
อีนางเอ้ย เขยฝรั่ง
เครดิตที่ทำให้หนัง อีนางเอ้ย เขยฝรั่ง น่าสนใจก็คือ เป็นหนังที่สร้างมาจากบทภาพยนตร์รางวัลชนะเลิศ (Best Script) จากโครงการเฟ้นหาบทภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจากทั่วประเทศ (Thailand Script Project 2007) เมื่อ 4 ปีก่อน
ซึ่งเดิมบทใช้ชื่อว่า ‘White Buffalo’ และชื่อนี้ก็เป็นชื่อของชมรม ‘ควายด่อน’ ( ‘ด่อน’ ภาษาอีสานมีความหมายว่า ‘ขาว / เผือก’ ) เป็นชื่อที่หนุ่มๆ (ไม่กี่คน) ในหมู่บ้านช่วยกันตั้งขึ้นมา เป็นการรวมกลุ่มของหนุ่มบ้านนาที่ล้วนมีบุคลิกสรวลเสเฮฮา พอตกเย็นก็ตั้งวงร่ำสุรา มีตัวตั้งตัวตีคือ ‘ทิดสุบรรณ’ และ ‘บักมาร์ค’ หรือ ‘บุญมาก’ นิสิตหนุ่มแห่งรั้วพ่อขุน ที่เรียนมา 7 ปียังไม่มีวี่แววว่าจะจบซักที ติดอยู่วิชาเดียวคือภาษาอังกฤษ และหนุ่มคนหลังนี่เองที่เดินทางกลับมาเยือนบ้านเกิดหลังปิดภาคเรียนเพื่อจะพบว่า สาวๆใ นหมู่บ้าน มักออกเหย้าออกเรือนแต่งงานอยู่กินกับสามีฝรั่งกันเป็นทิวแถว แม้กระทั่งคนที่มีผัวเป็นตัวตนอย่าง ‘บัวผัน’ เมีย ‘ทิดบรรณ’ ก็ยังไม่ว่าย ‘เห่อฝรั่ง’ ตามไปกับเขาด้วย
‘มาร์ค’ รักกับ ‘แววดาว’ สาวน้อยประจำหมู่บ้านที่ยังไม่ปักใจร่วมหอลงโรงกับฝรั่งหน้าไหน แม้ ‘วาสนา’ พี่สาวของเธอจะเป็นชักนำหนุ่มตาน้ำข้าว มาเอาเมียสาวอีสานในหมู่บ้าน ซึ่งก็เป็นที่ครั่นคร้ามของหนุ่มบ้านนา เพราะขนาดสาวชาวไร่อ้อยหน้าตางั้นๆอย่าง ‘แต๋วแหล่’ ยังเป็นที่ต้องตาต้องใจของฝรั่ง แม้แรกๆเธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาแต่สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย
‘มาร์ค’ และเพื่อนร่วมก๊วนชมรม ‘ควายด่อน’ จึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้สาวๆ ในหมู่บ้านเห็นว่าพวกเขามีดีพอ ที่สาวๆ จะเลือกเป็นคู่ครอง โดยหมู่บ้านไม่ต้องเสียดุลให้แก่หนุ่มจากซีกโลกตะวันตกหน้าไหนทั้งนั้น แต่เงื่อนปมอีกประการที่ค้างคาใจสาวแววดาวก็คือ แม่ของเธอ มีความหลังฝังใจไม่สู้ดีกับไอ้หนุ่มบ้านเดียวกัน
ครึ่งเรื่องแรก หนังมาในแนวทางโรแมนติกคอมเมดี้ เล่นกับอารมณ์รักตลกที่เราคุ้นเคยมาตลอด แต่พอเข้าสู่ช่วง 30 นาทีสุดท้าย “อีนางเอ้ยเขยฝรั่ง” กลับลงเอยด้วยทัศนคติง่ายๆ ที่ว่าด้วยสังคมในอุดมคติตามขนบดั้งเดิมอันดีงามที่เราเคยรับรู้ และผู้หลักผู้ใหญ่มักจะฝังหัวด้วยมายาคติเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร
