บันเทิง

พลิกแฟ้มดวงดาวกว่าจะสุกสกาวไม่ง่าย

พลิกแฟ้มดวงดาวกว่าจะสุกสกาวไม่ง่าย

16 พ.ค. 2554

กว่าจะได้เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่ว่าจะได้มาเพราะ “โชคช่วย” เนื่องจากเส้นทางในวงการนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับโรยด้วยหนามกุหลาบ บางคนอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะได้สัมผัสคำว่ามี “ชื่อเสียง” จะมีนักแสดงคนไหนกันบ้าง วันนี้พร้อมแจกแจงให้รู

 เริ่มต้นด้วยนักแสดงสาวเจ้าบทบาท “พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ช่วงแรกๆ ที่พลอยเริ่มต้นทำงานในวงการ ตั้งแต่วัยละอ่อน คงต้องบอก ว่าได้รับอานิสงส์จากความดังของ “นุ่น” สินิทรา พี่สาวคนสวย เพราะในยุคนั้น นุ่นถือว่าเป็นางเอกดาวรุ่ง แถมยังมีดีกรีเป็นถึงหวานใจนักแสดงดาวรุ่ง "ฟลุค" เกริกพล มัสยวาณิช แต่ความมีชื่อเสียงของนุ่นกลับไม่จีรัง ผิดกลับพลอยที่ค่อยๆ ไต่เต้ามาเรื่อยๆ ถึงจะไม่ดังเปรี้ยงสมใจ แต่ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่นัก พลอยทำงานในวงการมาอย่างโชกโชน

 เธอได้รับโอกาสในการเป็นนักแสดงในสังกัดวิกพระราม 4 ถึงจะเป็นตัวเด่นแต่กลับยังไม่ถึงฝั่งฝัน จนกระทั่งพลิกบทบาทมาแสดงบทร้ายเต็มตัว อย่างเรื่อง “น้ำตาลไหม้” กับ “กุหลาบไร้หนาม” และที่ดังสุดๆ จนชาวบ้านร้านตลาดติดกันงอมแงม บทของ “น้องหวานหวาน” ในเรื่อง “ระบำดวงดาว” หลังจากนั้นพลอยก็ขึ้นแท่นนักแสดงสาวคิวทองในชั่วพริบตา

 ฟากของ “ไอซ์” อภิษฎา เครือคงคา ก็ใช่ย่อย ตรากตรำทำงานในวงการจนหลังขดหลังแข็งในฐานะของนักแสดงในสังกัด อาร์เอส โปรโมชั่น แต่นั่นไม่ได้จุดประกายความมีชื่อเสียงให้แก่เธอเลยแม้แต่นิดเดียวและเมื่อสัญญาจบลง ไอซ์ก็ลุกขึ้นสลัดผ้า สร้างกระแสลงทุนสวมชุดว่ายน้ำ ทั้งวันพีซและทูพีซ ซึ่งแน่นอนเลยว่าบรรดาเสือป่า แมวเซา ต่างให้ความสนใจในความเซ็กซี่อันลิมิเต็ดของเธอ แต่ในเรื่องฝีไม้ลายมือด้านการแสดงยังไม่ค่อยได้รับการพูดถึง ทั้งๆ ที่เธอเองจัดว่าเป็นนางร้ายป้ายแดง ที่มีผลงานโผล่ทางช่องฟรีทีวี จนกระทั่งเมื่อละครเรื่อง “ดอกส้มสีทอง” ออกอากาศ บทบาทของ “เด่นจันทร์” เมียหลวงสุดเปรี้ยว กับวลีเด็ดๆ ที่ว่า “เด่นจะเอาทั้งทองและผัว” เท่านั้นแหละ ดังระเบิดเถิดเทิงไปเลย

 อีกหนึ่งที่ต้องบอกว่าได้รับส่วนบุญส่วนกุศลจากความแรงของละครเรื่องดังกล่าว “อั๋น” วิทยา วสุไกรไพศาล ดีกรีความหล่อด้วยตำแหน่งหนุ่มคลีโอ ประจำปี 2005 แต่กลับไม่การันตีความดัง เพราะตั้งแต่ได้รับตำแหน่งชื่อเสียงของหนุ่มอั๋นก็งั้นๆ แถมละครแต่ละเรื่องที่แสดงถึงจะเป็นพระเอก แต่กลับถูกรัศมีของนางเอกบดบังไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ฟ้ากับตะวัน” ที่ต้องมาประกบคู่กับ “พอลล่า เทเลอร์” ความน่ารักสดใสและสายตาแบ๊วๆ ของนางเอกกลับได้รับการพูดถึงมากกว่า ต่อด้วย “นิมิตมาร” เอฟเฟกท์สุดสยองของหนุ่ม “สมาร์ท” กฤษฎา พรเวโรจน์ กลับถูกพูดถึงมากกว่าซะอย่างงั้น รวมไปถึงละครสุดฮิต แรงอาฆาตพยาบาท อย่าง “สาปภูษา” ซึ่งเรื่องนี้บทเด่นตกเป็นของ “ธัญญ่า” ธัญญาเรศ เองตระกูล

