บันเทิง

ปรุงแต่งความไพเราะ
กับการกลับมาของ “เราระบาย”

ปรุงแต่งความไพเราะ กับการกลับมาของ “เราระบาย”

19 พ.ค. 2554

ถูกยกให้เป็นสถาปนิกทางดนตรี เรียกว่าเป็นภาระที่หนักอึ้งของวง “เราระบาย” แต่เหล่าสมาชิก ซึ่งประกอบด้วย 4 หนุ่มเด็กแนว “โช” โชตินันท์ ธีรธรรมารักษ์ (ร้องนำ) “จิม” พีรณัฏฐ์ อุไรรัตน์ (เบส) “ซัน” ธราพงษ์ จิตรพิทักษ์เลิศ (กีตาร์) และ “อิ๋ว” ชัยพจน์ เศรษฐายาน

 เกือบ 4 ปีที่พวกเขาหายไปจากการทำอัลบั้มใหม่ เพราะภารกิจมากมายที่มีอยู่ แต่ในวันนี้พวกเขากลับมาอีกครั้ง กับอัลบั้ม ที่อัดแน่นไปด้วยเพลงคุณภาพ ในไสตล์ของ “เราระบาย” กับอัลบั้ม “We Swim From The River Into The Sea (วี สวิม ฟรอม เดอะ รีเวิอร์ อินทู เดอะ ซี)” ที่หมายถึง “เราว่ายน้ำจากแม่น้ำไปสู่ทะเล” แต่การว่ายน้ำจากแม่น้ำสู่ทะเลของพวกเขาเป็นยังไง ลองไปหาคำตอบจากพวกเขากัน

 “เราเว้นจากอัลบั้มแรกไปนานมาก จนมาอัลบั้มนี้ เราทำเพลงกันมาเรื่อยๆ เกือบ 4 ปีเต็ม มันเลยออกมาเป็นตัวตนของพวกเราจริงๆ เพราะเราตีความของเพลงจากชีวิต จากอารมณ์ที่อยากเขียนจริงๆ เอามารวบรวมกัน มันก็เลยเป็นเรื่องราวที่ไม่ไกลตัว ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเพลงที่พวกเราทำกันละเอียดมากทุกเพลง” โชเผย พร้อมเล่าถึงการทำงานว่ามีความแตกต่างจากอัลบั้มแรกทั้งหมด

 “อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่สอง ซึ่งเรามีความแตกต่างจากอัลบั้มแรกมาตั้งแต่วิธีการที่เราเริ่มต้นทำงาน จริงๆ 4 ปีที่ผ่านมาเราก็ทำงานมาตลอด อาจมีภารกิจอะไรส่วนตัวบ้าง แต่เราก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ เหมือนการเขียนไดอารี่ ส่วนในวิธีการทำงานที่แตกต่างจาอัลบั้มแรกที่ชัดเจนคือในอัลบั้มแรกเราเริ่มจากการทำด้วยคอมพิวเตอร์ก่อน ซึ่งมันทำให้งานกลายเป็นบล็อกๆ แต่ชุดนี้เราไปเจอกันในห้องซ้อมเลย ใครเจออะไรมาเหมือนมาคุยกันผ่านการแจมกัน แล้วค่อยๆ มาปรับกัน ทำให้มันได้ความเป็นวงร็อกที่มันหลากหลาย และมันสดมากขึ้น ดูมีชีวิตมากขึ้นด้วย อีกอย่างคือทำให้เรารู้ข้อจำกัด รู้ปัญหาต่างๆ รู้ว่าจะเล่นได้แค่ไหน ศักยภาพเป็นยังไงก็ถ่ายทอดออกมา” นักร้องนำเล่าเสริมต่อ

 ซึ่ง “โช” ยังกล่าวถึงอัลบั้มนี้ต่อไปอีกว่าเป็นอัลบั้มที่พวกเขาโตขึ้นจากอัลบั้มแรกเยอะมาก ทั้งเรื่องการทำงาน การทำดนตรีในแต่ละส่วนเพิ่มเติม และในอัลบั้มนี้จะมีเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผสมเข้ากับดนตรีร็อก ซึ่งเด่นมากขึ้นถ้าได้ฟังทั้งหมด 10 เพลงในอัลบั้มนี้จะมีแนวทางตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้ายเล่าเรื่องต่อๆ กัน รวมถึงการเล่าเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติของทุกๆ บทเพลง

 ด้าน จิม มือเบสเผยถึงการละเมียดละไมของอัลบั้มนี้ว่า เพราะว่าอัลบั้มนี้ใช้เวลาทำนาน ทำให้มีความใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าอัลบั้มแรกที่สดและดิบกว่า แต่อัลบั้มนี้ทุกอย่างจะละเอียดมาก ทั้งเมโลดี้ คำร้อง ตัวโน้ต ภาคดนตรี กลองต่างๆ จะค่อนข้างที่จะละมุนละไม ซาวนด์ทุกอย่าง จากที่เมื่อก่อนดนตรีของพวกเขาอาจจะล้น แต่อัลบั้มนี้พวกเขากล้าที่จะตัดมันออก

  โดยอัลบั้มนี้ จิม ยอมรับว่าเป็นอัลบั้มที่เข้มข้นกว่าชุดที่แล้ว เพราะพวกเขาได้เจออะไรมามากมาย ทั้งเรื่องสังคม เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องปัญหาความขัดแย้ง เรื่องชีวิต เรื่องความรัก เป็นอัลบั้มที่หลากหลายมาก ด้วยความที่พวกเขาโตขึ้น ได้ฟังเพลงเยอะขึ้น ทำให้เข้าใจความไพเราะ และพวกเขาได้เอาความไพเราะเหล่านั้นมาปรุงใช้กับงานเพลงของพวกเขาให้กลมกล่อม ให้หนักแน่น และชัดเจนในเนื้อหาของเพลงที่พวกเขาต้องการจะสื่อมากขึ้น โดยอัลบั้มนี้พวกเขายังเน้นเสียงของบรรยากาศมากขึ้น เพื่อให้แฟนเพลงได้เห็นภาพได้ชัดเจน

 แต่สิ่งที่ “เราระบาย” ยังคงเดิมคือมุมมองที่พวกเขายังมีมุมมองที่เป็นสไตล์ในแบบของพวกเขาเองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งของชิ้นเดียวกัน เรื่องราวเรื่องเดียวกัน แต่พวกเขาสามารถถ่ายทอดออกมาในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ของพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างดี โดยแฟนๆ ที่รอพวกเขามากว่า 4 ปี ต่างบอกว่าหายโกรธกับการที่ต้องรอ ส่วนแฟนกลุ่มใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ได้รู้จักกับพวกเขามาก่อน ต่างชื่นชมในความแปลกใหม่ ถึงขนาดเอ่ยปากว่า ไม่ได้ฟังเพลงเพราะๆ แบบนี้มานานมากแล้ว เหมือนเป็นของหายากที่คนฟังไม่ได้เจอมานานแล้ว