เช่นเดียวกันที่ในครึ่งแรก หนังดูเหมือนจะเสียดเย้ยส่อนัยทางการเมืองได้อย่างมีชั้นเชิง ตั้งแต่ตัวพระเอกหนุ่ม ‘บุญมาก’ ที่ถูกเรียกว่า ‘มาร์ค’ ซึ้งไปพ้องกับชื่อเล่นนายกรัฐมนตรีรักษาการ (หลังยุบสภาเตรียมเลือกตั้งใหม่เป็นที่เรียบร้อย) ผู้ที่ภาษาอังกฤษไม่กระดิกหู ทั้งๆ ที่ ‘มาร์ค’ ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาคือนักเรียนเก่าอังกฤษที่เคยตกเป็นเป้าโจมตีจากนักการเมืองขั้วตรงข้ามเรื่องสัญชาติมาแล้ว
หาก ‘มาร์ค’ ในหนัง คือการพยายามชูธงความเป็นไทยลูกทุ่งแท้ๆ เอาชนะใจคนในหมู่บ้าน ตั้งแต่ช่วยเหลือการงานเล็กๆ น้อยๆ ถึงขั้นลุกขึ้นมาสร้างเนื้อสร้างตัวตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ‘มาร์ค’ ในทางการเมืองอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ช่วงหลังๆ ก็งัดนโยบายประชานิยมทุกวิถีทางเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนยุบสภา หลายคนบอกว่า เขาใช้วิธีการแบบนี้ตั้งแต่รู้ว่าโพลคะแนนนิยมเริ่มตกต่ำ
“อีนางเอ้ยเขยฝรั่ง” เอ้อระเหยลอยชาย ให้คนดูได้ซึมซับวิถีชีวิตชนบทอีสานอยู่นาน กว่าจะขมวดเรื่องให้จบลงด้วยวิธีคิดง่ายๆ แค่เปิดตำราเรียนเก่าๆไม่กี่หน้า พยายามบีบน้ำตาสร้างความประทับใจให้คู่รักสองคู่ ที่บังเอิญคู่หนึ่งมาซาบซึ้งเอาผิดที่ผิดทางระหว่างงานมงคล (ซึ่งก็น่าแปลกที่คนทั้งหมู่บ้าน กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร)
ถ้าเหตุผลที่รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมหรือ ‘Best Script’ ของ ‘White Buffalo’ หรือ “อีนางเอ้ยเขยฝรั่ง” จากโครงการเฟ้นหาบทภาพยนตร์ที่สุดในเมืองไทยหรือ Thailand Script Project ตกเป็นของเรื่องนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่า คณะกรรมการคงจะพิจารณาให้รางวัลจากแนวคิดเชิงอุดมคติ ที่บทหนังบรรจงต่อเติมเสริมแต่งลงไปเต็มที่ จนหนังเรื่องนี้ถูกยกขึ้นไว้บนหิ้งแห่งทัศนคติอันดีงามถือเป็นขนบแบบแผน ที่ควรยึดถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดและแผ่นดินจะปรกติสุขทั่วทุกย่อมหญ้า ถ้าเดินมาตามเส้นทางนี้
แต่บางทีโลกแห่งความเป็นจริงอาจกำลังเดินสวนทางอยู่ก็เป็นได้
ชื่อเรื่อง : อีนางเอ้ยเขยฝรั่ง
ผู้เขียนบท : สุมิตร เที่ยงตรงจิต, ชิโนเรศ คำวันดี
ผู้กำกับ : ชิโนเรศ คำวันดี
นักแสดง : ภัทรพล โตอุ่น, อนุสรา วันทองทักษ์, ชไมพร สิทธิวรนันท์, เหลือเฟือ ม๊กจ๊ก, ปิยะ ตระกูลราษฎร์, ปริศนา วงศ์ศิริ
เรตติ้ง : น.13+ ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 12 พฤษภาคม 54
"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"