 แต่เมื่อหนุ่มอั๋นตบเท้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งในละครเรื่อง “ดอกส้มสีทอง” ในบทของ “คุณใหญ่” ผู้ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของมารยาร้อยเล่มเกวียนของ “เรยา” ("ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต) หนุ่มอั๋นกลับสามารถแสดงฝีไม้ลายมือด้านการแสดงได้อย่างไร้ที่ติ จนตอนนี้ใครๆ เรียกหนุ่มอั๋นว่า “คุณใหญ่” เป็นที่เรียบร้อย

 ตามมาติดๆ ด้วยอดีตตัวประกอบยอดเยี่ยมจากดูโอบอย “แร็พเตอร์” อย่าง “หลุยส์” สก็อตต์ ใครจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มหน้าตาเด๋อๆ ด๋าๆ เมื่อวันวานกลับสามารถครองใจผู้ชมได้จากบทของ “เกียรติกร” หรือ “อาโซ้ยตี๋” ถึงแม้ว่าจะมีบทเพียงไม่กี่ตอน แต่ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวต้องบอกว่า เขาสามารถเข้าไปนั่งจับจองหัวใจของผู้ชมได้ หนุ่มหลุยส์เองประเดิมงานแสดงในวิกพระราม 4 จากเรื่อง “ครั้งหนึ่งเมื่อเรารักกัน” เมื่อหลายปีก่อน ทว่ายังไม่ได้รับความสนใจมากนัก จนมาประกบคู่กับพระเอกนางเอกเจ้าบทบาทอย่าง “เคน” ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ “แอน” ทองประสม ในเรื่อง “สวรรค์เบี่ยง” และมีผลงานอีกเพียบ ล่าสุดเขาขึ้นแท่นพระเอกป้ายแดง จากเรื่อง “เรือนหอรอเฮี้ยน” ในบทของ “ตะวันฉาย” ราศีพระเอกแถวหน้าจับแล้วจ้า !!

 “โอ” อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ถ้าพูดถึงฝีมือด้านการแสดงของเขาเรียกว่าจัดจ้านไม่เป็นรองใคร ถึงขนาดที่ว่าได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง “15 ค่ำเดือน 11” และ “โหมโรง” ส่วนทางด้านงานละครก็ต้องบอกว่าไม่เป็นรองใคร เพราะเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากหลายเวทีเช่นกัน รวมทั้งรางวัล "คม ชัด ลึก อวอร์ด" ด้วย จากบทบาทในละครเรื่อง “เมื่อวันที่ฟ้าเปลี่ยนสี”, “เปลวไฟในตะวัน”, “พรุ่งนี้ก็รักเธอ” ในบทของชายรักชาย และจากการแสดงเรื่องนี้ ส่งผลให้โอสามารถยึดพื้นที่ในใจของผู้ชมหลายๆ คน จนก่อให้เกิดกลุ่มแฟนคลับติดตามให้กำลังใจอย่างล้นหลาม กระทั่งมาถึงบทของ เจษฎา ในเรื่องค่าของคน ก็ทำให้เขาถูกพูดถึงอย่างมาก

 “กันต์” กันตถาวร นักแสดงหนุ่ม ที่เริ่มต้นจากการเป็นนายแบบโชว์หุ่นล่ำ น่าฟัดน่าเหวี่ยง และจากการชักนำของผู้จัดคนเก่ง “ไก่” วรายุฑ มิลินทจินดา ให้มาชิมลางงานละครเรื่อง “ดาวจรัสฟ้า” จากนั้นเขาได้รับคำเชิญจากทางโพลีพลัส จรดปลายปากกาเป็นนักแสดงในสังกัด ไปพร้อมๆ กับการเป็นดีเจให้แก่เอไทม์ มีเดีย ด้วยเพราะความมีรูปร่างเป็นสมบัติจะเห็นได้ว่าทุกครั้งเมื่อหนุ่มกันต์มีละครเป็นต้องโชว์ซิกแพ็กและผิวขาวๆ ราวหยวกกล้วยมากระแทกใจสาว แต่ในละครเรื่อง “รักไม่มีวันตาย” เขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า นอกจากความหล่อแล้วการแสดงของ เขายังไม่เป็นรองใครอีกด้วย

 ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของ “เบนซ์” ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศจากการประกวด ดัชชี่ เกิร์ล 2004 จากนั้นเธอได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดวิกหมอชิต มีงานละครอย่างต่อเนื่อง อย่าง “อกธรณี”, “ลูกไม้หลากสี”, “รอยรักรอยบาป” แต่กลับได้รับคำชมจากบรรดาคอละครในบทบาทของการแสดงเรื่อง “เพลิงพรหม” ที่สาวเบนซ์ขอพลิกมารับบทร้ายสุดขั้ว ชั่วสุดขีด หรือว่างานนี้เธอจะสอบผ่านในบทนางร้ายกันแน่