
มองผ่านเลนส์คม - อดทนและนิ่งเฉย
ครูสมพร ในละครเรื่องใหม่ของช่อง 3 ดงผู้ดี บอก ขม นางเอกของเรื่องซึ่งถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรมจาก ผู้มีอำนาจเหนือกว่าพวกเรามาก ด้วยคำพูดที่น่าสนใจ
เธอบอกว่า ความจริงบางอย่างในชีวิตถึงแม้จะโหดร้ายและไม่ยุติธรรม เราควรดูเป็นเยี่ยงไม่ใช่เอาเป็นอย่าง
คำขยายความตามมาก็คือ เราต้องเอาชนะความไม่ยุติธรรมด้วยความอดทนและนิ่งเฉย เพราะหากเราเอาตัวเองไปฟาดฟันกับมัน นอกจากจะไม่มีผลดีแล้ว เราเองอาจต้องเจ็บปวด
แนวคิดอย่างนี้ไม่ปรากฏในละครและหนังฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำเน่าหรือระดับคุณภาพห้าดาว
อีกทั้งไม่ปรากฏในวรรณกรรมฝรั่งทั้งรุ่นคลาสสิกและร่วมสมัย
ละคร-หนัง และวรรณกรรมฝรั่ง ซึ่งหมายรวมถึงชาติในทวีปยุโรปและอเมริกา หรืออีกนัยชาติตะวันตกทั้งหลาย มักเสนอข้อคิดเชิงปรัชญาให้คนตระหนักถึงคุณค่าความเป็นคนที่เท่าเทียม
รวมถึงความสำคัญของการแสวงหาความจริงและการยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อแม้ต้องสละชีวิต
โดยไม่ลืมที่จะย้ำว่า มนุษย์ต้องรับผิดชอบในทุกการกระทำของตน ไม่โยนความผิดให้ใคร ไม่ข่มเหงใคร และให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีมนุษย์ ทั้งของตนและผู้อื่น
ซึ่งหมายถึงในการต่อสู้เพื่อรักษาความเชื่อและศักดิ์ศรีของตน ต้องกระทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส บนพื้นฐานของความเคารพคู่ต่อสู้ว่าเป็นมนุษย์เหมือนเรา แม้จะแตกต่าง
นั่นคือทัศนคติแบบเสรีชนที่เชื่อมั่นในเสรีภาพของปัจเจก
บทละครไทยสะท้อนความคิดคนไทยซึ่งมีความเป็นเสรีชนน้อยกว่า และมีแนวโน้มยอมจำนน “ผู้มีอำนาจเหนือกว่าพวกเรามาก” มากกว่า ซึ่งแสดงออกทั้งทางกายภาพและทางความคิด...
ทางกายภาพ คือมอบตนให้ผู้มีอำนาจกระทำยำเยงต่อเราอย่างใดก็ได้ โดยเราผู้ต่ำต้อยจำต้องก้มหน้ารับกรรมหรือความทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้ความผิดของเราเองในชาติปางก่อน ทางความคิด คือหยุดตั้งคำถามและหยุดการยืนหยัด ยอมเชื่อว่าผู้มีอำนาจมากกว่าฉลาดกว่า ดีกว่า ทำถูกต้องกว่า
ความอดทนและนิ่งเฉยของนักสู้ที่เป็นเสรีชนกับผู้ยอมจำนนมีความแตกต่าง สำหรับเสรีชนหมายถึงการไม่ตีโพยตีพายและยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อพ่ายแพ้ แต่ไม่ทอดทิ้งความเชื่อที่ยึดถือจนตัวตาย ส่วนผู้ยอมจำนนคือก้มหน้าร้องไห้ และรอความเมตตาจากผู้มีอำนาจมากกว่า
จิตวิญญาณเสรีชน คือ ปรากฏการณ์สามัญของชีวิต แต่ในสังคม “แบบไทยๆ” มีชุดความคิดที่ได้รับตอกย้ำในหมู่พลเมืองว่าการเป็นผู้ยอมจำนนปลอดภัยกว่าเป็นเสรีชน
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



