนึ่ง ซึ่งทำการปลุกระดมผู้คนให้เผาบ้านเผาเมือง
แต่ทีวีช่องดังกล่าวในทัศนะของนักเคลื่อนไหวเสื้อแดง เป็นสื่อฝ่ายประชาธิปไตย
บางครั้งได้ยินแกนนำประกาศบนเวทีว่า นี่สื่อไพร่ นั่นสื่ออำมาตย์ โน่นสื่อทุนสามานย์ ก็ให้รู้สึกว่า โลกเรามันยังหมุนวนอยู่ในยุคสงครามเย็น
ส่วนภาครัฐพยายามควบคุม แต่คุมได้ไม่หมด จึงกระโจนเข้ามาเล่นในสงครามสื่อด้วย เล่นกันแบบย้อนยุคสมัย "ขวาพิฆาตซ้าย" ด้วยการปลุกผีวิทยุ กอ.รมน.
ดังนั้น บ้านเมืองของเราในเวลานี้ จึงมี "ทีวีดาวเทียมการเมือง" หรือ "วิทยุชุมชนการเมือง" ผุดเต็มไปหมด
เรามีทีวีดาวเทียม มีวิทยุชุมชน ที่รณรงค์ให้ผู้คนไปเลือกพรรคฝ่ายไพร่ ต้านพรรคฝ่ายอำมาตย์
เรามีทีวีดาวเทียม มีวิทยุชุมชน ที่เปิดโปง "แผนชั่วร้าย" ของพรรคและขบวนการล้มเจ้า
เรามีทีวีดาวเทียม มีวิทยุชุมชน ที่ระดมพลังมวลชนเข้าคูหากาช่องไม่เลือกใคร?
เหมือนที่ "สมชัย" บอกว่า "บัดนี้ประเทศไทยมีสื่อแบบนี้ในรูปของทีวีดาวเทียมบ้าง ผ่านทางเครือข่ายออนไลน์บ้าง บ้างก็มาในรูปของวิทยุชุมชนเป็นจำนวนมาก โดยที่วิทยุเหล่านี้ไม่ใช่วิทยุของชุมชนในความหมายที่แท้จริง แต่กลายเป็นแขนขาของกลุ่มการเมืองที่มีเป้าหมายชัดเจนในการแย่งชิงมวลชน บ้างก็ถึงขั้นโฆษณาชวนเชื่อให้เกลียดชังสถาบันสำคัญของชาติ บ้างก็มาในรูปของวิทยุที่มีการจัดตั้งโดยหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ"
แต่คนที่ทำสื่อเหล่านั้น ย่อมไม่เห็นด้วยกับสมชัยอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาก็อ้างทำสื่อ เพื่อนำพาประเทศสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ หรือเพื่อความมั่งคงของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือเพื่อปฏิรูปประเทศ
ใครว่าเมืองไทย "สื่อไม่เสรี" เห็นจะไม่จริงแล้วล่ะ? เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา ในน้ำมีปลา ในฟ้ามีคลื่นสารพัดสี!
" แคน สาริกา"



